Aro4u Community

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ “บ้านปลามังกร” หลังเล็กแต่อบอุ่น

by Nanconnection

Aro4u Articles

Dragon Talk Fun
Category

บทความตอนยาวเกี่ยวกับปลามังกรที่ผมได้พบเห็นมา

มังกรหรรษา ตอน ไปเที่ยวดูปลาที่บ้านพี่แวน ตอนที่ 3

Dragon Talk Fun : มังกรหรรษา,
16/12/2007

ด้วยความที่ผมกับพี่แวนเป็นเพื่อนสนิทกัน เราจึงการพูดคุยกันบ่อยแต่ว่าไม่ได้ผ่านทางโทรศัพท์นะครับเพราะไม่งั๊นคงเปลืองแย่ ผมใช้วิธี Online คุยกันโดยผ่านคอมพิวเตอร์ (โปรแกรม MSN) เจอกันแทบทุกวันๆ ละหลายรอบ 5555 laugh.gif ฉะนั้นจึงมีการเล่าสู่กันฟัง ปรึกษาหารือ บอกกล่าวความคืบหน้าให้ฟังเสมอ... หลังจากที่ผมไปตัดแต่งเหงือกให้เจ้า Peter ได้ประมาณเกือบ 2 สัปดาห์ พี่แวนก็บอกผมว่าตอนนี้ได้ย้ายเจ้า Peter และ Tankmate ทั้งหมดไปไว้ในบ่อเรียบร้อยแล้ว ผมกับพี่แวนพิมพ์คุยกันมันส์มากครับในตอนนั้นเพราะพี่แวนได้เล่าถึงความยากง่ายในการย้ายเจ้า Peter และผองเพื่อนให้ผมฟัง...

“โห แนน... พี่ยอมเลยว่ะ เจ้า Peter มันย้ายยากจริงๆ ปลาใหญ่มากๆ หนักจริงๆ พี่เกือบไม่ไหว ดีนะมีคนช่วยไม่งั๊นพี่เป็นลมน๊อคคาพื้นแน่ๆ”
“โห ขนาดนั้นเลยเรอะพี่ 5555 ผมบอกแล้วว่างานย้ายปลาใหญ่นี่น่ะไม่เบานะ แต่ก็เรียบร้อยดีใช่มั้ยครับพี่ ?”
“เรียบร้อยครับแนน ไม่มีปัญหาอะไร... แต่เหนื่อยแทบตายเหมือนกันเพราะวิ่งไปมาหลายรอบ ทำแบบครั้งเดียวให้เสร็จไปเลย”
“เอาน่ะพี่ ได้ออกกำลังกาย ร่างกายจะได้แข็งแรง ฟิตปั๋งตลอดอายุการใช้งานไง 5555... เอ ว่าแต่พี่เอาเจ้า Peter ไปลงบ่อแล้วตอนนี้ตู้ก็ว่างแล้วสิครับ ?”
“ไม่ว่างหรอกครับแนน ในตู้ที่จากเดิมมี 10 ตัวตอนนี้เหลืออยู่ 3 ตัวก็คือเจ้า Florida 1 ตัวแล้วก็ปลานกแก้วอีกตัว”
“อ้าวพี่ แค่ 2 ตัวเอง... แล้วอีกตัวล่ะครับ ?”
“อิอิ พี่เอาเจ้า Peter 3 มาลงแล้ว ตอนแรกก็ลังเลเหมือนกันว่าจะเอาตัวไหนมาลงดีระหว่าง Peter 2 กับ Peter 3 แต่คิดๆ ไปเอา Peter 3 ดีกว่าเพราะถ้าเอา Peter 2 ลงมาเลี้ยงในตู้ใสๆ แบบนี้กลัวสีจะหายหมด เลี้ยงไปเลี้ยงมาจะกลายเป็นปลาซีดได้ อีกอย่างปลาใหญ่ๆ ย้ายยากน่าดูเจออย่างเจ้าเงินเข้าไปพี่ล่ะเข็ดเลย ขอทำทีเดียวพอ 5555”
“อ้อ ครับพี่ แล้วเป็นไงครับ เรียบร้อยดีมั้ย ?”
“เรียบร้อยดีครับแนน ไว้แนนมาเที่ยวที่บ้านสิ มาดูเจ้า Peter 3 ในตู้ 84” ตอนนี้สีสวยมากเลย พี่อยากให้แนนมาดูบ่อปลาด้วย ตอนนี้เสร็จแล้วคือ... แบบว่า เอ่อ... อยากจะโชว์น่ะ 5555”
“ได้เลยพี่ ยังไงถ้าผมมีผ่านไปแถวนั้นจะเข้าไปเที่ยวนะครับพี่”
“ครับแนน biggrin.gif

