Aro4u Community

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ “บ้านปลามังกร” หลังเล็กแต่อบอุ่น

by Nanconnection

Aro4u Articles

Dragon Talk Fun
Category

บทความตอนยาวเกี่ยวกับปลามังกรที่ผมได้พบเห็นมา

มังกรหรรษา ตอน ทัวร์อินโด ตอนที่ 1, ฟาร์ม PT. Electra Orion Graha

Dragon Talk Fun : มังกรหรรษา,
09/10/2008

มันเป็นความใฝ่ฝันของผมมานานแล้วที่อยากจะไปดูปลามังกรใน 3 ประเทศยักษ์ใหญ่อย่าง มาเลเซีย สิงคโปร์ และ อินโดนีเซีย ผมโชคดีที่ได้มีโอกาสไปเที่ยว 1 ใน 3 ที่นั้นแล้วนั่นก็คือประเทศสิงคโปร์ และแน่นอนว่า การที่ผมได้ไปเที่ยวดูปลาที่ไหนนั้น ไม่เก็บไว้เพียงคนเดียว แต่จะนำมาเขียนเล่าให้เพื่อนสมาชิกชาว Aro4u ได้รับฟัง พร้อมชมภาพประกอบสวยๆ ทุกครั้งไป... ลำพังประเทศสิงคโปร์ที่เป็น Trader และ Distributor ก็คงจะขอเข้าไปดูปลาได้ไม่ยากนัก แต่ถ้าเป็น มาเลเซีย หรือ อินโดนีเซีย ก็คงจะยากหน่อยเพราะเป็นประเทศปิด และเป็นแหล่งผลิตเพาะพันธุ์ปลาโดยตรง ไม่ซื้อจริง ไม่ได้จำนวนจริง ไม่ใหญ่จริง ไม่รู้จักกันจริง ก็คงยากที่จะได้เข้าไป ผมรู้ดีถึงข้อนี้ เราเองเป็นเพียงเขียน No Name ที่อาจจะพอเป็นที่รู้จักบ้างในบ้านเรา แต่ก็เพียงวงเล็กๆ แคบๆ เท่านั้นเอง คนต่างประเทศไม่ค่อยได้รู้จักเราเท่าไหร่นักหรอก โอกาสที่จะได้ไปเยือนดูปลาในแหล่งที่มาดังเดิมนั้น ดูเหมือนจะเลือนลางเต็มที…

มาวันหนึ่ง ในขณะที่ผมกำลังเข้าไปดูกระทู้ปลาสวยในเวบ www.arofanatics.com ผมก็ได้รับ PM (Private Message : ข้อความส่วนตัว) ส่งมา 1 ข้อความ จึงลองเปิดเข้าไปดู อืม... ชื่อคนส่งเป็นชื่อที่ไม่ค่อยจะคุ้นตานัก แต่จ่าหัวมาว่า “Nice To Meet You” ก็เลยกดคลิกเข้าไปอ่าน ข้างในมีข้อความว่า...

“สวัสดีครับ คุณ Nanconnection, ผมชื่อ Hendri Leong (เฮนดรี้ เหลียง) ครับ เป็น Webmaster ของเวบไซท์ www.aroclubindonesia.com เวบไซท์ปลามังกรอย่างเป็นทางการของประเทศอินโดนีเซีย ผมเห็นว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่ค่อนข้างจะนำรูปปลามาโพสลงในเวบไซท์นี้อยู่บ่อยครั้ง แล้วก็มีหลายรูปที่ดูจะเข้าท่า ผมจึงอยากจะขอยืมรูปเหล่าไปใช้ในการทำปฏิธินประจำปีของทางเวบไซท์ ไม่ทราบว่าคุณ Nanconnection สะดวกที่จะให้อนุญาตให้นำภาพไปใช้ได้หรือไม่ ? ผมจะรอการตอบรับกลับมานะครับ” เมื่อได้อ่านแล้ว เราเองลึกๆ ก็รู้สึกภูมิใจ ดีใจ แน่ละ เขาให้เกียรติเราถึงขนาดนี้ จะปฏิเสธไปก็ไม่ใช่เรื่อง ดังนั้นจึงส่ง PM กลับไปว่า...

“สวัสดีครับ คุณ Hendri Leong ผมได้รับ PM ของคุณแล้ว และขอขอบคุณที่ให้เกียรติในการขอยืมรูปไปใช้ ในส่วนนี้ผมยินอนุญาตให้คุณนำภาพที่ต้องการไปใช้ได้ครับ ไม่มีปัญหา เพียงแต่ว่าอยากให้แจ้งให้ทราบนิดนึงว่า เอารูปไหนไปใช้บ้าง เพราะที่ผ่านมา รูปปลาส่วนใหญ่ที่ผมนำไปลงจะเป็นรูปปลาของเพื่อนผู้เลี้ยงในประเทศ จึงต้องแจ้งให้เจ้าของปลาได้รับทราบด้วยเช่นกัน หวังว่าคุณ Hendri จะไม่ขัดข้องอะไร และหากว่าคุณ Hendri ต้องการไฟล์ภาพขนาดจริง ก็ส่ง Email ติดต่อมาได้ที่ Nanconnection@hotmail.com ผมยินดีส่งภาพเพื่อสนับสนุนในการทำปฏิธินชุดนี้ อย่างเต็มที่ครับ” 

