Aro4u Community

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ “บ้านปลามังกร” หลังเล็กแต่อบอุ่น

by Nanconnection

Aro4u Articles

Dragon Talk Fun
Category

บทความตอนยาวเกี่ยวกับปลามังกรที่ผมได้พบเห็นมา

มังกรหรรษา ตอน ไปเยือนฟาร์มปลา (มังกร) ที่สิงคโปร์ ตอนที่ 11, Imperial Palace & Fisherman Aquarium

Dragon Talk Fun : มังกรหรรษา,
08/10/2007

Local Fish Shop : Imperial Palace

หลังจากทานเข้าเสร็จแล้วเราก็เดินกลับมาที่ Imperial Palace (IP) เหมือนเดิม คราวนี้จะได้เห็นปลาทุกตัวอย่างใกล้ชิดแล้วล่ะครับ จริงๆ เดิมที่ Imperial Palace เป็นของคุณ Stanley มาก่อน แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นหนึ่งในอาณาจักรของ Vincent ไปซะแล้ว (ที่มาที่ไปไม่ทราบแน่ชัด และผมไปได้สนใจด้วย ไปดูปลาและถ่ายภาพอย่างเดียวครับ) หลายท่านอาจจะทราบแล้วว่าที่ IP แห่งนี้มีปลาระดับสูงครบทุกสายพันธุ์ไม่ว่าจะเป็น มังกรแดง ทองมาเลย์ และทองอินโด (ต่ำกว่านี้ไม่มีครับ) แต่ทว่าที่เน้นมากก็จะเป็นพวกสีทองครับ อย่างทองมาเลย์นี่จะมีมากเป็นพิเศษ ที่โชว์อยู่ก็นับได้หลักสิบตัว และใน Stock อีกหลายสิบตัวครับ ภายในร้านมีตู้ปลาประมาณเกือบ 30 ตู้ ขนาดเฉลี่ยนอยู่ที่ 36” ในนี้ไม่มีปลาใหญ่โชว์ขายนะครับนอกจาก Tong Yan ตัวรางวัลชนะเลิศที่อยู่หน้าร้าน

เนื่องจาก Vincent เป็นที่คนที่มีชื่อเสียงมากในเรื่องปลามังกรของสิงคโปร์ ดังจะเห็นได้จากคนไทยคนไหนที่ไปสิงคโปร์ก็มักจะหนีบภาพถ่ายร่วมกับเขามาฝากให้ชมผ่านหน้าหนังสืออยู่เสมอ (ถ้าเป็นคนธรรมดาต้องถ่ายหน้ารูปปั้นสิงโตน้ำ Merlion แต่ถ้าเป็นผู้นำเข้าปลาก็จะถ่ายคู่กับ Vincent จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของการมาเยือนสิงคโปร์อย่างแท้จริงไปแล้ว... อิอิ ผมก็ด้วยเหมือนกัน) laugh.gif และเพราะความโด่งดังของเขาจึงทำให้เขาสามารถเข้าออกฟาร์มปลาได้หลายทีดังที่ได้พาเราไปชมกันแล้วทั้ง 6 ฟาร์ม ทั้งยังมีหุ้นส่วนในบางฟาร์มอีก นอกจากนี้ยังสามารถซื้อปลาจากฟาร์มต่างๆ ได้อีกด้วย แต่ที่ Vincent สั่งปลามามากที่สุดก็เห็นมีมาจาก Singapore Arowana Breeding Farm (SABF) โดยจะเน้นปลา Tong Yan และ Qian Hu ที่จะเน้นไปทางทองมาเลย์ ส่วนปลาแดง Vincent จะสั่งตรงจากอินโดนีเซีย โดย 70% มาจาก PT. Istana และ PT. NiWan Red (ร้านปลาของ Vincent เน้นขายในประเทศเป็นหลัก แต่ก็มีบ้างที่ส่งออกไปยังต่างประเทศอีกทีรวมถึงเมืองไทยด้วย ตรงนี้อาจจะมีปัญหาล่าช้าหน่อยเพราเขาไม่ใช่ฟาร์มปลา แต่เป็น “ร้านค้า” จึงไม่มีใบอนุญาติที่จะออก CITES ได้ ดังนั้นเขาจึงต้องใช้วิธีให้ฟาร์มปลาขนาดใหญ่ที่สนิทสนมด้วยเป็นผู้ส่งให้ สรุปแล้วปลาที่ซื้อจากร้านอาจมาถึงช้ากว่าปลาที่ซื้อจากฟาร์มโดยตรงครับ แต่ถ้าอยากได้ปลาสวย ปลาคัดแล้วก็ต้องรอกันหน่อย)