 

หลังจากที่ได้คุยกันวันนั้นผมก็ยังไม่ได้เข้าไปเที่ยวบ้านพี่แวนซักทีเพราะมัวแต่ยังอยู่กับงานประจำ งานเขียนหนังสือและงานปลาสวยงามของเพื่อนๆ ที่มีปัญหาท่านอื่นไม่ว่าจะเป็นงานย้ายปลา งานศัลยกรรม การไปดูอาการปลาและการเยียวยารักษาโรค... ชีวิตผมเป็นแบบนี้ตลอดแต่ก็สุขใจนะครับเพราะได้สนุกกับงานที่รักชอบ แล้วอยู่มาวันนึงในช่วงเช้าตอนที่ผมเปิดคอม Online ผมก็เจอพี่แวน Online พร้อมกันเหมือนปกติทุกวัน แต่มาวันนี้พี่แวนทักผมแบบมีเรื่องร้อนใจต้องการคำปรึกษา...

“แนนครับ ไม่รู้ว่าเจ้า Peter 3 ของพี่เป็นอะไร ? อยู่ๆ ก็มีตุ่มขึ้นมาที่บริเวณครีบหลังและต้นครีบหาง เป็นมาประมาณ 2-3 วันแล้ว พี่ไม่แน่ใจว่าเป็นหนอนสมอรึเปล่า ?”
“ลักษณะเป็นตุ่มๆ ไม่น่าจะใช่หนอนสมอนะครับพี่ เพราะหนอนสมอจะเป็นตัว มีลักษณะเป็นเส้นยื่นออกมาจากตัวปลาประมาณ 1 ซม. เป็นรอยหักของครีบรึเปล่าครับพี่ ?”
“พี่ว่าไม่ใช่นะแนน คือถ้าเป็นรอยหักนี่พี่ดูพี่รู้เลย แต่นี่ตอนแรกที่สังเกตเห็นมีแค่ตุ่มเดียว... ผ่านมาแค่ 3 วันๆ นี้ตุ่มมากันฮึ่มเชียว พี่ละเครียดเลยแนน อีกอย่างนะตุ่มที่ว่าไม่ได้เป็นเม็ดๆ หรือก้อนแข็งๆ แต่เป็นจ้ำเลือดด้วยซึ่งน่าแปลกมากไม่น่าจะเป็นได้เลย แนนว่าไง... พอจะรู้มั้ยว่านี่มันเป็นอะไร ?”
“พี่แวน พี่แวนมีกล้องนี่นะ งั๊นพี่แวนช่วยถ่ายรูปแล้วส่งให้ผมดูหน่อยได้มั้ยครับ เพราะถ้าพี่ถามแบบนี้แล้วผมยังไม่เห็นภาพหรืออาการที่ชัดเจนเกิดตอบไปแล้วผิดพลาดเดี๋ยวจะยิ่งเป็นปัญหาใหญ่” 
“OK ได้ครับแนน เดี๋ยวเลิกงานพี่จะถ่ายให้เลย แล้วจะส่งเมลไปให้แนนดูนะครับ”
“ได้ครับพี่… ว่าแต่พี่พอจะรู้สาเหตุรึเปล่าครับว่าตุ่มที่ว่านี้เกิดขึ้นได้ยังไง ?” 
“ก็นี่แหละแนน พี่ล่ะมึนตึบเลย... เจ้า Peter ก็เพิ่งจะมีปัญหาเรื่องเหงือก มาตอนนี้เจ้านี่ก็มามีปัญหาตามมาอีก โอยยย ปวดหัวจริงๆ”
“ใจเย็นๆ นะพี่แวน... เรื่องนี้ยังไม่สายเกินไปครับ เราสามารถแก้ปัญหาได้”

