Aro4u Community

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ “บ้านปลามังกร” หลังเล็กแต่อบอุ่น

by Nanconnection

Aro4u Articles

Dragon Talk Fun
Category

บทความตอนยาวเกี่ยวกับปลามังกรที่ผมได้พบเห็นมา

มังกรหรรษา ตอน เมื่อได้มีโอกาสเป็นกรรมการตัดสิน ตอนที่ 3

Dragon Talk Fun : มังกรหรรษา,
22/10/2007

วิธีการให้คะแนนของการประกวดปลาในวันแรกคือผู้ดำเนินการจะแจกแถบสี Post It ให้กรรมการแต่ละท่านๆ ละสี (ของผมได้สีชมพู หวานมากครับ) และเมื่อกรรมการชอบปลาตัวใดก็ให้ติดแถบสีของตนไว้ที่ตู้ปลาใบนั้น ในการติดแถบสีแต่ละครั้งให้ติดใน Category นั้นๆ ห้ามติดนอกเหนือจากที่กำหนด ตัวอย่างเช่นกำลังตัดสินในกลุ่ม A ปลาแดงใหญ่ ก็ให้เลือกปลาเฉพาะกลุ่มนี้เท่านั้น ห้ามไปติดป้ายที่กลุ่มอื่น (เนื่องจากตู้ปลาแต่ละใบและตัวปลาแต่ละกลุ่มอยู่ติดกัน ดังนั้นจึงอาจจะเป็นไปได้ว่ากรรมการคนใดคนหนึ่งจะติดพลาดหรือติดเพลินจนเกินขอบข่ายที่จำกัดไว้ไป) ในการพิจารณาปลาจริงๆ กรรมการแต่ละท่านจะใช้เวลาไม่เท่ากัน บางคนเร็ว บางคนช้า (ผู้ดำเนินการมีระยะเวลากำหนดให้ Category ละ 30 นาที) เพื่อเป็นการให้เสร็จพร้อมๆ กัน เมื่อกรรมการแต่ละท่านคัดเลือกปลาตัวที่ผ่านเข้ารอบในแต่ละกลุ่มเสร็จแล้วก็ให้มารอท่านอื่นด้านนอก เมื่อครบทุกท่านแล้วจึงค่อยรับแถบสีไปตัดสินปลากลุ่มต่อไปทั้งหมดจนครบ 9 กลุ่ม 

 

เมื่อผู้ดำเนินการอธิบายเสร็จแล้ว ต่อไปก็ถึงเวลาที่ต้องเข้าไปตัดสินจริง ผมเองในนาทีนั้นไม่ได้ตื่นเต้นเท่าไหร่นักเพราะได้มีโอกาสเห็นปลาก่อนแล้วจึงลดการเต้นรัวของหัวใจไปได้บ้าง... ก่อนการตัดสินผู้ดำเนินการได้บอกกำชับว่า “ให้เลือกปลาตามแบบของตัวเอง ตามสายตาของตัวเอง ไม่ต้องตามใคร และไม่ต้องกลัวว่าจะฉีกแนว ทางคณะกรรมเชื่อถือความรู้และประสบการณ์ของท่านทุกคนจึงได้ให้เกียรติเชิญมาเป็นกรรมการในการตัดสินครั้งนี้” ผมที่ความมั่นใจอยู่แล้วก็ยิ่งมั่นใจยิ่งขึ้นไปอีก... เอาล่ะ จะมัวรีรออะไรกันอยู่ เข้าไปดูปลาตัดสินกับผมกันเลย ! 

 

ในการตัดสินกลุ่มปลาใหญ่ผมก็พยายามเลือกตัวที่คิดว่าสวยในสายตาของตัวเอง ซึ่งเวลานั้นมีปลาในใจอยู่บ้างแล้ว แต่ก็ยอมรับว่าหนักใจอยู่หน่อยๆ เพราะถึงเวลาตัดสินจริง “การกำจัดจุดอ่อน” ด้วยการเลือกปลาที่สวยน้อยที่สุดออกไปทำได้ยากมากครับ ต้องเดินไปเดินมาหลายรอบ ดูแล้วดูอีก จากตัวที่เคยมั่นใจมาดูอีกทีเริ่มไม่มั่นใจ ตัวนั้นก็ดี ตัวนี้ก็สีสวย ต้องใช้ความคิดพิจารณามากเลยทีเดียว แต่ละกลุ่มกรรมการแต่ละท่านก็เดินกันวนไปเวียนมาจนแทบจะชนกัน ยิ่งถ้าเป็นการดูปลาตู้เดียวกันจะยิ่งตื่นเต้นปนตึงเครียดครับ... 