1. Nanconnection หน้าตู้ Tong Yan นับสิบตัว



ราคาของทองมาเลย์ภายในร้านขึ้นอยู่กับขนาดและแววของปลานะครับ มีทั้งราคาสูงและราคาย่อมเยาว์ (ของเขา) แต่ต่ำสุดแล้วเปิดกันที่ 2,588 เหรียญสิงคโปร์ หรือ 61,500 บาท ในขนาดประมาณ 6 นิ้วเต็ม (ปลาที่จำหน่ายไม่ใช่ปลาจิ๋วด้วย แต่เป็นขนาดที่พ้นขีดอันตรายแล้ว กำลังน่าเลี้ยงเลย) ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าปลาหกหมื่นบาทของเขาสวยกว่าบ้านเรามาก (หมายถึงเทียบปลาที่ราคาเท่ากัน) เพราะส่วนใหญ่จะเห็นการพัฒนาเรื่องสีสันและการเปิดของเกล็ดแล้ว หกหมื่นที่ว่านี้คือเห็น “เกล็ดละเอียด” แล้วล่ะครับ ในร้านนี้มีปลาที่ผมถูกใจอยู่ 2 ตัวๆ หนึ่งเป็นตัวใหญ่ขนาดประมาณ 15 นิ้วและอีกตัวเป็นตัวเล็กขนาดประมาณ 9 นิ้ว ปลาตัวแรกผมไมได้เห็นใบรับรองสายพันธุ์ชัดเจน แต่หน้าตู้เขียนไว้ว่า Pahang Gold Cross Back ผมจึงสอบถาม Vincent ก็ได้รับคำตอบว่าเป็นปลาที่มาจากฟาร์ม King Kong ประเทศมาเลเซีย แม้จะอยู่ภายใต้หลอดเหลือง (หลอดไฟบ้าน) ที่ช่วยให้สีสันของปลาดูดีขึ้น แต่ผมก็ยอมรับว่าปลาตัวนี้สวยจริงๆ ครับ สีทองอร่ามเชียว เนื้อเกล็ดเงางาม สีเต็มแผ่นเกล็ดและมีการพัฒนาของเกล็ดไปขั้นสูงสุด (เกล็ดละเอียดเปิดหมดและข้ามหลังแล้ว) หัวเป็นทองด้วยบางส่วน จัดว่ามีคุณสมบัติของ Golden Head ด้วยเช่นกัน 

ปลาตัวนี้ผมคิดว่าคงเป็นพวก “เกรดพิเศษ” มาตั้งแต่เล็ก เห็นแบบนี้แล้วเพื่อนๆ ท่านไหนที่ครอบครอง Pahang Gold ในบ้านเราคงค่อยมีความหวังหน่อย... ส่วนราคาค่าตัวของเจ้านี่นั้นอยู่ที่แสนปลายๆ ครับ แพงหรือไม่ ?... ตอบไม่ได้ แต่สำหรับผมแล้ว แพงครับและคงไม่มีวาสนาจัดให้ตัวเอง T-T (หรือถ้าสนใจก็มีเรื่องให้หนักใจอยู่ดี เพราะอย่างที่ได้กล่าวไปแล้วนะครับ การซื้อปลา Size ขนาดนี้ไม่ได้ทำกันง่ายๆ ขนส่งลำบาก เอกสารอื้อ ค่าขนส่งกลับมา + ภาษีขาเข้า เดาไม่ออกเลยว่ามาถึงที่นี่แล้วตัวเลขจะเป็นเท่าไหร่ ? แล้วสภาพปลาจะเป็นยังไง ?)