 

ในวันต่อมาผมก็ได้รับเมลจากพี่แวนแล้วก็เปิดดูรูปที่ส่งมาให้ แม้จะไม่ชัดเจนนักแต่ก็พอดูและสังเกตอาการได้ เม็ดตุ่มที่ว่าเป็นลักษณะคล้ายรอยหักของครีบแต่ว่ามีเนื้อเยื่องอกมาด้วย ที่สำคัญคือบริเวณดังกล่าวมีจ้ำเลือดสีแดงให้เห็นอย่างชัดเจน พี่แวนแนบข้อความมาด้วยว่า “ตั้งแต่พี่สังเกตเห็นว่ามีตุ่มขึ้นมา จนถึงตอนนี้เจ้า Peter 3 ยังไม่กินอาหารเลยครับ”... พอได้เห็นรูปแล้วผมก็ Forward เมลต่อไปให้เพื่อนสนิทเพื่อให้ช่วยดูว่าเม็ดตุ่มนี้เกิดจากอะไรกันแน่ ? ในความคิดเห็นของผม เรื่องรอยหักของก้านครีบมองข้ามไปได้เลยครับ เพราะจากที่พี่แวนว่ามาว่าในช่วงระยะเวลา 2-3 วันเม็ดตุ่มก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นและยังช้ำเป็นจำเลือดอีก จะเป็นอาการบาดเจ็บชนิดอื่นก็ไม่น่าใช่ ดูแล้วน่าจะเป็นปรสิตครับเพียงแต่ว่าไม่ใช่ “หนอนสมอ” และ “เห็บ”... 



ส่วนสาเหตุก็ยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนแต่จากการพูดคุยกับพี่แวนหลายครั้งก็พอจะสันนิษฐานได้ว่าตุ่มนี้น่าจะมาจาก “น้ำ” ในตู้ครับ เพราะผมมีถามพี่แวนไปว่าตอนที่ย้ายปลามีการล้างตู้ปลาแบบ Full Version รึเปล่า ? (คือหมายถึงล้างใหม่หมดตู้ เอาปลาออก แล้วขัดถูทำความสะอาดตู้รวมถึงเครื่องกรองและวัสดุกรองอย่างหมดจด) พี่แวนก็ว่าไม่ได้ทำแบบนั้น ลดน้ำแค่ครึ่งตู้แล้วก็ย้ายปลาออกหมดจากนั้นก็ย้ายเจ้า Peter 3 ลงมาเลยแล้วก็เติมน้ำจนเต็มเป็นอันเสร็จสิ้น ด้วยจุดนี้จึงเป็นจุดที่น่าสงสัยว่าจะเป็นที่มาของปรสิตที่ว่าเพราะเราไม่สามารถแน่ใจได้ว่าปลาเก่าที่อยู่ในตู้นี้ไม่ว่าจะเป็นเจ้าปลา Red Tail… ปลาเสือตอ... ปลา Tiger… มังกรเงิน หรือแม้กระทั่งอะราไพม่ามีเชื้อปรสิตติดมาอยู่แล้วรึเปล่า ? แล้วถ้ามี... ทำไมเจ้า Peter ไม่เป็นให้เห็น ? เรื่องพวกนี้ตอบยากนะครับเพราะบางทีปลาแต่ละตัวมีความอดทนและต้านทานต่อโรคและปรสิตชนิดต่างๆ ต่างกัน... บางตัวทนได้ บางตัวทนไม่ได้ บางตัวติดเชื้อ บางตัวไม่ติด สำหรับเจ้ามังกรเงินอาจอยู่ในตู้นั้นนานจนไม่มีปัญหา (เรียกได้ว่ามีภูมิ) แต่สำหรับผู้มาใหม่ที่เพิ่งจะผ่านการโยกย้ายและปรับเปลี่ยนสภาพล้อมอย่างฉับพลันก็อาจมีผลทำให้ปลาอ่อนแอและติดปรสิตชนิดที่ว่ามานี้ได้