หลังจาก PM ชุดนี้ เราสองคนได้มีการส่งข้อความกลับไปกลับมาหลายครั้ง จนกระทั่งได้มีการ Add ชื่อของ Msn Messenger ซึ่งเป็นโปรแกรม Chat อันสามารถพูดคุยโต้ตอบกันได้ในทันที จุดนี้เองที่ทำให้ผมกับคุณ Hendri (ต่อไปผมจะขอเรียกว่า “อาเหลียง” นะครับ) เริ่มสนินสนมกัน อาเหลียงจัดเป็นผู้เลี้ยงปลาปลามังกรที่ประสบการณ์คนหนึ่งในประเทศอินโดนีเซีย ประกอบกับเป็นนัก IT ดังนั้นจึงมีนิสัยเก็บข้อมูลที่ Update ใหม่ๆ เสมอ แน่นอนครับ ข่าวสารสำคัญในวงการปลามังกรของ Indonesia เขาก็ทราบเป็นอย่างดี จุดนี้ที่ทำให้ผมได้เปิดโลกใหม่ให้กับตัวเองด้วย 

NOTE : ปัจจุบัน Hendry Leong เป็นผู้ที่มีบทบาทในการทำสื่อปลามังกรในประเทศอินโดนีเซียในอันดับต้นๆ โดยผลงานของเขาที่เป็นที่รู้จักในบ้านเรานอกจากเว๊บไซท์ดังกล่าวแล้วยังมีหนังสือปกแข็ง Indo Dragon ทั้ง 5 เล่มไงล่ะครับ smile.gif 

แรกเริ่มเดิมที ผมคุยกับอาเหลียงก็เพื่อถามทุกข์ สุข และส่งรูปปลาสวยๆ ไปให้เรื่อยๆ มีบ้างที่แลกเปลี่ยนกันดู แล้วก็สอบถามถึงวิธีการถ่ายรูป ผมเองมันถ่ายแบบลูกทุ่งก็แนะนำแบบงูๆ ปลาๆ เฉพาะเท่าที่รู้ แต่หลังๆ มีการพูดคุยกันมากขึ้นเกี่ยวกับตลาดปลาในประเทศของแต่ละคน คำถามที่คาใจสำหรับผมถูกถามไปอย่างต่อเนื่อง... อาเหลียงครับ ปลาจากอินโดฟาร์มนี้ ที่บ้านผมดังมากๆ แล้วที่นั่นเป็นไงบ้าง ? ... ปลาฟาร์มไหนที่เป็นที่นิยมของนักเลี้ยงในอินโด ?... จริงรึเปล่าที่ว่าปลาแดงจากอินโด ส่วนใหญ่จะแดง ?... เกรดปลาที่ส่งมาบ้านเรา แท้จริงแล้วเป็นปลาระดับไหน ?... คำถามคาใจเหล่านี้ ผมได้รับคำตอบมาทั้งหมด (แต่บางคำตอบไม่สามารถเขียนระบุในบทความนี้ได้ มันจะไม่ดีต่อหลายๆ ฝ่าย เอาเป็นว่าขอให้เพื่อนผู้อ่านๆ บทความนี้ให้จบนะครับ รับรองว่า จะรู้อะไรอีกมากขึ้นเลยทีเดียว) เมื่อคุยกันบ่อยครั้งเข้า เราก็เริ่มสนิทสนมกัน เช้าวันหนึ่งผมเห็นเขา Online จึงได้ส่งคำทักทายไป...

“สวัสดีครับ อาเหลียง เป็นไงมั่ง สบายดีรึเปล่า”
“สวัสดีครับ คุณแนน ผมสบายดี ว่าแต่วันนี้มีปลาสวยๆ มาฝากผมอีกรึเปล่า ?”
“มีสิครับ ผมน่ะถ่ายรูปปลาเกือบทุกวันอยู่แล้ว”
“ได้เลย ! งั๊นส่งมาเลย ผมรอรับอยู่”
“ซักครู่นะครับ เดี๋ยวผมส่งให้”
“ที่ประเทศคุณแนน มีปลาสวยๆ เยอะจังนะครับ”
“แน่นอนครับ แต่ปลาสวยที่ว่าส่วนใหญ่ก็มาจากบ้านอาเหลียงทั้งนั้นเลยนะ”
“จริงเหรอครับ แหม ดีใจจัง”
“จริงสิครับ ผมเองซักครั้งก็อยากจะไปเที่ยวอินโดนีเซียบ้างเหมือนกัน เคยไปแต่สิงคโปร์”
“อยากมาอินโดหรือ ? พูดจริงรึเปล่า ? ผมดีใจนะ ถ้ามาผมจะดูแลให้เป็นอย่างดีเลย ผมเคยติดตามในเวบตอนที่คุณแนน ไปสิงคโปร์มาแล้ว ดูท่าทางจะสนุก แล้วคุณแนนก็ถ่ายรูปได้ดี ถ่ายเยอะด้วย เลยเขียนได้หลายตอน... ละเอียดน่าดู”
“อยากไปสิครับ แต่ก็ไม่กล้าไป เพราะเคยได้ยินมาว่าที่นั่นอันตราย... แค่ได้ยินมานะครับ ผมเองไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่”
“ก็ไม่นะ แต่ถ้ามาคนเดียวก็อาจจะเป็นอย่างนั้นได้ เอาเป็นว่า ถ้าคุณแนนมา ผมและเพื่อนๆ ทีม ACI (Aro Club Indonesia) จะดูและให้เป็นอย่างดี พร้อมพาเที่ยวในทุกที่ที่เราสามารถพาไปได้ ทั้งร้านปลา Trader (ผู้ค้า) และ ฟาร์มปลา”
“พูดจริงรึเปล่าครับ ? ผมดีใจนะ ว่าแต่คุณมีเวลาพาผมไปทัวร์ด้วยหรือ ? แล้วถ้าไป ต้องใช้เวลาซักกี่วันถึงจะพอดีๆ ?”
“ไม่มีปัญหาครับเรื่องนี้ ผมจัดการได้ ถ้าจะมาอินโดนีเซีย ผมว่าประมาณซัก 3-4 วันน่าจะ OK”
“ผมอยากไปครับ ว่าแต่อาเหลียงว่างช่วงไหนล่ะครับ ?”
“ขอเป็นซักต้นเดือนหน้าละกันนะครับ” (ตอนที่คุยเป็นช่วงปลายเดือนพฤษภาคม) 
“ได้เลยครับ ขอผมไปจัด Plan แล้วก็ชวนเพื่อนๆ ไปด้วยนะครับ แล้วยังไงจะแจ้งอาเหลียงให้ทราบอีกครั้ง”
“OK โน พลอม แพลม smile.gif ” ... แล้วผมก็คุยกันเรื่องอื่นต่อ