 

ผมจำได้ว่าในการตัดสินรอบแรกนี้มีปลาที่มีปัญหาอยู่ 2 ตัวคือในกลุ่ม D (ทองอินโดใหญ่) และกลุ่ม E (ปลาแดงเล็ก) โดยกลุ่ม D นั้นปลาตัวที่ปัญหาก็คือมีทองอินโดตัวหนึ่งที่มีลักษณะพิเศษตรงที่เนื้อสีเข้ม และเกล็ดเปิดสูงมากๆ จนข้ามหลังมาหลายเกล็ด นอกจากนี้ยังสามารถสังเกตเห็นการเปิดของเกล็ดละเอียดได้อย่างชัดเจน พูดง่ายๆ คือน่าจะเป็น “ทองมาเลย์” จุดนี้ทำให้กรรมการหลายท่านเข้ามาพิจารณาตัวปลาด้วยกันและแจ้งให้คณะผู้ดำเนินการให้รับทราบ เมื่อตรวจสอบเอกสารการส่งเข้าประกวดรวมถึงการ Check หมายเลข Micro Chip แล้วก็พบว่าปลาตัวนี้เป็นสายพันธุ์ทองอินโดจริง (ซื้อเป็นทองอินโด ในราคาทองอินโด และใบเซอร์เขียนเป็นทองอินโด) แต่ตัวปลากลับมีหน้าตาละม้ายคล้ายไปโทนทองมาเลย์มากกว่า (ลักษณะของตัวปลายังเหนือชั้นกว่า Hiback เสียด้วย) ดังนั้นเพื่อเป็นการไม่เอาเปรียบปลาตัวอื่นๆ ที่มีลักษณะของปลามังกรทองอินโดสายแท้มากกว่า ทุกคนจึงมีความเห็นตรงกันว่าให้ Disqualified ปลาตัวนี้ไป (ไม่มีการตัดสิน) เมื่อกรรมการทุกท่านต่างมีความเห็นตรงกันแบบนี้ ทางคณะผู้ดำเนินการก็ไม่อาจขัดข้องได้จึงต้อง Disqualified ปลาตัวดังกล่าวไป... สงสารเจ้าของปลาเหมือนกันนะครับ บุญมีแต่กรรมบัง ได้ปลาชั้นดีมาในราคาถูก แต่กลับไม่มีคุณค่าในสายพันธุ์นั้น

 

อีกตัวหนึ่งก็คือปลาแดงเล็กในกลุ่ม E… โดยทั่วไปแล้วปลาที่เข้าประกวดส่วนใหญ่จะขนาดประมาณ 10-12” (25-30 ซม.) ซึ่งถือว่ากำลังดี แต่มีปลาแดงตัวหนึ่งในกลุ่มนี้ที่มีขนาดยาวถึง 15 นิ้วเศษ (หรือประมาณ 38 ซม. กะจากสายตา) ซึ่งน่าจะอยู่ขอบเขตของปลาใหญ่เพราะมีขนาดเกิน 37.5 ซม ดังนั้นจึงค่อนข้างจะขัดตาคณะกรรมการเป็นอย่างมาก เหมือนจะเป็นการเอาเปรียบปลาตัวอื่นๆ ที่เล็กกว่า เพื่อนผู้อ่านพอจะทราบใช่มั้ยครับว่าปลาแดงที่ขนาดต่างกัน 2 นิ้วขึ้นไป ถ้าเป็นปลาชั้นดี สีสันจะต่างกันพอตัว แล้วนี่ต่างกันถึงเกือบ 4 นิ้ว ดังนั้นสีสันจึงโดดเด่นฉีกออกไปมาก (จะว่าจะไปแล้วก็คือปลาตัวนี้ใหญ่เกินไปสำหรับปลาเล็ก แล้วก็เล็กเกินไปสำหรับปลาใหญ่) คณะกรรมการจึงมีความเห็นตรงกันว่าจะขอ Disqualified ปลาแดงตัวนี้อีกตัว แต่หนนี้ผู้ดำเนินการไม่เห็นด้วยครับ เธอแย้งว่าปลาตัวนี้ยังอยู่ในขอบเขต 37 ซม. พอดี โดยการใช้บรรทัดมาวัดขนาดของตัวปลาที่หน้าตู้เพื่อยืนยันว่าสามารถอยู่ในกลุ่ม E นี้ได้... เมื่อผู้ดำเนินการบอกว่า “ผ่าน” แม้ปลาจะตัวใหญ่กว่าชาวบ้าน ดูแล้วไม่ยุติธรรม แต่เพราะความสวยงามทั้งสีสันและหุ่นทรงของมัน เหล่ากรรมการทั้งหลาย (ที่เมื่อสักครู่จะขอ Disqualified) ต่างก็ลงคะแนนให้เป็นแถวๆ ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ 

 