จากนั้นแค่เพียงวันเดียวผมได้รับเมลตอบจากเพื่อนๆ ที่เป็นผู้เชียวชาญเรื่องโรคของปลามังกร ทั้งหมดต่างก็มีความคิดเห็นตรงกับผมนั่นก็คือน่าจะเป็น “ปรสิต” เพียงแต่ไม่สามารถระบุได้ชัดว่าเป็นชนิดไหน ? สำหรับเรื่องวิธีการรักษาในเบื้องต้นที่ผมแนะนำพี่แวนไปก็คือให้ใช้ “ฟอร์มาลีน” เพื่อใช้ในการยับยั้งไม่ให้พวกตัวอ่อนเจริญเติบโตขึ้นจากนั้นก็ค่อยๆ ดูอาการ ยังไงก็ตามผมก็เข้าใจความรู้สึกของพี่แวนดีจึงบอกไปว่าไม่ต้องห่วงเรื่องนี้เดี๋ยวผมจัดการให้... เอาแบบไปดูที่บ้านเลยทีเดียว พี่แวนถึงพอมีรอยยิ้มปรากฏให้เห็นบนจอภาพบ้าง... biggrin.gif และแล้วการนัดหมายก็ได้เกิดขึ้น

NOTE : ปริมาณในการใช้น้ำยาฟอร์มาลีนในการกำจัดปรสิตที่เหมาะสมคือ 30 ppm. คือหมายถึง 30 ซีซี ต่อน้ำ 1,000 ลิตร (ใช้หลอดฉีดยาเป็นเครื่องวัดปริมาณซีซีนะครับ) ที่สำคัญคือการใช้แนะนำให้คำนวณปริมาตรน้ำให้ดีก่อน การใช้ฟอร์มาลีนแม้จะสามารถกำจัดปรสิตได้ผลดีแต่ก็มีผลข้างเคียงนะครับซึ่งก็คือจะทำให้ปริมาณออกซิเจนในตู้ต่ำลง ผลคือจะทำให้ปลาหอบ หายใจลำบาก ตาเป็นฝ้า ขุ่น บวม ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหานี้ที่อาจเกิดขึ้นจึงควรเพิ่มหัวทรายให้ออกซิเจนมากขึ้นตลอดช่วงการรักษานะครับ 



ผมนัดกับพี่แวนว่าจะเข้าไปดูปลาให้อีกครั้งโดยครั้งนี้ที่ตั้งใจคือเพื่อที่เข้าไปดูอาการปลาเท่านั้น... แต่อีกใจก็เตรียมไว้แล้วว่าหากต้องทำการแก้ไขจริงๆ วิธีที่เตรียมไว้ก็คือทำการวางยาแล้วจับปลาขึ้นมาถอนปรสิตออก จากนั้นก็กำจัดต้นตอของเหล่าปรสิตร้ายทั้งหมดด้วยการล้างบริเวณตุ่มแผลด้วยน้ำผสมด่างทับทิม... เมื่อถึงวันนัดพี่แวนก็มารับผมที่บ้านเหมือนเดิม พอพี่แวนมาถึงผมก็ได้เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ไว้เรียบร้อยหมดแล้ว... ถุงจับปลา กรรไกร (เพื่อทำการตัดแต่งบาดแผล) ยาสลบและถุงมือยาง (งานนี้ขาดคู่นี้ไม่ได้เชียว) อุปกรณ์สำคัญอีกอย่างที่ต้องใช้วันนั้นก็คือ “แหนบ” (เพื่อใช้ในการดึงถอนปรสิต) และด่างทับทิม (ใช้ในการล้างฆ่าเชื้อ) และสุดท้ายก็คือยาเหลือง (ใช้ในการสมานรักษาแผล)... คนพร้อม อุปกรณ์พร้อม ก็ออกเดินทางเลยครับ



