ยินดีต้อนรับ ( ล็อกอิน | สมัครสมาชิก )

ShOwA Arowana Dream Fish ร้านตะพัด ArowanaMania Arowana King
Lucky Arowana Air Stone Shop Emperor Arowana Arowana Farm Jade Arowana
Robin Arowana Farm Home Dragon Top Arowana Agency Long Jiang Arowana Dragon King
Aqua Products ฮัลโหลบัค โยตู้ปลา White Crane Aquarium Ceramic Bar
 
Reply to this topicStart new topic
> เริ่มต้นกับเจ้าตัวเล็ก + เทคนิคให้เชื่องไวๆ
Nanconnection
โพสต์ Oct 9 2008, 09:13 PM
โพสต์ #1


Aro4u Webmaster : )
**************

กลุ่ม: Administrators
โพสต์: 29,917
เข้าร่วม: 10-January 07
จาก: 614/13-14 ซ. สาธุประดิษฐ์ 58 บางโพงพาง ยานนาวา กทม. 10120
สมาชิกลำดับที่: 2



หลังจากที่เตรียมน้ำ เตรียมตู้ เตรียมระบบอุปกรณ์ทุกอย่างเรียบร้อย นั่นก็แปลว่าตอนนี้เราพร้อมที่จะลงปลาแล้วนะครับ สำหรับขั้นตอนในการลงปลาก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรนักแต่ก็ไม่ง่ายแบบประเภทเทตูมลงตู้เหมือนปลาทั่วๆ ไปที่เคยเลี้ยง วิธีการลงปลาที่ถูกต้องคือให้แช่ถุงปลาลงไปที่น้ำในตู้ก่อนเพื่อให้เจ้าปลาน้อยได้ปรับอุณหภูมิโดยใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที (ถ้าตู้ใหญ่ก็เพิ่มเวลาอีกนิดนะครับ) การปรับอุณหภูมิก่อนการลงปลาจะช่วยลดอาการเครียดและป้องกันสาเหตุจากการช็อคน้ำตายได้

NOTE : “ค่า pH” ก็เป็นอีกจุดที่สำคัญมาก มีนักเลี้ยงจำนวนไม่น้อยที่ไม่ทราบเรื่องของค่าน้ำนี้ สนใจแต่เพียงการปรับอุณหภูมิอย่างเดียว แต่แท้จริงแล้วหากค่า pH มีความต่างกันมากเกินไปอย่างน้ำในถุงมีค่าเท่ากับ 6.0 กับในตู้มีค่า 8.0 ก็อาจมีปัญหาเกิดขึ้นได้อย่างเช่นปลาเครียด ซึม ไม่ว่าย และช็อคน้ำตายได้เช่นกัน หรือแม้แต่เป็นที่มาของโรคเกล็ดพอง ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยมากขึ้นหลังจากที่ปรับอุณหภูมิน้ำแล้ว 15 นาที ก่อนปล่อยปลาผมแนะนำให้ค่อยๆ ตักน้ำในตู้เติมลงในถุงอย่างช้าๆ จนปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นซัก 1 เท่าของในถุง ซึ่งเรียกว่า “การปรับสภาพน้ำ” วิธีนี้ทำเพื่อให้น้ำทั้ง 2 ที่ได้ปรับเข้าหากันซึ่งจะช่วยให้ปลาใหม่ปรับตัวเข้ากับน้ำใหม่ได้ดีขึ้น การ “ปรับอุณหภูมิ” และ “ปรับสภาพน้ำ” ก่อนการลงปลาจะช่วยปลาปลาปรับตัวเข้าสู่ตู้ใหม่ได้อย่างปลอดที่สุด

