Aro4u Community

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ “บ้านปลามังกร” หลังเล็กแต่อบอุ่น

by Nanconnection

Aro4u Articles

Dragon Talk Fun
Category

บทความตอนยาวเกี่ยวกับปลามังกรที่ผมได้พบเห็นมา

มังกรหรรษา ตอน เมื่อได้มีโอกาสเป็นกรรมการตัดสิน ตอนที่ 1

Dragon Talk Fun : มังกรหรรษา,
18/10/2007

บทความนี้ผมเคยเขียนลงนิตยสาร AQUA แล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่เคยนำมาลงเวบ ดังนั้นเพื่อเก็บไว้เป็นงานเขียนส่วนตัว ผมจึงขอนำมาลงเก็บไว้ และให้เป็นความรู้สำหรับเพื่อนสมาชิกด้วยนะครับ smile.gif 

... บทนำก่อนการเดินทาง …

เมื่อประมาณปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาในขณะกำลังทำงานบนหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่นั้น คุณวีรวัฒน์ วลัยเสถียร (หรือคุณดิว) ผู้บริหารใหญ่แห่งบริษัทไทย เฉียน หวู่ ได้ทักผมผ่านทางโปรแกรม MSN ว่า...

“สวัสดีครับคุณแนน สะดวกคุยรึเปล่าครับ ?”
“คุยได้ครับ ไม่ได้ติดงานสำคัญอะไร คุณดิวมีอะไรรึเปล่าครับ?”
“ถ้าอย่างนั้น รับโทรศัพท์ด้วยนะครับ ผมมีเรื่องจะคุยด้วย”
“ครับผม ตกลงตามนี้” จากนั้นไม่นานเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ดูชื่อว่าเป็นคุณดิว แล้วผมก็รับสาย...
“สวัสดีครับคุณดิว ว่าไงครับ มีอะไรให้ผมรับใช้รึเปล่า ?”
“คุณแนนครับ วันที่ 1 กันยายนนี้คุณแนนไปไหนมั้ย ?”
“ตอนนี้ยังไม่มีแผนการณ์อะไร แล้วก็ไม่ได้นัดใครไว้ ทำไมเหรอครับ ?”
“ผมอยากจะให้คุณแนนไปเป็นกรรมการงานประกวดปลามังกรให้ผมหน่อย”
“หา... ขนาดนั้นเลยเหรอครับ ? ได้ครับ ถ้าคุณดิวไว้วางใจผม”
“ถ้าไม่มีปัญหา คุณแนนเตรียมตัวให้พร้อมด้วย เพราะคุณต้องไปกรรมการให้ผมวันที่ 1-3 กันยายนนี้”
“3 วันเชียวเหรอครับ จัดที่ไหนครับนี่ ?”
“ที่สิงคโปร์ครับ งาน Qian Hu Arowana Competion 2004 ที่สำนักงานใหญ่บริษัทผมเป็นผู้จัดขึ้น”
“คุณดิวจะให้ผมไปสิงคโปร์เหรอครับ ?”
“ถูกต้องแล้วครับ ว่าแต่คุณแนนมีอะไรขัดข้องรึเปล่า ?”
“ไม่มีครับ แต่ยอมรับว่ารู้สึกเป็นเกรียรติที่คุณดิวเชิญผม แล้วคุณไปกับผมด้วยรึเปล่า ? หรือให้ผมไปคนเดียว ?”
“ผมคงตามไปทีหลัง วันที่ไปคุณแนนคงต้องไปคนเดียว แต่ไม่ต้องห่วงนะครับเรื่องที่พัก ค่าตั๋วเครื่องบิน และคนดูแลผมจัดการให้ทั้งหมด”
“ขอบคุณครับ... คุณดิว ผมขอผู้ช่วยไปด้วยคนหนึ่งได้ไหม ? บอกตรงๆ ไปต่างประเทศคนเดียว เหงาครับ”
“เอางั๊นเหรอ ไม่ยักรู้ว่าคุณเป็นคนขี้เหงา ได้สิครับคุณแนน ยังไงส่งชื่อมาละกันนะครับ ผมจะจัดการซื้อตัวเครื่องบินและจัดที่พักให้”
“ขอบคุณมากครับคุณดิว”... จบบทสนทนาผมก็วางโทรศัพท์ไป 