พอมาถึงบ้านพี่แวนผมก็ตรงเข้าไปดูอาการของเจ้า Peter 3 เลย... ภาพที่ผมเห็นเป็นภาพที่ดูแล้วไม่ค่อยดีนัก เจ้า Peter 3 มีอาการว่างเอียงอย่างเห็นได้ชัดเหมือนกับว่ารำคาญอะไรซักอย่าง หลังที่เคยว่ายงอบ้างตอนนี้แทบจะงอตลอด ความสง่างามที่เคยเห็นเมื่อคราวก่อนลดลงไปมากเลยนะครับในคราวนี้ ผมดูลักษณะของตุ่มแผลก็สามารถมั่นใจได้ว่าภาพที่เห็นที่ชัดเจนแล้วครับว่าไม่ใช่รอยหัก... ปรสิตแน่นอน เพียงแต่ว่าไม่ใช่หนอนสมอและเห็บใสที่ผมรู้จัก พี่แวนบอกผมว่าตั้งแต่ใช้ฟอร์มาลีนแล้วก็พอจะดีขึ้นบ้างคือหมายถึงอาการยังทรงๆ ไม่เป็นมากขึ้นแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะหายขาด ก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงต่อไป ? ผมมองว่าลำพังการใช้ฟอร์มาลีนอย่างเดียวงานนี้อาจเอาไม่อยู่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เอาเป็นใช้วิธีที่เตรียมมาเลยดีกว่าครับ... วางยาจับปลาขึ้นมาแต่งบาดแผล ดึงถอนปรสิตออกแล้วฆ่าเชื้อโรคด้วยน้ำผสมด่างทับทิม พี่แวนเห็นด้วยกับความวิธีทางแก้ไขของผมแล้วก็ยินดีเป็นผู้ช่วยเหมือนเดิม... ตัดสินใจได้แล้วผมก็ให้คนของพี่แวนเตรียมเก้าอี้ เตรียมอ่างกะละมังที่จะเอาไว้ใช้ประคองตัวปลาระหว่างงานศัลยกรรม... ช่วงที่มีการเตรียมอุปกรณ์พี่แวนก็ลดน้ำภายในตู้ลงเพื่อให้ง่ายต่อการจับปลามากขึ้นซึ่งในระหว่างนั้นผมก็เฝ้าดูอาการอย่างไกล้ชิด เก็บภาพแล้วก็วางแผนขั้นตอนในการทำงานกับพี่แวนเพื่องานครั้งนี้จะได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี 