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น NC. ขอแนะนำให้อ่านกระทู้นี้นะครับ smile.gif

http://www.aro4u.com/forums/index.php?showtopic=7729



เมื่อกล่าวถึงเรื่องของอุณหภูมิแล้วผมก็ขอเขียนให้จบในส่วนนี้เลยนะครับ... อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับปลามังกรคือ 28-32 องศาเซลเซียสนะครับโดยค่ากลาง 30 องศา แต่ในความเป็นจริงปลาชนิดนี้สามารถอยู่ในช่วงอุณหภูมิระหว่าง 26-34 องศา หากสูงหรือต่ำกว่านี้จะเป็นอันตรายมาก ในกรณีที่น้ำเย็นเกินไป (หมายถึงอุณหภูมิต่ำ) จะมีผลทำให้ปลากินน้อยลง ไม่ว่ายน้ำ ซึม สีสันไม่ดี ซีดเผือกไม่เด่นชัด แต่ถ้าหากร้อนเกินไปก็กินไม่ดีเช่นกัน น้ำก็เสียง่าย เชื้อโรคเพาะตัวได้ดีแล้วที่สำคัญยังเป็นที่มาของโรคต่างๆ อีกด้วยไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเกล็ด (เกล็ดกร่อน) โรคเหงือก (ทั้ง 4 ชนิด) โรคเชื้อรา หนวดปลาหมึก เกือบทุกอย่าง ยิ่งไปกว่านั้นหากน้ำร้อนเกินไป ปลาจะทนไม่ไหวและตายได้

ในกรณีที่ในตู้มีอุณหภูมิสูงเกินไป วิธีแก้ไขก็คือการติด “เครื่องทำความเย็น” หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า Chiller ซึ่งเจ้าตัวนี้จะเป็นตัวที่ทำให้อุณภูมิในน้ำเย็นขึ้นโดยสามารถปรับระดับความต้องการได้ว่าจะให้เป็นกี่องศา แม้ Chiller จะมีรูปลักษณ์ที่ดี สวย หรู ดูมีสไตล์ อย่างไรก็ตามเจ้าอุปกรณ์ตัวนี้ก็มีราคาสูงมาก ตัวนึงหลายพันบาทแล้วยิ่งถ้าใช้กับตู้ใหญ่ๆ ก็หลายหมื่นบาทเลยทีเดียว (โดยปกติแล้ว Chiller จะใช้กับตู้ปลาทะเลที่จำเป็นต้องอยู่ในอุณหภูมิที่เย็นมากนั่นคืออยู่ที่ราวๆ 24-25 องศาเซลเซียส) สำหรับผู้ที่เลี้ยงปลาแพงและต้องการความแน่นอน ที่สำคัญคือมีกำลังทรัพย์เพียงพอ Chiller เป็นตัวเลือกที่น่าใช้

แต่สำหรับนักเลี้ยงมือใหม่และผู้ที่มีงบประมาณไม่เพียงพอก็อย่างเพิ่งท้อใจว่าจะไม่มีวิธีแก้ไขนะครับ ผมมีวิธีแก้ง่ายๆ แล้วยังประหยัดสตางค์อีกด้วยนั่นก็คือการ “ติดพัดลม” ในตู้ปลา เจ้าพัดลมที่จะเอามาใช้ไม่ใช่พัดลมทั่วไปเหมือนที่เราใช้ในชีวิตประจำวันกัน แต่เป็นพัดลมระบายอากาศขนาดเล็กที่ใช้ในเครื่องคอมพิวเตอร์โดยเลือกใช้ขนาด 12 โวลท์ก็พอ (ตัวนึงราคาไม่เกิน 100 บาท) แล้วก็มาพันเชื่อมติดกับสายไฟหม้อแปลง พอเสียบปลั๊กแล้วพัดลมหมุนให้ลมเย็นก็เป็นอันใช้ได้ ตำแหน่งการตั้งวางพัดลมจะอยู่ที่ช่องให้อาหารบนฝาตู้ (ฝาตู้เหลี่ยมจะวางได้ง่ายกว่าฝาตู้ Slope) โดยให้พัดลมเย็นลงไปในตู้ไม่ใช่ดูดระบายอากาศออก และควรตระแกรงกันใบพัดเพื่อป้องกันปลากระโดดขึ้นมาโฉบกินอาหารได้ เมื่อได้ตำแหน่งที่ลงตัวแล้วก็หาสก๊อตเทปมาติดไว้ให้แน่นๆ กันหล่นลงไปในตู้ การติดพัดลมจะช่วยลดอุณหภูมิภายในตู้ได้ประมาณ 2-4 องศาเซลเซียส