หลังจากที่ได้พูดคุยครั้งนั้นแล้ว... ผมมีเรื่องดีใจ และ เสียใจ อยู่อย่างละเรื่อง... เรื่องดีใจคือ ฝันของผมก้าวที่สองกำลังจะเป็นจริงแล้ว ใช่ครับ ผมกำลังจะได้ไปอินโดนีเซีย ต้นกำเนิดของมังกรทองอินโด และปลาแดง แต่เรื่องที่เสียใจก็คือ “กำลังจะเสียเงินก้อนโตอีกแล้ว” blink.gif (ไปที 4-5 วันแบบนี้ คงต้องหมดหลายหมื่นบาทเป็นแน่ !) dry.gif laugh.gif แต่เมื่อชั่งน้ำหนักดูแล้วคุ้มค่า เราอยากไป + รอมานาน + สบโอกาสดี ก็เลยตัดสินใจ ไม่ต้องลังเลแล้ว ลุยเฟ้ย ! งานนี้ และแน่นอนครับ ครั้งนี้ผมไม่ได้ไปคนเดียวเหมือนกัน แต่มีชวนเพื่อนสนิทๆ ที่ไปสิงคโปร์รอบที่แล้วไปด้วย ปรากฏว่าแต่ละคนไม่พร้อม เพราะว่ารอบนี้ไปนานหลายวันเกินไป จะเสียงานหลัก ก็มีแต่คุณอ้นเท่านั้น ที่พร้อมไปกับผมด้วย... ในการเจออาเหลียงครั้งต่อไป ผมก็เลยแจ้งให้เขาทราบ...

“อรุณสวัสดิ์ครับอาเหลียง”
“สวัสดีครับ คุณแนน เป็นไงมั่ง สรุปจะมาเที่ยวบ้านผมรึเปล่า ?”
“ไปสิครับ แต่ผมมีเพื่อนไปด้วยนะครับ”
“ได้เลย ไม่มีปัญหา มากี่คนล่ะ ?”
“ประมาณ 3-4 คน ไม่เกินนี้”
“แล้ววันที่มา ประมาณเมื่อไหร่ครับ ผมจะได้จัดเวลา พร้อมวาง Trip Plan ให้”
“ก็เอาอย่างที่อาเหลียงสะดวกครับ เห็นว่าต้นๆ เดือนหน้าใช่ไหมครับ ?”
“ใช่ครับ มาซัก 4 วัน 3 คืนกำลังดี จะได้พาเที่ยวได้หมด เรื่องนี้ผมก็มีบอกเพื่อนๆ ไว้แล้วเช่นกัน”
“ขอบคุณมากครับ งั๊นให้ผมไปจองตั๋วก่อนนะครับ ได้วันที่แน่นอนแล้ว ผมจะแจ้งให้อาเหลียงทราบอีกครั้ง”
“Sure ! No Problem : )” 
“ว่าแต่ เท่าที่คิดๆ ไว้ อาเหลียงจะพาผมไปเที่ยวไหนบ้าง ?”
“ก็มีร้านปลาในเมืองจาการ์ต้า แล้วก็ Trader พวกผู้ค้ารายใหญ่ต่างๆ รวมถึงบ้านผู้เลี้ยงด้วย แล้วถ้ามีโอกาสก็จะพาไปดูฟาร์มปลาของจริงด้วยเช่นกัน”
“ดีครับผม ผมอยากเห็นมานานแล้ว”
“ยังไงจะวาง Trip Plan ให้อีกทีนะ”
“ขอบคุณมากครับอาเหลียง ผมขอบคุณล่วงหน้าไว้เลยนะครับ”

หลังจากนั้นผมก็ชวนเพื่อนสนิทไปด้วยอีกที สรุปรอบนี้ไปกัน 3 คนครับ มีผม คุณอ้น และคุณป้อง (คุณโอ๋ ภรรยาคุณอ้นรอบนี้ไม่ได้ไปด้วย เพราะท้องใหญ่ใกล้จะคลอดแล้ว) เมื่อได้จำนวนคนที่แน่นอนแล้ว ผมก็ไปจองตั๋วเครื่องบิน รอบนี้ไปกับ Lufthanza ครับ เพราะราคาค่าตัว OK ไม่แพงมาก (ไป-กลับ คนละประมาณ 8,000 บาท) กำหนดวันไปคือวันที่ 10-13 เดือนมิถุนายน 2548 เมื่อได้รอบ ได้วันที่แน่นอนแล้ว ผมก็แจ้งให้อาเหลียงทราบ จากนั้นก็ตั้งหน้าตาตั้งตา นับวันรอที่ผมและเพื่อนๆ จะได้ไปทัวร์ดูปลาแดนอิเหนาด้วยกันอีกครั้ง 
 