สิ่งแรกที่ผมทำหลังจากคุยกับคุณดิวจบแล้วก็คือลงไปแจ้งข่าวดีนี้ให้กับคนในครอบครัวได้รับทราบ ทั้งน้องสาว แม่ และลูกน้องในบ้าน (ยอมรับว่านาทีนั้นดีใจมาก) เสร็จแล้วก็โทรศัพท์บอกเพื่อนๆ คนสนิทให้รับทราบกัน ซึ่งต่างคนต่างก็แสดงความยินดีกับผมจึงทำให้ยิ่งรู้สึกปลาบปลื้มใจมากขึ้นไปอีก อันที่จริงเรื่องการประกวดปลามังกรที่จะมีขึ้นนี้ผมรับรู้มานานแล้วล่ะครับ เพราะมีกระทู้ประกาศไว้ในเวบ Arofanatics.com ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม เพียงแต่อ่านแล้วก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เพราะงานมันจัดขึ้นที่ต่างประเทศคงไม่ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมงาน เมื่อเห็นว่าเป็นเรื่องไกลตัวจึงลืมๆ ไป จนมาวันนี้ที่คุณดิวโทรมาเชิญจึงได้รู้ว่าตัวเองกำลังจะได้เป็นส่วนหนึ่งของงานประกวดอันยิ่งใหญ่นี้ ผมรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยที่จะได้ไปพบกับนักเลี้ยงปลามังกรในประเทศสิงคโปร์ อยากเจอมานานแล้วล่ะครับเพราะที่ผ่านมาผมได้แต่พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผ่านหน้าจอคอมเท่านั้น ไม่มีโอกาสได้เจอตัวจริงเหมือนในบ้านเราที่อยู่ใกล้ๆ กัน สามารถไปมาหาสู่และทำความรู้จักกันได้สะดวกกว่า



NOTE : โดยปกติแล้วเวบที่ผมเข้าเป็นประจำก็คือ Pantip.com ห้องปลาสวยงามของคนไทย และ Arofanatics.com เวบปลามังกรที่ใหญ่ที่สุดของสิงคโปร์ (หรืออาจจะใหญ่ที่สุดในเอเซีย) โดยเป็นเวบที่ใช้ภาษาอังกฤษในการติดต่อสื่อสาร ผมมีเพื่อนฝูงมากมายจากทั้ง 2 เวบนี้ทั้งคนไทย คนมาเลย์ คนสิงคโปร์ คนอินโด และคนไต้หวัน... กับคนไทยเมื่อได้พูดคุยถูกคอกันในเวบแล้วจะมีโอกาสได้เจอหน้าเจอตากันมากกว่า เพราะเพียงแค่ติดต่อขอหมายเลขโทรศัพท์และถามถึงสถานที่อยู่ ก็เจอหน้าและทำความรู้จักเป็นเพื่อนใหม่กันได้แล้ว แต่ถ้าอยากรู้จักเพื่อนฝูงจากเมืองนอกมันต้อง “เครื่องบิน” อย่างเดียวเลยครับ... แพงก็แพง พูดก็ไม่ค่อยเก่ง คุยกันผ่านจอคอมนี่แหละดีแล้ว 



หลังจากที่ผมได้บอกเล่าให้เพื่อนๆ และคนสำคัญฟังหมดแล้ว ผมก็เริ่มเตรียมตัวจัดการเรื่องการแลกเปลี่ยนเงินตรา เอกสาร สิ่งของต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้ รวมถึงความเตรียมพร้อมอื่นๆ อีกเพื่อไม่ให้ขาดตกบกพร่องไป (จากวันที่รับโทรศัพท์คุณดิวมีเวลาให้ผมแค่เพียง 5 วัน) ผมเตรียมผลงานเขียนของตัวเองไปด้วยทั้ง AQUA และ “(แอบ) คุยเรื่องปลาตู้” ทั้ง 2 เล่ม เพราะคุณดิวบอกว่าที่นั่นผมจะได้เจอกับคนที่มีชื่อเสียงเยอะแยะมากมาย... 