อย่าลืมนะครับ... ขั้นตอนในการทำการศัลยกรรมปลามี 4 ขั้นตอนสำคัญๆ คือ... การจับต้อนปลา... การวางยาสลบ... การทำศัลยกรรม... และการทำให้ฟื้น เรามาดูกันเป็นขั้นๆ กันเลยนะครับ หลังจากที่ลดน้ำได้ระดับแล้วผมก็เริ่มลงมื้อจับปลา เจ้า Peter 3 เหมือนจะรู้ชะตากรรมครับ ครั้งนี้จึงจับได้ค่อนข้างยาก (โดยปกติปลาเล็กจะจับยากอยู่แล้ว... ยิ่งเล็กยิ่งจับยาก ปลาใหญ่จะจับง่ายกว่าเพียงแต่ปลาใหญ่แรงเยอะ ถ้าเกิดพลาดพลั้งไปจะเจ็บหนักโอกาสมีตำหนิจะมีมากกว่า) แม้เจ้า Peter 3 จะมีขนาด 13” ซึ่งถือเป็นปลาขนาดกลาง แต่ถ้าเทียบกับขนาดของตู้แล้วถือว่าเล็กกว่ามากเลยทีเดียว ดังนั้นมันจึงมีเนื้อที่ว่ายหนีมาก ยังดีที่อารมณ์ในวันนั้นไม่แปรปรวนมากเพราะถ้ามันว่ายหนีแบบหัวซุกหัวซุนพุ่งไปพุ่งมาคงต้องเบรคพักไว้ซักหน่อย เพราะปลาที่ไม่ให้ความร่วมมือมีโอกาสที่เราจะทำให้มันเจ็บหนักมากขึ้น ผมใช้เวลาต้อนอยู่พอสมควรกว่ามันจะแพ้ใจยอมเข้าถุง พอจับได้ก็วางยาสลบทันทีแล้วก็ใส่หัวทรายเพื่อกระจายให้ยาสลบออกฤทธิ์ได้เร็วขึ้น... ไม่นานนักเจ้า Peter 3 ก็เริ่มหมดสติแล้วอยู่ในสภาพที่พร้อมรับงานศัลยกรรม



เมื่อเจ้า Peter 3 สลบแล้วผมก็ยกถุงลงมาด้านล่างแล้วค่อยๆ ประคองตัวมันออกมาลงอ่างที่เตรียมไว้... ก่อนทำการตัดแต่ง ผมอยากให้เพื่อนๆ ได้สังเกตตุ่มจ้ำเลือดที่บริเวณกลางครีบหลังและต้นใบหางก่อน เห็นกันรึเปล่าครับ ? จะเห็นถึงความบอบช้ำได้อย่างชัดเจน แล้วยิ่งเอาขึ้นมาดูด้านนอกแบบนี้เป็นชัดเลยว่าเจ้าปรสิตร้ายนอกจากจะฝังตัวกัดกินเลือดเนื้อของมันแล้วยังทำลายก้านครีบอีกด้วย ครีบที่เห็นมีบางส่วนหักโดยดูอาการแล้วน่าวิตกมาก... ที่ครีบหลังยังไม่เท่าไหร่เพราะว่าเป็นตุ่มบริเวณกลางใบครีบ หักไปเวลาขึ้นใหม่ยังพอมีตัวประคองซ้ายขวาโอกาสที่จะสวยยังมีมากครับ แต่ที่ต้นครีบหางหักบริเวณต้นที่ไม่มีตัวประคอง โอกาสที่จะต่อกันไม่สวยมีมากเลยทีเดียว... ดังนั้นเพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงมากขึ้นงานศัลยกรรมครั้งนี้จึงจำเป็นที่จะต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก

ผมเริ่มต้นการศัลยกรรมด้วยการตกแต่งบาดแผลที่บริเวณต้นครีบหางก่อนเพราะว่ามีเนื้อเยื่ออักเสบโปนออกมา การตัดแต่งใช้เวลาไม่นานนักเพราะบาดแผลไม่ใหญ่แต่มีเลือดออกซึมๆ เสร็จแล้วผมขึ้นไปทำที่ครีบหลังต่ออย่างไม่รีรอ เมื่อทำการตกแต่งบาดแผลเสร็จแล้วผมก็ใช้แหนบที่เตรียมไว้ทำการถอนปรสิตออก ในระหว่างที่ถอนก็พยายามเก็บรายละเอียดให้มากที่สุด (พี่แวนบอกว่าหน้าตาช่วงนั้นผมเครียดน่าดู) ผมหนีบเอาส่วนที่เป็นเนื้อเยื่อตายออกซึ่งเข้าใจว่ามีปรสิตฝังตัวอยู่ด้านในด้วย ค่อยๆ ทำอย่างช้าๆ และระมัดระวัง พอเสร็จแล้วก็นำน้ำผสมด่างทับทิมที่เตรียมไว้มาล้างบาดแผลให้ทั่วเพื่อกำจัดถอนรากถอนโดนเหล่าปรสิตตัวร้าย สิ่งหนึ่งที่ต้องจดจำไว้ในการใช้ด่างทับทิมกับตัวปลาก็คือพยายามไม่ให้น้ำด่างทับทิมโดนบริเวณส่วนหัวของปลาไม่ว่าจะเป็นหน้า แก้ม ปาก คาง หัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกตา และเหงือก เพราะจะมีผลทำให้ผิวปลาช่วงนั้นเป็นรอยไหม้ได้ 