NOTE : ข้อเสียของการติดเครื่องให้ความเย็นไม่ว่าจะเป็น Chiller หรือ พัดลมจิ๋ว ก็คือจะทำให้น้ำในตู้ลดระดับลงอย่างรวดเร็ว หากระบบกรองที่ใช้เป็นระบบกรองนอกก็คงไม่มีปัญหา แต่หากเป็นกรองข้างหรือกรองใต้ตู้ที่มีระบบหวีน้ำล้นเข้ามาเกี่ยวข้อง เมื่อน้ำลดระดับลงไปต่ำเกินไปจะมีผลทำให้ระบบกรองเสียประสิทธิภาพยิ่งไปกว่านั้นอาจทำให้ Power Head เสียหายได้ ฉะนั้นจึงต้องคอยหมั่นสังเกตระดับน้ำให้ดีและหากลดลงมากก็ต้องคอยเติมอยู่เสมอ

=> กรณีศึกษาเรื่อง "การดูแลปลาในหน้าหนาว"

http://www.aro4u.com/forums/index.php?showtopic=2042



เอาล่ะครับ ! มาต่อกันดีกว่า… ปลาเมื่อลงตู้ใหม่ๆ ถ้าเป็นปลาที่มีฟอร์มสวยอยู่แล้วก็ไม่มีปัญหา ว่ายยังว่ายน้ำให้เราดูได้อย่างสวยสง่า แต่ถ้าว่าไม่ใช่ล่ะครับ ? พอลงปลาปุ๊ปปลากลับมีอาการตื่นกลัวแล้วจะทำยังไง ? ในส่วนนี้ผมจะกล่าวถึงอาการของปลาตื่นและวิธีการรักษาเบื้องต้นให้ทราบกัน อาการตื่นของปลามีหลายรูปแบบแต่ที่เห็นได้บ่อยครั้งที่สุดคือ

1. ขี้ตกใจ + ว่ายน้ำพุ่งไปพุ่งมา อาการนี้รุนแรงที่สุดครับคือเจ้าปลาน้อยจะแสดงออกโดยการว่ายหนีตลอด และไม่เล่นด้วยแถมยังพุ่งไปพุ่งมาอย่างรุนแรง ซึ่งมีหลายครั้งที่เป็นการทำร้ายตัวเองจนทำให้เกิดบาดแผลอย่างเช่น ปากแตก แก้มเป็นแผล หรือถ้าโดนกับบางอย่างเข้าก็ทำให้เกล็ดหลุดหรือเป็นรอยถลอกบอบช้ำ ปลาที่มีอาการนี้ส่วนใหญ่จะเป็นปลาเล็กและมักจะเกิดขึ้นตอนที่ย้ายลงตู้ใหม่ๆ



2. หนี + ว่ายลู่ อาการนี้ลดความรุนแรงลงมาหน่อยคือปลาจะว่ายหนีอย่างเดียว เครื่องครีบลู่แสดงให้ออกถึงความกลัว ปลาที่ว่ายลู่จะลดความสง่างามลงไปมากนะครับ แต่ก็ยังดีที่ไม่มีผลกับการกินเพราะแม้จะว่ายลู่หรือหนีไปมาแต่เรื่องการกินหายห่วงครับ ยังกินดีเสมอ การว่ายหนีและว่ายลู่นี้เกิดได้ทั้งในปลาเล็กและปลาใหญ่