ข้อมูลเพิ่มเติมจากคุณดิวก่อนออกเดินทางก็คืองานประกวดครั้งนี้จัดขึ้นที่บริษัท Qian Hu (ที่ฟาร์มเลย) ไม่ใช่แยกจัดใน Exhibition เหมือนงาน Aquarama ปีที่แล้ว โดยมีปลาเข้าประกวดทั้งสิ้นประมาณ 150 ตัว รวมทุกสายพันธุ์ การตัดสินใช้เวลา 2 วันคือวันที่ 2 และ 3 ส่วนวันแรกที่ไปนั้นถือเป็นวันพักผ่อนไป งานนี้มีกรรมการซึ่งเป็นตัวแทนจากประเทศต่างๆ ในเอเซียรวมทั้งสิ้น 7 คนจากหลายๆ ประเทศ (แต่ไม่ได้บอกว่ามาจากประเทศไหนบ้าง) ส่วนในเรื่องขั้นตอนและวิธีการตัดสินต้องไปศึกษากับผู้ดำเนินการเองที่นั่นครับ เรื่องเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายไม่ได้พิถีพิถันถึงขนาดต้องใส่สูท เพราะงานนี้เป็นงานที่บริษัทระบบเถ้าแก่จัดขึ้นจึงเป็นแบบเป็นกันเอง ใส่แบบสบายๆ ชุดลำลองก็ได้เพียงแต่ให้เหมาะสม อย่าให้จี๊ดจ๊าดเกินหน้าเกินตาท่านอื่นๆ เป็นพอ... ดีครับ ผมเองไม่ค่อยชอบใส่สูทซะด้วย ตัวก็เล็ก ขาก็สั้น ใส่แล้วดูไม่ค่อยงามตาเท่าไหร่



ก่อนวันเดินทาง 1 วัน ผมไปตลาดซันเดย์จตุจักรเพื่อไปรับตั๋วเครื่องบิน ที่นั่นทำให้ผมได้มีโอกาสรู้จักกับคุณ Jimmy Tan ผู้บริหารใหญ่ฝ่ายสิงคโปร์ของบริษัทไทย เฉียน หวู่ ผมกับคุณ Jimmy ได้พูดคุยรายละเอียดกันเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับตลาดปลาสวยงามบ้านเราโดยรวม และสิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้ก็คืองานประกวดครั้งนี้ (คุยกันภาษาไทยนะครับ เพราะคุณ Jimmy อยู่เมืองไทยมา 3 ปีกว่าแล้วจึงพูดภาษาของเราได้ น่าภูมิใจมาก) เมื่อคุยกันเสร็จแล้วคุณ Jimmy ก็ส่งตั๋วให้ ผมจึงขอตัวลาเพื่อไปซื้ออาหารปลาสำรองไว้สำหรับให้ที่บ้านจัดการเลี้ยงดูปลาทั้งหมดในช่วงที่ผมไม่อยู่ เสร็จแล้วก็กลับบ้านมาทำกระทู้อำลาเพื่อนๆ ในโลกของอินเตอร์เนทเพื่อไปทำภารกิจสำคัญที่ได้รับมอบหมายมา... 



ในวันเดินทาง ผมตื่นแต่เช้า จัดแจงอาบน้ำ ใส่เสื้อผ้าแต่งตัว แล้วลงมาทานอาหารเช้ารวมถึงให้อาหารปลาแสนรักทุกตัวก่อนจะไม่เจอกันอีกหลายวัน จากนั้นก็บอกลาคนในครอบครัวแล้วก็หิ้วกระเป๋าขึ้นรถไปดอนเมือง... ตามที่ได้ตกลงกับคุณดิวไว้แล้ว ผมจึงมีผู้ช่วยไปด้วยคนหนึ่ง พร้อมกับเพื่อนสมาชิกใน Aro Club และครอบครัว (ขอเพิ่มที่นั่งตามไปเที่ยวงานด้วย แต่จัดการค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด) ไปถึงสนามบิน ก็จัดการ Check In ให้เรียบร้อยแล้วก็เตรียมตัวขึ้นเครื่อง วันนี้ผมทำเวลาได้ดีดังนั้นจึงไม่เสียเวลารอมาก เพียงครู่เดียวผมและทีมงานรวม 5 ชีวิตก็ไปอยู่บนเครื่องบินเตรียมตัวเหิรฟ้าบินไปประเทศสิงคโปร์