NOTE : ปลาที่สิงคโปร์นี้ยิ่งใหญ่ยิ่งแพง (ส่วนบ้านเราปลาใหญ่ไม่ค่อยแพงนัก) โดยเฉพาะถ้าเป็นปลาสวยไม่มีตำหนิราคายิ่งสูงขึ้นไปกันใหญ่ ตัวไหนมีตำหนิแต่สีดีก็ยังขายได้ราคาดีอยู่ (ส่วนบ้านเราแทบขายไม่ออก) แต่ถ้ามีตำหนิด้วยแล้วสีไม่ดีด้วยก็จะขายถูกเป็นซากปลาไม่ต่างกับบ้านเราครับ… อนึ่ง “ตาตก” เป็นตำหนิที่บ้านเรายอมรับกันไม่ค่อยได้ แต่ที่นั่นรับได้ครับ แต่ “ปากยื่น” เราไม่ค่อยซีเรียสกัน แต่ที่นั่นส่ายหัวดิ๊กๆ ไม่เอาเลย... แปลกดีเหมือนกัน

2. Pahang Gold Xback ขนาด 15 นิ้วครับ



มาดูปลาเล็กอีกตัวดีกว่าครับ ตัวนี้ก็จัดว่าเป็นปลาชั้นดีเช่นกัน หน้าตู้เขียนไว้ว่า Pahang Gold Cross Back เช่นเดียวกับตัวใหญ่ก่อนหน้า ผมจึงขอ Vincent ดูใบเซอร์ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่เมื่อดูแล้วปรากฏชื่อเป็น Super Grade Malaysian Golden Cross Back จากฟาร์ม Qian Hu ผมจึงถามเขาว่าแล้วทำไมระบุไว้เป็น Pahang Gold ล่ะ ? เขาตอบว่า “ดูที่ลักษณะหุ่นทรงและสีสรรของตัวปลา ความเงางามของเนื้อเกล็ด บรรทัดฐานโดยรวมของมันได้คุณสมบัติของทองมาเลย์ Pahang Gold” (นี่อาจเป็นเทคนิคทางการตลาดของเขาที่ยอมรับกันได้โดยทั่วไปเพราะปลาสวยจริงจึงทำให้ไม่มีข้อโตแย้งใดๆ แต่ถ้าเป็นในเมืองไทย หากเขียนชื่อสายพันธุ์หน้าตู้ไม่ตรงกับใบรับรองสายพันธุ์จริงแบบนี้รับรองต้องเจอสอบถาม + สาวความกันสนั่นร้านแน่เลย !) 

ปลาตัวนี้มีขนาดประมาณ 10 นิ้ว เนื้อสีเต็มแผ่นเกล็ด และมีความมันเงาเป็นประกายอย่างเห็นได้ชัดเจน (ทีแรกนึกว่าเห็นคนเดียว แต่พอเห็นสายตาของพี่ต๊ะ พี่บี และคุณอ้น และมุมปากของแต่ละคนที่มีน้ำลายคลอหล่อเลี้ยงอยู่ เลยมั่นใจว่าตัวนี้สวยจริงนะ) เกล็ดละเอียดเปิดหมด เป็น Golden Head เสียด้วย แล้วยังเริ่มข้ามหลังแล้ว จัดได้ว่าเป็นปลาคุณภาพสูงที่หลายคนหมายตาไว้ โดยส่วนตัวผมชอบปลาลักษณะแบบนี้ เพราะว่ามีความสมบูรณ์มากๆ รูปหน้าก็สวย ปากก็ไม่ยื่น ตาก็ไม่ตก แต่พอฟังราคาแล้วก็เหนื่อย ไม่สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้เพราะยังติดที่ปัจจัยอยู่ เลยได้แต่รอให้วันหนึ่งมีงบประมาณเพียงพอกับเขาแล้วจะขยับจาก Hiback ไปเป็นทองมาเลย์แบบนี้ซักตัว ส่วนตอนนี้ขอฝันหวานไปก่อนละกันนะครับ tongue.gif (แต่เจ้าหนูนี่สวยจริงๆ นะครับ) 