DAY 1
… วันแรกของการมาเยือน …



ผมจำได้ดีว่า ในวันที่ 10 ที่เราต้องออกเดินทาง กำหนดเครื่องออกคือ บ่าย 1.50 ดังนั้นเราต้องไปถึงที่สนามบินประมาณเที่ยง รอบนี้พวกเราตกลงกันไว้ว่า ผมจะไปกับคุณอ้นโดยเอารถไปจอดไว้ที่บ้านคุณป้อง (เพราะอยู่ใกล้สนามบิน) จากนั้นก็ค่อยนั่ง Taxi ไปด้วยกัน ขากลับมาถึงเมืองไทยจะได้สบายๆ หน่อย... ผมนัดคุณอ้นไว้ตอน 9 โมงเช้า เพื่อที่ว่าไปบ้านคุณป้องแล้วจะได้มีเวลาถ่ายรูปปลาเสียหน่อย ไม่ต้องรีบร้อน แล้วก็เป็นไปตามนั้นครับ ประมาณ 10 โมงผมก็ไปถึงที่บ้านคุณป้อง นั่งรอคุณป้องจัดเตรียมของอีกนิดหน่อย ในระหว่างก็ซ้อมมือเก็บรูปปลามังกรที่บ้านคุณป้องไปพลางๆ (รอบนี้เตรียม CF Card ไปเต็มพิกัดเลย Battery อีก 2 ก้อนเพราะกลัวไม่พอ เครื่องชาร์จอีก เรียกได้ว่าเตรียมพร้อมสุดๆ)

... ดูเวลา อืม ใกล้เที่ยงแล้ว คุณป้องก็ยังไม่พร้อม ผมกับคุณอ้นเริ่มนั่งไม่ติด เอ๊ะ ทำไมช้าจัง มาทราบเอาทีหลังว่าคุณป้องหา Passport ไม่เจอ... เวรละ ! ทำไงดี คือจริงๆ แล้วคุณป้องเตรียมไว้แล้ว แต่พอหยิบมาดูอีกที กลายเป็นเล่มเก่า เล่มใหม่หาไม่เจอ เวลารีบๆ นี่ยิ่งเข้าไปใหญ่ หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ ผมกับคุณอ้นกลุ้มแทน เครียด แต่ก็ได้แต่นั่งรอเกือบชั่วโมง จนเวลา 12.30 น. ผมก็บอกคุณป้องว่า จะทำยังไงดี เหลือเวลาอีกแค่ชั่วโมงเดียว ผมกลัวว่าจะไปไม่ทัน คุณป้องเลยบอกว่าให้พวกผมไปก่อน ส่วนตัวเขาขอตั๋วไปเอง เพราะวันนี้คงต้องตกเครื่องแน่ (หมายถึงขึ้นเครื่องไม่ทัน) จะไปทำเรื่องย้ายวันเดินทางอีกที แต่ไปแน่ ไม่ต้องห่วง... ได้ยินแบบนั้นแล้วค่อยสบายใจ คุณพ่อคุณป้องเห็นว่าถ้าเรียก Taxi ไปเกรงจะไม่ทันการ เลยขับรถไปส่งตัวเอง 

โชคดีที่วันนั้นรถไม่ติด ผมกับคุณอ้นไปถึงสนามบินเวลาบ่ายโมงตรงครับ ยอมรับตามตรงว่าเสียวสันหลังวาบ กลัวมากๆ ว่าจะไปไม่ทัน พอไปถึงก็รีบสวัสดีลา แล้วพุ่งตัวไปที่ Counter Check In เลย เพื่อนๆ ครับ ผมต้องทำงาน 2 ทีม ผมทำหน้าที่ Check In ส่วนคุณอ้น ทำหน้าที่แลกเงิน... กฏของสนามบิน กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่าต้องมา Check In ก่อนเครื่องออก 1 ชั่วโมง แต่ของผมเหลือแค่ 50 นาที รู้สึกสับสนและหวาดเสียวอย่างมากครับ เพราะคำแรกที่ได้ยินจากเจ้าพนักงานก็คือ “เราปิดรับ Check In แล้วค่ะ”... ผมต้องยืนขอพร้อมให้เหตุผลอยู่นาน จนเขาบอกว่ารอซักครู่ จะลองตรวจเช็คให้อีกครั้ง ซักครู่หนึ่งก็บอกเราว่า “ยังได้ค่ะ แต่ไม่แน่ใจเรื่องอาหารนะคะ อาจจะไม่ได้ เพราะเขาตัดยอดจำนวนคนแล้ว” ผมก็เลยบอกว่า “ไม่เป็นไรครับ ขอได้เดินทางแค่นั้นพอ” พนักงานยิ้มรับแล้วก็เอาตั๋วของผมกับคุณอ้นไป Check In ให้ พอเสร็จแล้วก็วิ่งปรู๊ดเข้า Gate เลย 