กำหนดการของเที่ยวบิน TG 413 นี้คือเครื่องออก 11.25 น. และจะไปถึงที่หมาย 14.25 น. รวมเวลาการเดินทาง 2 ชั่วโมง (เวลาท้องถิ่นของสิงคโปร์จะเร็วกว่าเรา 1 ชั่วโมง) เนื่องจากเมื่อคืนนี้พักผ่อนมาเต็มที่ประกอบกับมีเพื่อนคุยคนสวยนั่งข้างๆ ดังนั้น Flight นี้ผมจึงหลับไม่ลง (ขอบอกว่า “ม่าม่าไก่” อาหารมื้อกลางวันของการบินไทยอร่อยมากครับ) 2 ชั่วโมงนี่ไวเหมือนโกหก ! ความรู้สึกผมคือแค่ประเดี๋ยวเดียวเท่านั้นเองเครื่องบินก็ส่งสัญญาณ Prepare For Landing… ทีมงาน Nanconnection กำลังจะถึงสิงคโปร์แล้วล่ะครับ



หลังผ่านขั้นตอนการเข้าสู่ประเทศแล้ว ผมก็มายืนมองหาป้ายชื่อ Nanconnection ของคนที่มารับ เพราะคุณ Jimmy Tan บอกว่าไปถึงที่นั้นแล้วจะมีคนมารับเพื่อพายังที่พัก ไม่นานก็เจอครับโดยคนที่มารับผมก็คือคุณ Jimmy Yap (ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ของสำนักงานใหญ่) พูดคุยแนะนำตัวกันแป๊ปนึง คุณ Jimmy Yap ก็ขอตัวไปเอารถเพื่อมารับผมและเพื่อนๆ ไปยังที่พัก ครู่เดียวเบนซ์สีขาวคันงามก็แล่นมารับผมที่หน้าสนามบิน (เท่ห์มากๆ) โรงแรมที่ทางบริษัทไทย เฉียน หวู่ จองให้นั้นเป็นโรงแรมชั้นดี 4 ดาว ชื่อ Novotel Apollo ครับผม โดยจองให้ผมอยู่ที่ชั้น 16 (Executive Floor) ห้องในชั้นนี้เป็นห้องใหญ่อย่างดี มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน แต่สิ่งที่พิเศษที่สุดก็คือการได้ห้องที่สามารถมองภาพวิวทิวทัศน์ความเจริญรุ่งเรืองของเมืองลอดช่องได้อย่างเต็มที่... รู้สึกเป็นเกรียรติมากจริงๆ ครับ 

ตามกำหนดการแล้ววันนี้ไม่มีการตัดสินใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นผมจึงขอเป็นนักท่องเที่ยววันนึงละกัน ว่าแล้วก็จัดแจงเปลี่ยนรองเท้าแล้วมุ่งหน้าไปเดินย่าน Orchard ถนนสายบันเทิงของประเทศสิงคโปร์กันเลย วันนั้นผมเดินทะลุตึกนั้นออกตึกนี้ เข้าไปตึกโน้นก่อนจะออกไปอีกตึก เดินเที่ยวอย่างสนุกสนานราวกับว่าเป็นบ้านนอกเข้ากรุง เดินไปก็หาของกินที่ดูแล้วน่าอร่อย (แต่กลับไม่อร่อยเลย) ทานกันไปด้วย เดินกันตั้งแต่ 4 โมงเย็นไปจนค่ำดึกๆ ดื่นๆ เหนื่อยล้าอ่อนแรงแล้วจึงไปปิดท้ายในอาหารสวนอาหารริมทางอีกมื้อ (ซึ่งก็ไม่อร่อยตามเดิม แถมยังแพงระเบิดเถิดเทิงอีก จ๊ากเลยครับงานนี้) ก่อนเรียก Taxi กลับสู่โรงแรม อาบน้ำชำระล้างความเหน็ดเหนื่อยและล้มตัวลงนอนพักผ่อนอย่างเต็มที่เพื่อออมแรงสำหรับการทำงานในวันต่อไป



... วันแรกของการตัดสิน ...