จริงๆ แล้ว ที่นี่ก็มีปลาแดงสวยๆ ให้ชมกันหลายตัว แต่ว่าสภาพแสงไฟไม่เหมาะสม (ตู้โดนแดด ไฟในตู้น้อย) จึงไม่สามารถเก็บภาพมาฝากได้ รวมถึง Stock ปลาชั้นสองด้วยเช่นกันครับ มีปลาเยอะแยะเลยแต่ว่าอยู่ในถังบ้าง ในตู้ที่เต็มไปด้วยตระไคร่เขียวมองไม่เห็นตัวปลาบ้าง สภาพไม่น่าพิศมัยจึงไม่ได้เอามาให้ชมครับ อยากเห็น Stock ปลาเยอะๆ สะอาดสะอ้าน รวมถึงปลาแดงสวยๆ ไปชมเอาในร้านต่อไปนะครับ Fisherman Aquarium เอาล่ะครับ สำหรับ Imperial Palace ผมขอจบที่ตรงนี้ พักสักครู่ เดี๋ยวเจอกัน : )

3. ตัวนี้หน้าตู้เป็น Pahang แต่ใบรับรองเป็น Super Grade Blue Base Cross Back !

 

Local Fish Shop : Fisherman Aquarium

การเดินทางของคืนนี้กำลังจะจบลงแล้ว... เป้าหมายที่สุดท้ายของเราก็คือ Fisherman Aquarium ซึ่งเป็นอีกร้านของ Vincent บอกตรงๆ เลยนะครับว่าจำที่ตั้งของร้านปลาร้านนี้ไม่ได้ว่าอยู่แถวไหน ? เขาเรียกว่าอะไร ? เพราะในระหว่างการเดินทาง Vincent เป็นคนขับรถให้แล้วก็ชวนคุยเกี่ยวกับเรื่องปลาต่างๆ สอบถามกันไปมาหลายเรื่องเกี่ยวกับตลาดปลาในเมืองไทย ราคามาตราฐาน และคุณภาพที่ได้รับ ซึ่งเราก็ตอบไปว่าตลาดบ้านเราก็คึกคักไม่แพ้สิงคโปร์เช่นกัน ส่วนคุณภาพผมก็มองว่าไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่นัก (ความคิดเห็นส่วนตัว) เรื่องราคายอมรับว่าทองมาเลย์ที่นี่ถูกกว่าเมื่อเปรียบเทียบในเรทราคาที่เท่ากัน (ตัวอย่างเช่นปลา 6 หมื่นที่นี่สวยแจ่มฉายแววแล้ว แต่บ้านเราราคานี้ยังได้แค่สวยกลางๆ พอดูได้) ส่วนปลาแดงราคาหน้าร้านเท่ากันเลยแทบไม่ต่างกัน เรื่องมันก็เป็นอย่างนี้แล... คุยกันเพลินจนไม่รู้ตัวว่าตอนนี้มาถึงจุดหมายปลายทางแล้ว

ร้าน Fisherman Aquarium จัดเป็นร้านปลาที่ใหญ่มากร้านหนึ่งในประเทศสิงคโปร์ ภายในไม่ได้จำหน่ายปลามังกรเพียงอย่างเดียว แต่มีวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องจำหน่ายเต็มไปหมดไม่ว่าจะเป็น เครื่องกรองน้ำ วัสดุกรอง หลอดไฟ อาหารปลา (ทั้งอาหารสด และอาหารเม็ด) วิตามิน อาหารเสริม อุปกรณ์ส่วนเพิ่ม และหนังสือหนังหาที่เกี่ยวปลามังกร จำหน่ายทั้งปลาและอุปกรณ์ควบคู่กันไป ฝั่งซ้ายเป็นปลามังกรสีสวย ฝั่งขวาเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็น (ภายในร้านมีวางจำหน่ายหลายจุด) การจัดวางแบบนี้ต่างกับบ้านเรามากนะครับ ตรงที่ส่วนใหญ่แล้วบ้านเราจะเน้นการจำหน่ายปลาเพียงอย่างเดียว ไม่มีอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างอื่นมาสนนส่งเสริมกัน แม้จะต้องลงทุนสูงขึ้น แต่ผมก็คิดว่าน่าทำนะครับ เพราะทำให้ร้านเราดูโปรและน่าเข้าไปเยือน smile.gif 