Gate ที่หมายนี่ก็ไกลเหลือทน กว่าจะไปถึงก็เดินลากกระเป๋ากันขาฉีก (ไปถึงทันเวลาพอดีครับ... Mission Impossible !) แต่ก่อนจะเดินทาง ผมกับคุณอ้นแอบซื้อเสบียงไว้เรียบร้อยแล้ว แพงหน่อยก็ยอม ยังดีกว่าไม่มีกินบนเครื่องบิน การเดินทางจากประเทศไทยไปยังกรุง จาการ์ต้า ประเทศ อินโดนีเซีย ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ยอมรับว่าในระหว่างการเดินทาง ผมตื่นเต้นจนนอนไม่หลับครับ ตาตื่นตลอด 3 ชั่วโมงเต็มจนถึงแดนอิเหนาเลย (แต่สุดท้ายก็ได้ Double อิ่มนะครับ เพราะยังมีอาหารในส่วนของผมและคุณอ้นด้วย โชคดีไป)

NOTE : จริงๆ แล้วผมเกือบไม่ได้ไปประเทศอินโดนีเซียเหมือนกันนะครับ นั่นก็เพราะว่า Passport ขาดอายุ ตามกฏหมายการเข้าประเทศอินโดนีเซีย Passport จะต้องมีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน แต่ของผมเหลืออีกเพียง 3 เดือนเท่านั้น ไม่รู้เรื่องตรงนี้เลย โชคดีที่พี่เล็ก (Best Arowana) บอกแจ้งเตือนไว้ล่วงหน้าก่อน ผมจึงไปต่ออายุได้ทันท่วงที ต้องขอขอบคุณพี่เล็กมา ณ ที่นี้อีกครั้งนะครับ ไม่งั๊นผมคงอดไป ได้ยืนร้องไห้ ขี้มูกโป่ง หน้าสนามบินอินโดนีเซียก็ได้... ไปถึงที่แล้ว แต่เข้าไมได้ ช้ำใจน่าดู 

พอไปถึงที่สนามบิน อาเหลียงก็มารอรับอยู่แล้ว เรื่องหน้าตาไม่มีปัญหาครับ มีการส่งรูปให้ยลโฉมกันก่อนพบตัวจริง ดังนั้น ไม่มีการรับผิดตัวแน่ อาเหลียงเป็นคนที่มีอัธยาศัยดีมากครับ แรกเริ่มก็ประทับใจแล้ว เขาดูแลผมและคุณอ้นดี พูดคุยดี ต้อนรับเป็นอย่างดี ในระหว่างการขับรถไปบนท้องถนน เขาวางแพลนบอกเราว่าจะไปนั่น ไปนี่ ฟังดูแล้วน่าตื่นเต้นจริงๆ แต่วันนี้คงไปไหนไม่ได้ เพราะท้องฟ้ามืดแล้ว (ออกเดินทางตอนบ่าย 2 มาถึง จาร์กาต้า ตอน 6.15 กว่าจะต่อแถวตรวจ Passport เข้าประเทศอีกก็นาน สรุปแล้วประมาณ 1 ทุ่มจึงจะได้ออกมา) อาเหลียงจึงบอกว่า วันนี้จะพาไปกินข้าวก่อน แล้วจะพาไปส่งที่โรงแรม ส่วน Plan การท่องเที่ยวเดินทาง พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน 

มื้อนี้ อาเหลียงพาไปทานอาหารที่เรียกว่า “Padang Food” (ปาดัง ฟู๊ด) แปลกดีครับ แต่ก็อร่อย เรา 3 คน ทานกันเต็มที่ พอเช็คบิลมา จ๊ากกกกก !! เกือบ 200,000 ผมตกใจเลย !! อาเหลียงบอกว่า ไม่แพง ไม่แพง ไม่ต้องตกใจ ผมเลยคำนวนเป็นเงินไทย อืม ไม่แพงจริงๆ (กินตั้งแยะ แต่จ่ายประมาณ 700 – 800 บาท)... แต่เห็นตัวเลขแล้วรู้สึกหนาว เท่านั้นเองครับ... มันยังไม่ชิน : ) จากนั้น อาเหลียงก็มาส่งผมที่โรงแรม ให้นอนพักผ่อนกันเต็มที่ พรุ่งนี้เจอกัน 10 โมงเช้าที่ Lobby ผมกับคุณอ้น รับคำแล้วก็ขอตัวขึ้นไปอาบน้ำ นอนพักผ่อน... คืนนั้น ผมรู้สึกหวาดเสียวยังไงชอบกล นานมากแล้วที่ไม่ได้มีหนุ่มๆ มานอนเป็นเพื่อนเพียงลำพังสองต่อสองแบบนี้ (ผมว่าคุณอ้นก็คงจะหวาดเสียวไม่ต่างกัน) ผมล้อเล่นนะครับ อย่าคิดมาก 5555 laugh.gif 


 