NOTE : น้ำผสมด่างทับทิมที่เตรียมไว้ไม่ควรผสมเข้มจนเป็นสีม่วงจัดนะครับ เอาแค่เพียงม่วงอ่อนๆ ตามตัวอย่างในหนังสือก็พอครับ ถ้าเข้มข้นเกินไปอาจไปกัดกร่อนบาดแผลทำให้ปลาบาดเจ็บหนักมากขึ้นซึ่งนอกจากจะไม่หายแล้วยังอาจกลายเป็นแผลเรื้อรังได้

เมื่อล้างแผลเสร็จแล้วก็ใช้น้ำล้างให้บาดแผลให้สะอาดอีกครั้งแล้วจึงทายาเหลืองเพื่อสมานแผลให้รักษาตัวได้เร็วขึ้น จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนของการทำให้ฟื้น... เป็นเพราะว่าขั้นตอนทุกอย่างถูกเตรียมการอย่างดี ฉะนั้นการศัลยกรรมครั้งจึงใช้เวลาไม่นานและด้วยเหตุนี้ปลาจึงอยู่ในพวังจากฤทธิ์ยาสลบในระยะสั้น การฟื้นตัวจึงใช้เวลาไม่นานครับ... แค่เพียง 3 นาทีเจ้า Peter 3 ก็สามารถประคองตัวว่ายน้ำได้เอง หลังงานศัลยกรรมพี่แวนก็เริ่มเติมน้ำให้เต็มซึ่งในระหว่างนั้นผมก็เฝ้าดูอาการบาดแผล เรื่องครีบหลังที่ผมวางใจ... หายแน่ๆ แต่ที่ต้นครีบหางก็บอกพี่แวนเลยว่ามีโอกาสหักและคืนรูปยาก พี่แวนก็ว่าเรื่องนี้ไม่มีปัญหาขอให้แค่ให้มันหายแล้วกลับมากินดีเหมือนเดิมก็พอ ได้ยินแบบนั้นแล้วผมก็สบายใจครับ... ในช่วงระหว่างการฟื้นตัวนั้นพี่แวนว่าจะใส่ฟอร์มาลีนไปก่อนเพื่อไม่ให้เกิดปรสิตขึ้นอีก แล้วยังติดหลอด UV เพื่อฆ่าเชื้อโรคทำให้น้ำสะอาดปลาจะได้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ผมเห็นด้วยกับความคิดเห็นพี่แวน... ก่อนจะกลับบ้านพี่แวนได้ชวนผมไปดูบ่อปลาที่หลังบ้านเพราะตอนนี้เสร็จแล้ว วันนี้ผมก็ไม่ได้รีบร้อนอะไรจึงตามพี่แวนเข้าไปดูบ่อปลาที่ตัวเขาเองภูมิใจนักหนา ไหนขอผมและเพื่อนๆ ดูหน่อยนะครับพี่... ดูซิว่าบ่อปลาพี่จะเจ๋งแค่ไหน ? smile.gif laugh.gif 

ย้อนกลับ

แชร์บทความ