เพื่อนๆ ผู้อ่านเห็นกันรึเปล่าครับว่าแม้แต่ "ตู้ปลา" ยังมีขายเลย สงสัยจังว่ามีของวางจำหน่ายเยอะขนาดนี้แล้ว Vincent ดูแลร้านยังไง ? (เพราะแต่ละจุดที่วางของบอกตรงๆ ว่าง่ายต่อการหยิบฉวยมาก) คำตอบก็คือเขามีลูกน้องที่ไว้วางใจได้ (ทั้ง 2 ร้าน) และแต่ละร้านก็มีคนดูแลหน้าร้านหลายคน อย่างใน Imperial Palace ก็ประมาณ 4 คน และที่ Fisherman Aquarium ก็อีก 4-5 คน... ใครขโมยนอกจากจะโดนปรับอย่างแรงแล้วคงถูกส่งให้ตำรวจ ต้องโดนเฆี่ยนเจียนตายแน่ๆ ! 

4. พาชมมาทั้งวันแล้ว ขอถ่ายรูปกับ Vincent เจ้าของร้านหน่อยครับ
5. ภายในร้านมีอุปกรณ์ขายควบคู่ไปด้วย
6. มีจำหน่ายทุกจุดทั่วร้าน

  

เมื่อเปรียบเทียบหน้าร้านของ Fisherman Aquarium แล้วถือว่าไม่กว้างมากนัก ยืนไม่คนก็เต็มแล้ว (เหมือนในภาพ) แต่ถ้าพูดถึงเรื่องความลึกแล้วล่ะก็ไม่เบาเลยทีเดียวล่ะครับ ผมว่าลึกกว่า Imperial Palace เยอะเลย ร้านปลาแห่งนี้มีปลาให้ชม 2 ส่วนคือ ชั้นล่าง และ ชั้นบน (ส่วน Stock) เริ่มต้นผมจะพาไปชมชั้นล่างกันก่อน โดยส่วนนี้จะเน้นไปทางปลาใหญ่เป็นหลัก อย่างตัวที่เห็นนี้ก็คือทองมาเลย์ตัวอวบอ้วนที่อยู่ในตู้หน้าร้าน Vincent ไม่ได้บอกที่มาของปลาตัวนี้มาว่าจากที่ไหน ? หรือเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กรึเปล่า ? แต่ข้อมูลที่ได้มาก็คือ ส่วนใหญ่แล้วปลาในร้านจะเป็นปลาที่ซื้อต่อมาในขนาดใหญ่ โดยส่วนตัวแล้วผมชอบปลาตัวนี้นะครับ เพราะถือเป็นปลาใหญ่ที่มีความสมบูรณ์มากๆ สีเกล็ดทองอร่ามเงางาม เกล็ดแผ่นใหญ่ เกล็ดละเอียดเปิดหมด แล้วก็ข้ามหลังแล้ว แต่เครื่องครีบเล็กไปนิด หุ่นปลาแบบนี้ (ป้อมๆ สั้นๆ หนาๆ อวบๆ ครีบเล็กๆ) ดูแล้วน่าจะเป็นตัวเมีย... เดาเอาน่ะครับ ปลาตัวนี้มีร่องรอยของการบาดเจ็บบ้าง (เกล็ดหลุด 2-3 แผ่น) ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาในการเลี้ยงดูปลามังกร ซึ่งสิ่งเหล่านี้เขาไม่ได้ซีเรียสอะไรเลย แต่ถ้าเป็นผู้เลี้ยงอย่างเราๆ ก็คงจะกลุ้มใจน่าดูเหมือนกัน เพราะเกล็ดของปลาใหญ่ที่หลุดไปบางทีใช้เวลาเป็นปีกว่าจะขึ้นมาใหม่และกลับมามีสีสรรเหมือนเดิม