DAY 2
… Visit Tanto Place …



เช้าวันถัดไป เราตื่นขึ้นมาประมาณ 7 โมงกว่าซึ่งถือเป็นเวลาเคยชินของทั้งคู่ (ปกติผมตื่นเช้าอยู่แล้ว และประเทศอินโดนีเซียกับไทยมีเวลาเท่ากัน ดังนั้นจึงไม่ต้องปรับตัวให้ยุ่งยาก) จากนั้นก็สลับกันอาบน้ำ แล้วก็นอนดู TV ซักครู่หนึ่งก่อนลงไปทานอาหารเช้าด้วยกัน ก็อย่างว่านะครับ อาหารโรงแรม ไม่ว่าที่ไหนต่อที่ไหนก็เหมือนกันหมด ขนมปัง ไข่ดาว เยลลี่ ข้าวต้ม ไม่เป็นไร เอาแค่รองท้องได้เป็นพอ เสร็จแล้วก็ลงไปข้างเห็นเพื่อนๆ ทีม Arowana Club Indonesia (ACI) นั่งกันเต็มไปหมด เอ๊ะ ! นี่เอามาสายหรือนี่ ? ไม่ครับ ดูเวลาแล้วไม่สาย เพียงแต่เขามาก่อน ในกลุ่มนั้น ผมรู้จักกับอาเหลียงเพียงคนเดียว และเขาก็แนะนำให้ผมรู้จักกับเพื่อนสมาชิกในทีมซึ่งก็มี คุณ Defro คุณ Stephen คุณ Edu คุณ Gaga คุณ Rien และท่านอื่นๆ เมื่อกล่าวคำทักทายเสร็จแล้วอาเหลียงก็ถามผมผมว่า “พร้อมแล้วหรือยัง ?” ผมกับคุณอ้น อิ่มท้องกันแล้วและก็เตรียมกล้องมาเรียบร้อยแล้ว ก็รับคำไป “พร้อมแล้วครับ” อาเหลียงจึงบอก “งั๊นออกเดินทางไปยังที่แรกได้เลย !! Tanto Place”



เราแบ่งรถออกเป็น 2 คัน ผมกับคุณอ้น ไปรถอาเหลียงครับ ต้องขออภัยด้วยจริงๆ ผมจำไม่ได้ว่า Tanto Place หรือที่แรกที่เราจะไปนั้น อยู่ตรงไหน ? เพราะชื่อที่บอกมาจากอาเหลียงนั้นจำยากจริงๆ ออกเสียงลำบาก มันเป็นภาษาอินโดนีเซียแล้วชื่อก็ยาวด้วย อีกทั้งระหว่างทางก็มีแต่พูดคุยตลอด (ถนนในประเทศอินโดนีเซียเล็กมาก รถก็เยอะ เลยทำให้รถติดตลอดทาง อีกอย่าง อากาสนี่ก็ร้อนไม่แพ้ประเทศไทยเลยเชียวล่ะ) จากโรงแรม เราเดินทางประมาณเกือบ 1 ชั่วโมงก็ถึงสถานที่ปลายทาง 

คนงานของฟาร์มก็มาเปิดประตูให้เราเอารถเข้าไปจอด อาเหลียงบอกว่าปกติแล้ว พวกเจ้าของฟาร์มต่างๆ จะไม่เปิดประตูให้ใครง่ายๆ แต่นี่ทางเราขออนุญาตไว้ก่อน เลยไม่มีปัญหา พอลงรถเสร็จแล้ว Mr. Sutanto แห่งอาณาจักร Elkindo ก็ออกมาต้อนรับ (ที่อาเหลียงเรียกว่า Tanto Place ก็มาจากชื่อของเจ้าของฟาร์ม… Tanto Place แปลว่า “ที่ของ Tanto” หรือ “บ้านของ Tanto” นั่นเองครับ) เมื่อแลกนามบัตร และแนะนำตัวกันเรียบร้อยแล้ว เขาก็พาเราเข้าไปดูปลาด้านใน 

NOTE : Mr. Sutanto เป็นเจ้าของฟาร์ม PT. Electra Orion Graha ที่อยู่ในเมืองปอนเตียนัก บนเกาะกาลิมันตัน แต่ที่ Jakarta ที่เรามาเยี่ยมชมแห่งนี้เป็นเพียง Showroom และ Stock ปลาเท่านั้นครับ 

บ่อแรกเป็นบ่อเลี้ยง ปลาแดงรุ่นกลาง ซึ่งมีขนาดราวๆ 12 นิ้ว มีอยู่ประมาณ 30 - 40 ตัว (สอบถามดูทราบว่า ขนาดบ่ออยู่ที่ ยาว 12 เมตร กว้าง 3 เมตร และ สูง 1 เมตร รอบบ่อมีกรงสูงอีก 1 เมตร กันปลากระโดด) แม้น้ำจะไม่ขุ่นแต่ก็มองเห็นตัวปลาได้ไม่ค่อยชัดนัก เพราะสีน้ำออกน้ำตาล ไม่แน่ใจว่ามีส่วนผสมของน้ำหมักรึเปล่า ? (แต่ขอบบ่อทั้งบ่อขึ้นตระไคร่สีเขียวคล้ำอมดำอยู่เต็มเนื้อที่) Mr. Sutanto จึงให้ลูกน้องเอาจิ้งหรีดมาโยนให้ปลากิน โยนปุ๊บก็ได้ยินเสียงตูม ๆ ๆ ปั๊บ ๆ ๆ ๆ ฝูงปลารุ่นค่อยโผล่ขึ้นมากินอาหารให้เห็นหน่อย อืม... แดงดีหลายตัว จังหวะนี้ผมและคุณอ้นก็เก็บภาพไปตามระเบียบ 

 