3. จอดสนิท หรือ Parking แสดงออกโดยการไม่ว่าย จอดสนิทนิ่งอยู่กับที่ แต่กลิ้งหลอกตาไปมาดูเราอยู่ตลอด ไร้อารมณ์ ไม่เล่นด้วย การจอดของปลาโดยปกติมีสาเหตุมาจาก 2 อย่างนี้คือ ปลาตื่น และ ปลาขี้เหงา ถ้าเป็นสาเหตุอย่างหลังนี่ไม่รุนแรงเท่าไหร่ครับแค่เพียงเราเล่นกับเขาบ่อยๆ ปลาก็กลับมาขยันว่ายน้ำเหมือนเดิม แต่หากว่าจอดเพราะปลาตื่น วิธีแก้คือต้องหา Power Head ขนาดแรงพ่นเหมาะๆ ซักตัวมาใช้โดยหันทิศทางพ่นแรงน้ำไปที่ๆ ปลาจอด (มักจะมีที่จอดประจำ) วิธีนี้จะทำให้ปลารู้สึกรำคาญแล้วกลับขึ้นมาว่ายน้ำเหมือนเดิม



4. แอบหรือหลบซ่อนตัวอยู่มุมตู้ คล้ายๆ กับ Parking ครับเพียงแต่มีที่หลบกำบังซ่อนตัว ไม่ว่าจะเป็นหลังลูกตุ้มฟองน้ำ หลังขอนไม้ หรืออะไรก็ตามที่สามารถหลบซ่อนตัวได้ ความแตกต่างอย่างหนึ่งที่อาการ “แอบ” ต่างจาก “จอด” ก็คือ อาการแอบจะมีการตื่นตัวอยู่เสมอคือพร้อมว่ายหนีไปมาแล้วกลับมาหลบที่เดิมที่ประจำ ในขณะที่ถ้าเป็นอาการ “จอด” จะไร้อารมณ์ร่วม ไม่สนใจ ไม่ขยับไปไหน สำหรับวิธีแก้ในอาการแอบก็คือช่วงแรกให้เอาสิ่งกีดขวางนั้นออกเพื่อไม่ให้ปลามีที่หลบซ่อน และเมื่อปลาปรับตัวได้จึงค่อยนำกลับมาใส่ไว้เหมือนเดิม... 2 อาการหลังใช้เวลาไม่นานนักปลาก็จะปรับตัวได้

=> กรณีศึกษาเรื่อง "มังกรแถวตรง" และ "มังกรกลัวมือ"

http://www.aro4u.com/forums/index.php?showtopic=68

http://www.aro4u.com/forums/index.php?showtopic=86

=> กรณีศึกษาเรื่อง "แก้ปัญหาแบบไหนเมื่อปลายังตื่นกลัว ?"

http://www.aro4u.com/forums/index.php?showtopic=2223



สำหรับผู้เลี้ยงมือใหม่อาจจะรู้สึกอ่อนใจและท้อใจกับอาการปลาตื่นเหล่านี้ แต่ผมก็อยากให้เข้าใจว่าวิธีเดียวที่จะสามารถแก้ไข้ได้ก็คือต้องให้เวลาเขาให้ปรับตัวกับที่อยู่ใหม่ ไม่นานนักเจ้าตัวน้อยก็จะกลับมาว่ายฉิวน่ารักเหมือนเดิมเหมือนกับครั้งที่เห็นในตู้ตอนที่ตัดสินใจเลือกซื้อ แต่ก็มีเหมือนกันที่ปลาตื่นมากๆ แก้เท่าไหร่ก็ไม่ยอมหายเพราะสถานที่เลี้ยงเป็นที่เปิด (เช่นในร้านอาหาร) ที่มีคนเดินผ่านไปผ่านมาตลอด ก็ยังไม่หายตื่นทั้งที่การกินก็เป็นปกติดี (แต่ถ้าไม่กินก็ยิ่งไปกันใหญ่เลย) ตรงนี้ก็มีวิธีแก้คือช่วงแรกให้ใช้ที่บังแดดแบบม้วนพับได้ติดกับกระจกโดยปิดเฉพาะด้านหน้าและปิดทั้งวัน (แต่ถ้าตั้งตู้ไว้กลางบ้านก็จำเป็นต้องติดไว้ทั้ง 2 ด้าน) โดยให้เหลือเฉพาะด้านข้างไว้ แล้วพอถึงเวลาก็ค่อยเปิดที่บังแดดออกแล้วมานั่งให้อาหาร นั่งเล่น นั่งดูมัน ผมเชื่อว่าไม่นานมันก็จะกลับมาชินหน้าเราแล้วจะหายตื่นไปเอง แต่ถ้ากรณีที่เป็นหนักก็จำเป็นต้องคลุมรอบด้านแล้วใช้วิธีเดียวกัน ที่สำคัญคืออย่าไปเร่งเขานะครับ ของแบบนี้ต้องใช้เวลา