7. ทองมาเลย์ตัวสวยที่หน้าร้าน



ด้านหลังตู้ของทองมาเลย์ตัวนั้นก็จะเป็นที่อยู่ของมังกร Super Red ขนาดใหญ่ อายุประมาณ 7 ปีเห็นจะได้ ความยาวจากปลายปากถึงปลายหางอยู่ที่ประมาณ 30 นิ้ว... แต่อาศัยอยู่ในตู้ที่มีขนาดแค่ราวๆ 60 นิ้วเท่านั้นเองถือว่าคับแคบมากๆ เจ้านี่ถือเป็นปลาใหญ่ที่มีความสมบูรณ์มากๆ (นับเป็นหนึ่งในปลามังกรที่ใหญ่ที่สุดที่ผมเคยเห็นเลยทีเดียวครับ) ตำหนิหลักแทบไม่มีเลย จริงๆ อาจจะมีบางภาพที่ทำให้ดูเหมือนว่าปลาแดงใหญ่ตัวนี้ตาตก แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่นะครับมันเป็นมุมการ “เหลือบมอง" ของตัวปลา แต่ไม่ได้ตาตกแต่อย่างใด ปากก็สวยไม่ยื่นยาวเหมือนตัวอื่นๆ ครีบเครื่องอะไรก็สมส่วน... ตัวนี้มีดีที่ใหญ่อย่างเดียว แต่สีสันไม่ได้แดงเด่นอะไร ดูจะเป็น Orange Red ธรรมดาๆ ตัวหนึ่ง ถ้าปลาตัวนี้สีแดงดีล่ะก็ คงไม่มีใครกล้าซื้อแน่ๆ (รับรองราคาเกินเอื้อมถึง)

NOTE : เพื่อนๆ เคยสังเกตุกันรึเปล่าครับว่า "หลอดไฟใต้น้ำ" ที่นี่นิยมติดไว้ด้านล่างให้ความสว่างส่องขึ้นมาด้านบน (เหมือนอินโดนีเซีย) ต่างกับบ้านเราและที่ญี่ปุ่นที่นิยมติดกันด้านบนมากกว่า เหตุผลก็เพราะว่าต้องการให้ลูกค้าเห็น "เหลือบสี" ของปลาได้ชัดเจนมากขึ้น

8. แดงยักษ์ 27 นิ้วครับ ใหญ่น่าดูเลย



มาต่อกันที่ทองมาเลย์อีกตัวนะครับ ดูท่าทางปลาตัวนี้ก็น่าจะเป็นตัวเมียเช่นเดียวกับตัวหน้าร้าน (หุ่นอวบ อึ๋ม ป้อม สั้น เหมือนๆ กัน) ผมชอบปลาใหญ่ที่สมบูรณ์แบบนี้จังเลยเพราะไม่ค่อยได้เห็นบ่อยครั้งนัก สนใจเรื่องราคาเหรอครับ ? ต้องขออภัยด้วย พอดีไม่ได้ถามเพราะตัวนี้เป็นปลาใหญ่ ไม่ได้ติดราคาหน้าตู้ไว้ ไอ้เราไม่ได้ซื้อก็ไม่อยากถามแบบสะเปะสะปะ เดี๋ยว Vincent จะเคืองเอาได้ ปลาตัวนี้ติดอย่างเดียวก็คือ "หนวด" สั้นไปนิดครับ อาจเป็นถูกเลี้ยงอยู่ในตู้ที่เล็กเกินไป เพราะมันอยู่ในตู้ขนาดแค่ 36 นิ้วเท่านั้นเอง (ปลา 17-18 นิ้ว อยู่ในตู้ 36”) แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับร้านปลาทั่วไป ใช้ตู้กว้างมากไปก็เสียเนื้อที่เปล่า... ก็ต้องเข้าใจ ส่วนปลาเล็กภายในร้านจะมีมาตราฐานราคาไม่ต่างกับของ IP เท่าไหร่นัก และจะเน้นไปทางปลาแดงเป็นหลัก วันนั้นผมเห็นปลาล๊อทใหม่ที่เพิ่งเข้ามาด้วย เป็น NiWan High Quality Red กับ Robin Red หุ่นดีสีสวยมากๆ ครับ (ที่นี่มีอีกห้องหนึ่งด้านหลังซึ่ง Vincent เก็บแต่ปลาแดงใหญ่อย่างเดียว แต่เป็นห้องมืดจึงไม่สามารถเก็บภาพมาฝากให้เพื่อนๆ ชมได้ น่าเสียดายและต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ)

9. ส่วนเจ้านี่ ถ้าหนวดยาวกว่านี้อีกหน่อยล่ะ Perfect !