เห็นพวกผมทำหน้าตื่นตาตื่นใจกับการชมภาพปลามังกรกินเหยื่อ Mr. Sutanto ก็บอกว่า นี่ยังไม่ได้เท่าไหร่ ข้างในมีดีกว่านี้เยอะ ว่าแล้วก็พาพวกเราเดินต่อเข้าไปดูบ่อปลาอีกบ่อหนึ่ง... ครั้งแรกที่เห็น บอกตามตรงว่าต้องยอมรับว่า โคตรเจ๋งสุดอลังการเหนือชั้น (ปากร้อง “อู้หู !!” และตาโตลุกวาว โดยไม่รู้ตัวเลยจริงๆ) เพราะว่าภาพที่ผมเห็นตรงหน้านี้เป็นบ่อปลาขนาดใหญ่ 2 บ่อติดกัน แต่ละบ่อมีปลาแดงขนาดยักษ์เลี้ยงรวมกันอยู่นับสิบๆ ตัว ทั้งคู่เป็นบ่อที่มีลักษณะยกสูงขึ้น ไม่ได้ขุดเจาะลงไปเหมือนที่ผมเคยเจอ ขนาดบ่อยาวประมาณ 3 เมตร กว้าง 2 เมตร และสูง 1.8 เมตร และเป็นบ่อคอนกรีต (บ่อปูน) แต่ด้านหน้าติดกระจกให้เห็นตัวปลาภายในบ่อด้วย ผมได้ยินจากทีม ACI บอกว่า กระจกหน้าบ่อนั้น มีความหนาประมาณ 1 นิ้วครับ ถือว่าหนาพอตัวเลย ก็คงต้องแบบนั้นแหละครับ เพราะดูปริมาณน้ำแล้วคงหลายตัน แล้วยิ่งปลาแต่ละตัวก็ไม่น้อยกว่า 20 นิ้ว เรียกว่ายักษ์ๆ ทั้งนั้น ลำพังถ้าจะใช้ 4 หุนแบบที่บ้านเราใช้กัน คงจะเอาไม่อยู่ หรืออาจจะอยู่แต่ก็คงไม่ยืนยาวเท่าไหร่นัก เอาบชัวร์ไปเลยดีกว่า ลงทุนครั้งเดียวจบ 

 

มาดูสภาพแวดล้อมของบ่อกันต่อนนะครับ บ่อนี้ภายในปูกระเบื้องสีฟ้ารอบด้าน ส่วนพื้นบ่อปูกรวดแม้น้ำแล้วก็มีต้นไม้น้ำวางเรียงรายอยู่ (สภาพเลียนแบบธรรมชาติมากๆ) น้ำข้างในดูใสนิ้ง มองเห็นตัวปลาได้อย่างชัดเจน ส่วนระบบกรองอยู่ด้านหลังบ่อครับ ซึ่งต้องปีนขึ้นไปดู แต่ผมไม่ได้ปีนเพราะไม่สะดวก คือมันต้องถือกล้อง สะพายกระเป๋าไปด้วย ดังนั้นจึงได้แต่สอบถามข้อมูลคร่าวๆ เท่านั้น วัสดุของบ่อเรียกว่าธรรมดามากๆ ครับ คือใยแก้ว แล้วก็ Substrate ธรรมดา และ ไบโอบอลเท่านั้น ไม่มีส่วนผสมของไม้หมักอย่างใบหูกวาง (ซึ่งดูจากสีน้ำก็พอจะทราบ) แต่ที่เห็นน้ำใสแบบนั้น ผมคิดว่า กรวดแม่น้ำที่สูงเกือบฟุตบริเวณพื้นบ่อมีส่วนช่วยบำบัดน้ำอย่างมากครับ ทำให้ใสสะอาดยาวนาน

 

ต่อไปมาดูที่ตัวปลาบ้างนะครับ แม้ตัวปลาจะไม่ได้แดงอะไรมากมาย (ส่วนใหญ่จะเป็นสีส้ม สีส้มเหลือง) แต่ที่ผมประทับก็คือความใหญ่โต แล้วสภาพการณ์ที่สามารถเลี้ยงรวมกันได้อย่างเป็นสุข โดยไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งใดๆ ให้เห็น เพื่อนผู้อ่านลองดูสิครับว่า ปลาแต่ละตัวค่อนข้างจะสมบูรณ์มาก ครีบเครื่อง เกล็ด จะอยู่ครบ ต่างจากบ่อปลาเลี้ยงรวมที่ผมเคยเห็น ที่ส่วนใหญ่มักจะเละเทะ เครื่องครีบขาดวิ่น เกล็ดหลุดเป็นว่าเล่น ปากแตก คางแตก หนวดกุด หนวดขาด แก้มและเนื้อตัวถลอกปอกเปิก… แต่ปลาในบ่อนี้กลับมาสภาพที่ตรงข้ามกัน รักกันดีจริงๆ ไม่ทำร้ายกันเลย 

 

เห็นตัวใหญ่ยักษ์แบบนี้ จริงๆ อายุของมันแค่ 2 ปีเท่านั้นเองนะครับ เข้าใจว่าเป็นเพราะสถานที่ถึง (บ่อเลี้ยงใหญ่โตเพียงพอ) น้ำถึง (มีการเปลี่ยนถ่ายเป็นประจำสม่ำเสมอ) และ อาหารถึง (ให้กินอย่างเต็มที่ ไม่เคยขาดตกบกพร่อง) และประกอบกับเป็นปลาที่เลี้ยงรวม ที่ต้องแย่งชิงการกินอาหารอยู่แล้ว เลยทำให้ปลามีขนาดใหญ่ขึ้นเร็วอย่างที่เห็นในภาพ (เรื่องอายุ ผมไม่ติดใจเลย 2 ปีที่ว่านี่เชื่อได้อย่างไม่คิดอะไรมาก เพราะลักษณะและขนาดของ “ลูกตา” ในปลาแต่ละตัว ไม่มีตัวไหนใหญ่โตเกินตัวเลย กลับดูแล้วเล็กไปเสียด้วย แบบนี้แหละครับ เขาเรียกว่า “โตเกินตัว” ตรงข้ามกัน ถ้าปลาตัวใหญ่มีลูกตาที่ใหญ่เกินตัว และหน้าแก่ มีริ้วรอย ปลาพวกนั้นโดยมากมักจะเป็นปลาแกรน กินไม่ดี แล้วก็ไม่ค่อยโตครับ) 