มาพูดกันเรื่อง “อาหาร" บ้าง การให้อาหารสำหรับปลาเล็กผมแนะนำให้เริ่มต้นด้วย หนอนนก กุ้งฝอยหรือจิ้งหรีดตัวเล็กๆ ดีกว่า แต่ถ้าปลาที่เราเริ่มต้นเลี้ยงเป็นปลาขนาดเล็กมาก (ไม่เกิน 4 นิ้ว) ก็คงต้องให้ได้แค่ “ไรทะเล” อย่างเดียวครับ ไม่เช่นนั้นอาจติดคอตายได้ ส่วนอาหารใหญ่เช่นชิ้นเนื้อ ตะขาบ แมงป่อง หรือกบ (แม้จะมีการตัดหั่นให้เล็กลงแล้วก็ตาม) ยังไม่เหมาะกับปลาเล็ก มีผู้เลี้ยงหลายคนอยากขุนปลาให้สีดีตั้งแต่เล็กๆ เลยให้กินอาหารเหล่านี้… ปลาอาจกลืนได้แต่ระบบการย่อยยังไม่ดีพอ ปัญหาที่ตามมาอาจทำให้ปลาท้องอืดอาหารไม่ย่อยซึ่งเป็นผลทำให้ถึงตายได้ เอาไว้ให้ปลามีขนาดใหญ่ขึ้นเป็นซัก 8-10 นิ้วก่อนแล้วค่อยให้อาหารเหล่านั้นจะปลอดภัยกว่าครับ

=> กรณีศึกษาเรื่องการฝึกปลาให้กินเนื้อกุ้งชิ้นนะครับ smile.gif

http://www.aro4u.com/forums/index.php?showtopic=2604



เมื่อลงปลาครั้งแรกผมขอแนะนำให้งดอาหารซัก 1 วันเพื่อให้ปลาปรับสภาพร่างกายและปรับตัวให้เข้ากับที่ใหม่ได้เสียก่อน อย่าเพิ่งใจอ่อนกับท่าทางการขอขออาหารที่แสนเย้ายวนหรือเร้าใจ คราวนี้เมื่อทั้งเราและเจ้าปลาน้อยต่างก็มาเริ่มใหม่ๆ พร้อมๆ กัน หลายคนอาจมีข้อสงสัยว่า “จะเลี้ยงให้เชื่อง... เลี้ยงได้มั้ย ? และมีเทคนิควิธีการยังไง ?” แน่นอนครับผมก็มีคำตอบให้เช่นกัน แต่ต้องทราบกันก่อนว่าการเลี้ยงปลาเล็กให้เชื่องทำได้ง่ายได้กว่าปลาใหญ่มาก เทคนิคการเลี้ยงปลาให้เชื่องแบบที่ว่าเห็นเราก็ว่ายมาหาหรือแม้แต่จับต้องตัวได้ ผมก็มีวิธีนะครับแต่อาจไม่เหมือนใคร แล้วก็มีข้อจำกัดด้วย แต่ถ้าสนใจก็ลองเอาไปใช้ดูได้ครับเพราะวิธีนี้ผมใช้เองแล้วได้ผลและแนะนำให้เพื่อนๆ ใช้ก็ได้ผลดีเช่นกันเลยเอามาเขียนให้เพื่อนๆ อ่านในส่วนนี้ด้วย... เทคนิคการเลี้ยงปลาให้เชื่องแบบที่ว่านั่นก็คือ