ดูปลาชั้นล่างหมดแล้ว คราวนี้เดินตามเจ้าของร้านขึ้นไปชมชั้น 2 ซึ่งเป็นส่วนของ Stock ปลา ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ "ห้องด้านหลัง" และ "หน้าห้องน้ำ" ผมจะพาไปชมที่ส่วนตรงหน้าห้องน้ำก่อน ส่วนนี้ Vincent ไม่ได้บอกชัดเจนว่าเป็น Stock ของปลาพันธุ์อะไร แต่เท่าที่สังเกตดูพบว่ามี "ปลาป่วย" เสียเป็นส่วนใหญ่ ตาบวม หัวทิ่ม ครีบเปื่อย หางเปื่อย ปลาที่รักษาอาการบาดเจ็บ ฯลฯ นอกจากนี้ก็มีปลาเล็กล๊อทใหม่ที่เป็นทองมาเลย์ (ปลาคัดพิเศษ 10 ตัวที่ได้จาก Qian Hu ก็เอามาเก็บไว้ในส่วนนี้ครับ) และบางตู้ก็เป็นส่วนสำหรับเก็บปลาจองและปลาฝาก (ปลาที่ขายแล้ว)

เดินมาอีกห้องหนึ่งก็เป็นห้อง Stock ปลาเช่นกัน ห้องนี้มีทั้งตู้ มีทั้งถัง ครบเครื่องครบครันเต็มไปหมด แต่ก็ไม่แตกต่างกันกับห้องที่แล้วนักเพราะว่ามีทั้งปลาป่วยที่กำลังรักษาอยู่ในน้ำเขียวๆ รวมถึง Stock ปลาเล็กที่อยู่ในถัง จะต่างกันก็ตรงที่ห้องนี้ไม่มีปลาจอง… "ทองมาเลย์" จะถูกเลี้ยงอยู่ในตู้ใสโดยมีฉากหลังและด้านข้างเป็นสีขาว และบางส่วนก็จะเก็บไว้ในถังสีขาวด้วยเช่นกัน ส่วน "ปลาแดง" ก็ไม่ได้ต่างกันครับ บางส่วนเลี้ยงโชว์ให้คนในหรือลูกค้าพิเศษรายใหญ่ดูในตู้ และบางส่วนก็เก็บเลี้ยงไว้ในถังสีน้ำเงิน 

NOTE : ภายในถังจะมีแผ่นโฟมลอยน้ำอยู่ ตอนแรกที่เห็นผมก็เข้าใจว่าเป็นที่พักสำหรับ “ลูกกบ” ที่เป็นอาหารของปลามังกร (เพราะเห็นลูกกบบางส่วนเกาะอยู่) แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ครับ Vincent บอกว่า แผ่นโฟมนั้นเป็นที่กำบังของพวกปลาน้อย วิธีนี้ช่วยทำให้ปลารู้สึกปลอดภัยเมื่อยู่ในถัง และยังลดการกัดทำร้ายกระทบกระทั่งกันอีกด้วย ทำให้ลูกปลามีความสมบูรณ์มากขึ้นในวันที่ส่งจำหน่าย... นับเป็นเทคนิคที่น่าสนใจ ใครจะเอาไปใช้ก็ไม่ว่ากันครับ

10. Stock ปลาชั้นสองบริเวณหน้าห้องน้ำ
11. Stock ปลาอีกด้านหนึ่งครับ
12. เพื่อนๆ ผมสนใจกันใหญ่เลย

  