 

ดูปลามาตั้งนานแล้ว เพื่อนผู้อ่านสังเกตเห็นรึเปล่าครับว่า เจ้ายักษ์ใหญ่อายุน้อยเกือบทุกตัวที่เห็นนี้มีความสมบูรณ์มาก ในภาพไม่มีตัวไหน "ปากยื่น" แม้แต่น้อยเลย มีบ้างที่ "ตาตก" แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนสภาพของตัวปลาก็ดีด้วยเช่นกัน ทีม ACI บอกว่าเป็นเพราะคุณ Tanta เลือกปลาแววดีๆ (ที่ไม่มีวี่แววว่าตาจะตก หรือปากยื่น... แต่สงสัยไม่ได้เช็คเรื่อง สีปลา มาด้วย เลยดูจะไม่ค่อยแดงเท่าไหร่นัก) มาเลี้ยงด้วยกันตั้งแต่เล็กๆ เลยทำให้ปลาเกือบทุกตัวสมบูรณ์อย่างที่เห็น... เอ... ผมเองก็ทำแบบนี้นะ แต่ไม่รู้ทำไมก็ยังไม่พ้น มาตก มายื่นทีหลัง สงสัยคงจะโปรไม่พอ ต้องรออีก 20 ปีเป็นแน่ ~~!! laugh.gif 

 

ปลาทั้งหมดในบ่อแรกนี้ แม้จะเป็นปลาที่เลี้ยงรวมไว้ดูเล่นส่วนตัว แต่จริงๆ ก็เพื่อจำหน่ายด้วยเช่นกัน ดูหน้าตาปลากันไปแล้วเพื่อนๆ อยากจะทราบราคาไหมครับ ?... ผมมีคำตอบให้ครับ ทีม ACI สอบถามคุณ Sutanto แล้วก็ได้คำตอบกลับมาว่า ปลาใหญ่ในบ่อนี้สนนราคาอยู่ที่ตัวละ 3,500 เหรียญ US หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 14x,xxx บาท ถูกแพงหรือไม่อย่างไร ส่วนตัวไม่มี Comments ครับ แต่นำมาบอกกล่าวให้ทราบเท่านั้น... แต่ราคานี้ยังมีเงื่อนไขอีกเล็กน้อยด้วยนะครับ นั่นก็คือต้องเหมาซื้อทั้งตู้ !! ถ้าเลือกซื้อตัวเดียว หรือคัดออกเป็นตัวๆ ไปแต่ไม่ครบจำนวน ราคาจะเบิ้ลเป็น 2 เท่าครับ เขาว่ามาแบบนี้ นั่นหมายความว่า ถ้าจะซื้อตัวเดียว ค่าตัวมันอยู่ที่ 28x,xxx บาทครับท่านผู้ชม !! blink.gif 

 

ดูตัวปลาในบ่อแรกแล้วชอบใจ แต่พอมาฟังราคาปลาแล้วหนาว งั๊นผมขอพาเลี่ยงมาดูอีกบ่อหนึ่งบ้างนะครับ บ่อนี้เล็กกว่าบ่อก่อนหน้าหน่อยนึง รวมถึงจำนวนปลาก็มีน้อยกว่า และขนาดปลาก็ย่อมกว่าด้วย... ต้องยอมรับตามตรงว่า บังเอิญได้ไปเห็นความอลังการในบ่อแรกเสียก่อน ดังนั้นพอมาดูบ่อนี้เลยไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่นัก ปลาแดงในบ่อนี้ส่วนใหญ่จะเป็นปลาแปลกที่มีลักษณะพิเศษ ตัวอย่างเช่น ปลาคิง (King Arowana) พวกค่อม ปลาสั้น (Short Body) อาศัยอยู่ร่วมกัน ความรู้สึกส่วนตัวมองว่า ปลาในบ่อนี้ไม่น่าจะลงพร้อมกัน และไม่น่าจะเป็นพี่น้องกัน (ไม่เหมือนบ่อที่แล้ว) ดังนั้นสภาพปลาแต่ละตัวจึงค่อนข้างจะเยินหน่อย ซึ่งก็ถือเป็นภาพที่คุ้นตาที่ผมเจอในปลาที่ถูกเลี้ยงรวมกัน... เมื่อเปรียบเทียบทั้ง 2 บ่อแล้ว ส่วนที่แตกต่างกันก็คือ ขนาดปลาเล็กกว่า และสภาพปลาไม่ได้สมบูรณ์ทุกตัวไปเหมือนในบ่อก่อนหน้า ส่วนสิ่งที่เหมือนกันก็คือ สภาพแวดล้อมของบ่อ ระบบกรองของบ่อ ตัวปลาตาไม่ค่อยตก ปากไม่ค่อยยื่น แต่ที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ... สีปลาค่อนข้างจะคล้ายคลึงกันมาก (คือไม่ค่อยแดงเท่าไหร่ครับ) 

... โปรดติดตามชมตอนต่อไป smile.gif 

 

ย้อนกลับ

แชร์บทความ