1. เลี้ยงตัวเดียว การเลี้ยงปลามังกรเพียงตัวเดียวในตู้ โดยไม่มี Tank Mate (ยกเว้น Tank Mate ที่มีส่วนเกื้อกูลกันเช่น ปลาเทศบาล ปลาตระกูลตะเพียน) ปลาจะไม่ค่อยเครียด ว่ายกันคนละส่วนไม่เหลื่อมล้ำที่ของกันและกัน ปลามังกรจะว่ายครองตู้ได้เต็มเนื้อที่ที่สุด ปฏิกริยาระหว่างเจ้าของกับตัวปลาจึงมีให้กันได้อย่างเต็มที่ ในทางกลับกันการเลี้ยงแบบ Tank Mate สวยงามทั่วๆ ไปอย่างปลาเสือตอ ปลานกแก้ว ปลากระเบน และปลาอื่นๆ กลับแบ่งความสนใจที่ผมกล่าวไปทำให้ผู้เลี้ยงไมได้ใส่ใจกับตัวปลามากนัก (ผมเข้าใจว่าปลาพวกนี้มันรับรู้นะครับแล้วก็งอนหรือน้อยใจเป็นซะด้วย) แต่ผมก็ไม่ได้หมายความว่ามีเพื่อนร่วมตู้สวยงามแล้วจะเลี้ยงเจ้ามังกรให้เชื่องไม่ได้นะครับ เพียงแต่ว่าโอกาสมันมีน้อยกว่าการเลี้ยงตัวเดียวเท่านั้นเอง

การมีเพื่อนร่วมตู้หลายๆ ชนิดนอกจากจะดูสวยงามทำให้ดูมีชีวิตชีวาแล้วแต่ก็มีปัญหานิดหน่อยตรงเรื่องของการแย่งเนื้อที่ว่ายน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการให้อาหาร หากเลี้ยงปลามังกรตัวเดียวเราสามารถให้อาหารได้หมดในคราวเดียวพอปลาอิ่มก็หยุดให้ แต่หากมีเพื่อนร่วมตู้จะมีการแย่งอาหารกันเกิดขึ้น ทำให้ปลากินไม่พอ ตรงนี้จะทำให้ปลาเครียดและอาจเกิดการทำร้ายกันได้ (แต่ถ้าให้อาหารอย่างเต็มที่ กินดีทุกมื้อ ปลาก็จะอิ่มอยู่ตลอดจนไม่ Active) หากจะฝึกปลาให้เชื่องมือเร็วๆ และได้ผลดีๆ ก็ควรจะเลี้ยงตัวเดียว

2. ให้อาหารเป็นเวลา ควรให้อาหารเป็นเวลาโดยในปลาเล็กก็ให้วันละ 2 มื้อ เช้า เย็น และปลาใหญ่ก็วันละมื้อเดียวพอ ถ้าให้พอดีเวลากันทุกวันอย่างเช่น 8 โมงเช้ากับ 2 ทุ่ม จะยิ่งดีมากเพราะปลาจะรู้ตัวเลยเมื่อถึงเวลาอาหาร และการให้อาหารแต่ละครั้งก็ไม่ควรให้จนอิ่มแปร้ขนาดกินต่อไปไม่ไหว ให้พออิ่มก็พอครับเช่นมื้อนึงกินหนอนนกได้เต็มที่ได้ 10 ตัว ก็ให้ลดลงเหลือซัก 7 ตัวก็พอเพื่อที่ปลาจะได้ Active ตลอดเวลา ถ้าจะให้ดีก็ควรที่จะให้อาหารหมดต่อมื้อไม่หลงเหลือเศษทิ้งไว้ในตู้ และที่สำคัญการให้อาหารปลาต้องให้ด้วยตัวเองนะครับโดยเคาะฝาเรียกทุกครั้งที่ให้อาหารจะช่วยให้ปลารับรู้และจดจำได้เร็วขึ้น