ปลาส่วนใหญ่ใน Stock จะไม่ได้โชว์สวยรายตัวในตู้แต่ละใบเหมือนกับ Show Room ด้านล่างนะครับ อย่างที่บอก... ส่วนใหญ่จะเป็นปลาป่วยกับปลาที่เก็บไว้ในถัง แต่มีปลาตัวหนึ่งที่พวกเราเห็นแล้วต้องตื่นเต้นเป็นพิเศษ นั่นก็คือเจ้า Golden Head สุดพิเศษตัวนี้ที่ "มีดี" อยู่ที่หัวของมันนั่นเอง... ผมจำได้ว่าเคยเห็นปลาตัวนี้มาแล้วในเวบไซท์ Arofanatics แต่ก็เพิ่งจะได้มาเห็นตัวจริงก็วันนี้เอง เจ้า Golden Head ตัวนี้ขนาดของมันประมาณ 1 ฟุตนิดๆ ดูเผินๆ นึกว่าเป็นสายพันธุ์ทองมาเลย์ Blue Base แต่ Vincent บอกว่าไม่ใช่... ปลาตัวนี้ไม่ใช่ Xback แต่เป็น Tong Yan ครับ (ไมได้ระบุฟาร์มว่าเป็นของที่ไหน ? Qian Hu... Dream Fish... SABF หรือ DFI)

อย่างที่เขาบอกกันจริงๆ ครับว่า TY จัดอยู่ในสายของ "ทองมาเลย์" ไม่ใช่ "ปลาแดง" ดังนั้นคุณสมบัติ Golden Head จึงเป็นสีทองอย่างชัดเจนไม่เป็น "หัวแดง" อย่างที่ครึ่งหนึ่งของสายพันธุ์ควรจะเป็น และ GH ก็ไม่ได้มีกันทุกตัว ไม่ได้เป็นกันง่ายๆ ว่างั๊น แต่เจ้านี่กลับเป็นอย่างไม่บันยะบันยัง เต็มหัวเต็มหน้าผากไปหมด โดดเด่นเหนือใครจริงๆ... "หัวทอง" ขนาดนี้แล้วคงไม่ต้องสนใจเรื่อง "ข้ามหลัง" อีก เพราะมันเรียบร้อยก่อนจะหัวทองแล้วล่ะครับ และแน่นอนว่าปลาสวยๆ แบบนี้ก็คงไม่พ้นการจับจองขอเป็นเจ้าของจากลูกค้าวงใน ถูกต้องนะครับ ! เจ้านี่มีเรียบร้อยโรงเรียนลอดช่อง เพียงแต่ว่าช่วงนี้มันเพิ่งฟื้นตัวจากอาการป่วย (ไม่สังเกตเห็นอาการผิดปกติภายนอก... อาจจะหายสนิทดีแล้ว) Vincent จึงต้องรักษาสภาพให้สมบูรณ์ก่อนที่ลูกค้ามารับกลับไป

ความสวยงามและเป็นระเบียบเมื่อเปรียบเทียบกับชั้นล่างและชั้นบนแล้วนี่คนละเรื่องเลยนะครับ ก็อย่างว่าล่ะ "หน้าร้าน" กับ "Stock" นี่ครับ ที่ไหนก็คงจะเป็นแบบนี้กันหมด... เอาล่ะครับ และแล้วก็สิ้นสุดการเที่ยวชมในวันแรก เหลือบดูเวลา โอ้ ! นี่มัน 4 ทุ่มกว่าแล้ว เริ่มรู้สึกเพลียๆ ง่วงๆ แล้วสิเรา หันดูใบหน้าดูตาเพื่อนๆ แล้วก็เป็นเหมือนกันหมด ตาปรือกันเป็นแถว นั่นสินะ ก็เดินทางมาทั้งวันแบบไม่มีหยุดพักแบบนี้ ว่าแล้วก็บอก Vincent ให้ช่วยเรียก Taxi พากลับโรงแรมให้ Vincent บอกว่า “No Problem No Problem เดี๋ยวไอจัดให้” ใจดีจังเลยเพื่อนใหม่ของเรา smile.gif 

Nanconnection

13. Golden Head ตัวนี้เป็น Tong Yan ครับ ทองเต็มหัวเลย 

ย้อนกลับ

แชร์บทความ