NOTE : ขนาดของปลามังกรจริงๆ เมื่อนำขึ้นมาวัดตัวเหนือน้ำจะมีความยาวมากกว่าตอนที่อยู่ในตู้ประมาณ 1-2” ดังนั้นอย่างในกรณีที่ผู้ดำเนินการวัดตัวปลาด้วยไม้บรรทัดจากหน้าตู้ ผมคิดว่าขนาดคงไม่ถูกต้องแม่นยำเท่าไหร่นัก สมมุติว่าวัดหน้าตู้ได้ 37 ซม. แต่เมื่อวัดตัวปลาจริงๆ แล้วล่ะก็น่าจะยาวถึง 40 ซม. ครับ ในจุดนี้กรรมการทุกท่านก็เห็นตรงกัน แต่ด้วยไม่ต้องการขัดแย้งเจ้าของปลาและผู้ดำเนินการจึงต้องรับการพิสูจน์ขนาดตัวปลาจากหน้าตู้นั้นไป

 

เมื่อคัดเลือกปลารอบแรกเสร็จเรียบร้อย ทางผู้ดำเนินการก็เชิญให้ไปรับประทานอาหารเที่ยงด้วยกัน (ตอนนั้นเป็นเวลาบ่ายสองเศษๆ โมงแล้ว) ที่ภัตตาคารใหญ่ หลังจากอิ่มท้องจากปูอบวุ้นเส้น เป็ดพะโล้ ปลาเก๋าทอดน้ำปลา ผัดผักรวมมิตรแล้ว ทุกคนก็กลับไปที่หน้างานประกวดอีกครั้ง ตอนแรกผมเข้าใจว่าเสร็จแล้ว แต่จริงๆ ยังครับ ยังมีต่ออีกหน่อยเพราะผู้ดำเนินการแจ้งให้ทราบว่ามีปลาบางตัว บางกลุ่ม ที่มีคะแนนเท่ากันทำให้ไม่สามารถเลือกเข้ารอบตรงตามจำนวนได้ ดังนั้นจึงขอรบกวนให้คณะกรรมการลงคะแนนใหม่อีกครั้ง เพื่อหาผู้ที่เข้ารอบ 2 ตัวจริงต่อไป ผมและกรรมการทุกท่านจึงต้องเข้าไปให้คะแนนกันอีกรอบ แต่ไม่นานนักทุกอย่างก็เรียบร้อย จึงเป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจในวันแรก... เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้านิดหน่อยแต่ก็ยอมรับว่าสนุกมากครับ

 

หลังจากเสร็จงานประกวดวันแรก พี่ตู่และครอบครัวรวมถึงผู้ช่วยของผมที่นั่งรอมาทั้งวันก็ดีใจ โอ้ ! เสร็จซะที (ในระหว่างการตัดสิน ผู้ดำเนินการจะไม่ให้คนนอกเข้าไปเพราะเกรงว่าจะรบการสมาธิของกรรมการ ทุกคนจึงต้องรออยู่ด้านนอก) แล้วก็สอบถามสภาพร่างเล็กน้อยว่าเป็นไงมั่ง ? เหนื่อยมั้ย ? ให้คะแนนยากไหม ? ตัดสินกันยังไง ? หลังจากตอบเสร็จ พอดีได้เจอคุณดิวแว๊บนึงก็เลยเข้าพูดคุยกันนิดหน่อยพร้อมแนะนำเพื่อนๆ ที่ไปด้วยให้เขารู้จัก จากนั้นผมก็ขอตัวกลับที่พักแต่ตอนกลับไม่ได้มีโอกาสลากลุ่มเถ้าแก่ของบริษัทเนื่องจากหาท่านไม่เจอ ต้องขอบคุณๆ ดิวด้วยนะครับที่ช่วยเรียก Taxi ให้ ไม่งั๊นล่ะตายเลย ฟาร์ม Qian Hu อยู่บนเขาด้วย ไม่ค่อยมี Taxi หลงเข้ามา... 

 

ในระหว่างทางกลับบ้านพี่ตู่และครอบครัวก็เอ่ยปากชวนผมไปเดินเล่นหาของกินกันต่ออีกหน่อย แต่ผมบอกว่าไม่ไหวแล้ว เมื่อยขามากๆ (เพราะรู้ว่าทีมนี้เป็นักช๊อปนักเดินมือเซียน ถ้าไปด้วยพรุ่งนี้ต้องเดินตัดสินไม่ไหวแน่ๆ) จึงปฏิเสธไป แล้วก็ขอตัวไปพักผ่อนที่โรงแรม พอดีผู้ช่วยผมไม่อยากไปด้วยเช่นกันจึงอยู่เป็นเพื่อนผมที่นั่น พอกลับถึงที่พักผมก็สั่งอาหารขึ้นมาทานนิดหน่อย (ข้าวเปล่า + แกงเขียวหวาน รวมแล้วราคาประมาณ 500 บาท) อิ่มแล้วก็อาบน้ำ ดู TV พอได้เวลาที่เหมาะสมผมก็ล้มตัวลงนอนพักผ่อน... ยังมีพรุ่งนี้อีกวันที่ต้องทำงาน เดี๋ยวตอนต่อไปมาติดตามการทำงานในวันที่ 2 นะครับ smile.gif 

 

Nanconnection

ย้อนกลับ

แชร์บทความ