NOTE : การทิ้งเหยื่อปลาไว้ในตู้ไม่ว่าจะเป็นกุ้งฝอยหรือลูกปลาเล็ก จะลดโอกาสในการฝึกปลาให้เชื่องเพราะว่าไม่มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวปลากับผู้เลี้ยง

3. เปลี่ยนถ่ายน้ำอย่างสม่ำเสมอ การรักษาคุณภาพน้ำในตู้ให้ดีด้วยการเปลี่ยนน้ำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ปลาสดชื่น Active สุขภาพและอารมณ์ดี ไม่มีโรค ไม่มีอาการเจ็บป่วยมากวนใจเรา การเปลี่ยนถ่ายน้ำแนะนำให้ทำด้วยตัวเองเพื่อที่จะได้รู้จักปลาได้อย่างเต็มที่ จับเล่น ลูบหัวลูบหาง (แนะนำให้ลดน้ำก่อนเล่นกับมันเพราะปลาอาจตกใจกระโดดพุ่งสวนออกมานอกตู้ได้) แล้วก็ทำความสะอาดขัดถูตู้ไปด้วย การเปลี่ยนน้ำโดยใช้ให้ลูกน้อง แม่บ้านหรือผู้ดูแลคนอื่นๆ เป็นคนจัดการเป็นประจำอาจทำให้ปลาเชื่องกับคนๆ นั้นประมาณว่าเราเป็นคนซื้อเป็นเจ้าของปลาแต่ปลากลับไม่เล่นกับเรา แต่พอลูกน้องเดินมาเจ้ามังกรว่ายเข้ามาหาทำท่าระริกระรี้ใส่นี่ยุ่งเลยนะครับ

4. มีเวลาให้กัน ให้เวลากับปลามังกรของเราอย่างเต็มที่และคอยเล่นกับมันบ่อยๆ การให้เวลากับสัตว์เลี้ยงอย่างเต็มที่… เชื่องแน่นอนครับ หมั่นเล่นหมั่นคอยดูแล เดินผ่านตู้ที่ก็เอามือลูบตู้ เคาะๆ ฝาหน่อย นั่งมองมันบ่อยๆ เวลากินข้าวคนเดียว (โดดเดี่ยวไม่มีคนนั่งด้วย) ก็มานั่งกินกับปลาดีกว่าครับ กินไปดูปลาไปสบายใจที่สุดเลย

5. ตั้งชื่อให้ด้วย อันนี้ฟังดูอาจไร้สาระ แต่ผมว่ามันรู้นะ… อย่างปลาของผมเองไง “เจ้าอิ่มเอม” เรียกทีมันก็หันที เล่นๆ กับมันแล้วอย่าลืมเรียกชื่อด้วยนะครับจะได้เชื่องได้เร็วขึ้น นอกจากปลาผมแล้วปลาเพื่อนๆ ทุกตัวผมจะแนะนำให้ตั้งชื่อเรียกด้วย ชื่ออะไรก็ได้ที่ฟังดูแล้วน่ารักอย่างเช่น เจ้าหมูแดง เจ้าเขียวขนุน เจ้าเกี๊ยวกุ้ง เจ้าถุงทอง หรือฟังแล้วเป็นมงคลหน่อยอย่างเช่น เจ้ามั่งมี เจ้าศรีสุข เจ้าอั่งเปา เจ้าฮวดใช้ อะไรประมาณนี้ เชื่อผมสิครับวิธีนี้ได้ผลไม่น้อยเลยทีเดียว smile.gif

User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic
มี 1 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (ผู้มาเยือน 1 คน และ 0 อุ๊บอิ๊บ)
สมาชิก 0 คน คือ

 



www.aro4u.com Copyright by Nanconnection & Website Design by Sp33dZ เวลาขณะนี้: 13th December 2017 - 03:31 AM