เพราะนัดกับคุณ Jimmy Yap ไว้ตอน 9 โมงเช้า ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยผมจึงตั้งนาฬิกาปลุกไว้... ดังนั้นผมจึงไปทันการนัดหมาย รายการพิเศษของเช้าวันนี้ก็คือผมได้รู้จักกับกรรมการอีกท่านจากประเทศไต้หวัน (มาพร้อมลูกชาย) โดยการแนะนำของคุณ Jimmy ผมพิ่งทราบว่าพักที่โรงแรมเดียวกัน การทักทายก็ได้แต่เออๆ ออๆ กันเพราะพูดกันไม่รู้เรื่อง ผมได้แต่ภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ ส่วนเขามาแบบภาษาจีนโดยตรง... เมื่อเรียบร้อยแล้วคุณ Jimmy ก็เอารถ Benz คันเดิมมารับที่หน้าโรงแรม ไปรอบนี้เบียดกันหน่อย เพราะมีคนไปทั้งหมด 8 คนในรถเก๋งคันเดียว (คุณ Jimmy ผมกับเพื่อนรวม 5 คนและกรรมการจากไต้หวันอีก 2 คน) ระยะเวลาในการเดินทางจากโรงแรมไปฟาร์ม Qian Hu ก็ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ในช่วงนั้นในรถไม่มีบทสนทนาอะไรเกิดขึ้น ยกเว้นการพูดคุยระหว่างคุณ Jimmy กรรมการจากไต้หวันและพี่ตู่ ที่พูดคุยกันอย่างออกรสด้วยภาษาจีน ส่วนผมได้แต่นั่งมองตาปริบๆ (เพราะไม่รู้เรื่อง... พลางคิดในใจ “เอ ถ้าในงานประกวดอธิบายวิธีให้คะแนนเป็นภาษาจีนล่ะก็ อั๊วซี้แน่เลี้ยว !!”) 



เมื่อไปถึงที่ฟาร์ม คุณ Jimmy ก็พาผมไปแนะนำให้รู้จักกลุ่มเถ้าแก่ใหญ่ของบริษัท (Qian Hu เป็นบริษัทที่ดำเนินในกลุ่มพี่น้องและญาติเป็นครอบครัวใหญ่ครับ) ซึ่งก็มีคุณ Kenny Yap, คุณ Alvin Yap, คุณ Andy Yap, คุณ Yap Kim Choon หรือ “อาชุน” ผู้บริหารใหญ่ฝ่ายปลามังกรของบริษัท (คนนี้มาเมืองไทยบ่อย เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตา) ยังดีที่เกือบทุกคนสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ ดังนั้นจึงสื่อสารกันจึงรู้เรื่องหน่อย ในกลุ่มนั้นเองผมได้เจอคนที่ผมอยากเจอมากๆ นั่นก็คือคุณ Alvin Koh ซึ่งเป็น Webmaster แห่ง Arofanatics… ดีใจมากที่ได้เจอ ผมมีความรู้สึกว่าคนๆ นี้เก่ง และเมื่อได้รู้จักกันจึงทราบว่าเขาอายุเท่าผมเลย (26 ปี... แต่ผมหน้าอ่อนกว่านะขอบอก แหะ แหะ) และเพิ่งทราบเดี๋ยวนั้นว่าคุณ Alvin ก็เป็น 1 ในกรรมการผู้ให้คะแนนวันนี้ด้วย

ทำความรู้จักและขอถ่ายรูปกันเสร็จแล้ว กลุ่มเถ้าแก่ก็เชิญผมไปที่หน้างานแล้วบอกว่าตอนนี้ยังขาดกรรมการอีกท่านหนึ่งที่มาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งอาจเป็นผลจากเที่ยวบินเกิดการ Delay เพื่อเป็นการให้เกียรติกัน ขอให้คณะกรรมการที่มากันแล้วรอหน่อย แต่ในระหว่างที่รอนี้ก็อนุญาตให้เข้าไปรับชมปลาที่ส่งเข้าประกวดได้ตามอัธยาศัย ตัวผมเองน่ะอดใจรอแทบไม่ไหวอยู่แล้วเมื่อได้ฟังแบบนี้จึงยิ้มแก้มปริแล้วเดินเข้าไปในห้องจัดการประกวดในทันที 

Nanconnection

ย้อนกลับ

แชร์บทความ