ยินดีต้อนรับ ( ล็อกอิน | สมัครสมาชิก )

ShOwA Arowana Dream Fish ร้านตะพัด ArowanaMania Arowana King
Lucky Arowana Air Stone Shop Emperor Arowana Arowana Farm Jade Arowana
Robin Arowana Farm Home Dragon Top Arowana Agency Long Jiang Arowana Dragon King
Aqua Products ฮัลโหลบัค โยตู้ปลา White Crane Aquarium Ceramic Bar
 
Reply to this topicStart new topic
> ปลาสวยขึ้นตู้, ปลาสวยและดูดีขึ้นได้ด้วยเทคนิคและวิธีต่างๆ เหล่านี้ครับ : )
Nanconnection
โพสต์ Oct 13 2008, 08:34 AM
โพสต์ #1


Aro4u Webmaster : )
**************

กลุ่ม: Administrators
โพสต์: 29,917
เข้าร่วม: 10-January 07
จาก: 614/13-14 ซ. สาธุประดิษฐ์ 58 บางโพงพาง ยานนาวา กทม. 10120
สมาชิกลำดับที่: 2



มาถึงส่วนนี้ก็ถือเป็นเนื้อหลักเรื่องสุดท้ายแล้วนั่นก็คือจะมีวิธีการอย่างไรที่จะทำให้ปลาเราสวยขึ้นตู้ ดูโดดเด่นทุกครั้งที่มอง เทคนิคพิเศษต่างๆ ที่ทำให้ปลาดูดีขึ้นมีอะไรบ้าง ? การจัดวางที่เหมาะสมควรทำอย่างไร ? และเพราะว่าปลาจะสวยขึ้นตู้ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างทั้งเรื่องของสายพันธุ์ การจัดแต่งตู้ คุณภาพน้ำ อาหาร ฯลฯ โดยที่ทุกอย่างต้องสัมพันธ์กัน... ผมจะค่อยๆ ไล่ไปทีละอย่างเพื่อให้เกิดความเข้าใจง่ายขึ้นนะครับ เรามาเริ่มกันที่…

สายพันธุ์ปลา ค่าน้ำ และอุณหภูมิที่เหมาะสม อย่างที่ทราบกันแล้วนะครับว่าปลามังกรมีหลายสายพันธุ์ ว่ากันที่สายพันธุ์แท้ก็มี มังกรเขียว มังกรเงิน มังกรดำ มังกรแดง ทองอินโด ทองมาเลย์ แต่ละสายพันธุ์ก็มีจุดด้วยจุดเด่นในตัวมันเอง หากถามว่า “มังกรสายพันธุ์ไหนสวยกว่ากัน ?” คำถามตอบยากครับมันขึ้นอยู่ความความชอบส่วนบุคคล บางคนชอบเขียว บางคนชอบแดง บางคนชอบทอง สำหรับผมแล้วทุกสายพันธุ์ก็สวยหมด และแต่ละสายพันธุ์ก็มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ฉะนั้นการเลี้ยงปลาให้สวยงานอันดับแรกเลยคือต้องเลือกปลาที่ดี ฟอร์มดี และเป็นสายพันธุ์แท้มาตั้งแต่แรก ปลาดีตั้งแต่เริ่มก็มีชัยไปกว่าครึ่ง เรื่องนี้เรื่องนี้เรื่องจริงนะครับ น้ำที่เลี้ยงก็ควรค่าน้ำและอุณหภูมิที่เหมาะสม อย่าลืมว่าค่า pH ที่ในช่วงที่ดีที่สุดคือ 6.5 - 7.5 (ถ้าเป็นปลาแดงให้อยู่ที่ 6.0 - 7.0 ได้จะดีมากครับเพราะปลาแดงชอบน้ำที่ค่าเป็นกรดอ่อนๆ) ส่วนอุณหภูมิก็อยู่ที่ 28-32 องศาเซลเซียส ถ้าให้กำลังดีก็อยู่ที่ 30 ครับ หากคงค่าต่างๆ ที่ผมว่าไว้นี้ได้ก็จะทำให้ปลาอยู่สภาพที่ดีทีสุด เมื่อปลามีความสุข สีปลาก็จะดีเด่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจนจริงๆ

NOTE : หมั่นถ่ายน้ำให้เป็นประจำและหลังการเปลี่ยนน้ำแล้วให้เช็คค่า pH และอุณหภูมิด้วยว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน พยายามหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนน้ำถี่เกินไปหรือเปลี่ยนในปริมาณมากเกินไปหากไม่จำเป็นเพราะจะให้ค่าน้ำต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงมากซึ่งจะมีผลกระทบกับสีปลาอาจทำให้ Drop ลงหรือจืดจางไป



การจัดแต่งตู้ปลา การเลือกใช้ตู้ปลาสำหรับเลี้ยงปลามังกรไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์อะไรก็ตามไม่มีสีที่เหมาะเฉพาะเจาะจงครับ จะใช้สีดำ สีแดง สีน้ำเงินหรือสีใดก็ได้แล้วแต่ความชอบของแต่ละบุคคล แต่การจะทำให้ตัวปลาโดดเด่นในตู้ผมแนะนำให้ใช้ติดสติกเกอร์สีดำ ที่ด้านหลังและพื้นตู้ (แต่สำหรับปลาแดงก็ควรจะติดทุกด้านยกเว้นด้านหน้า) หากว่าการติดสติกเกอร์ไม่สะดวกและเป็นการยุ่งยากก็จะใช้ Future Board แทนได้ หรือถ้าให้ง่ายกว่านั้นแล้วเป็นการสั่งตู้ใหม่ก็บอกให้ช่างต่อตู้โดยใช้กระจกด้านหลังและพื้นเป็นกระจกสีชาก็จะช่วยได้

วิธีนี้ที่กล่าวมาข้างต้นนี้เรียกว่า “การใช้ฉากดำ” จะมีผลคือทำให้ตัวปลาดูเด่นที่สุดในตู้ในเวลาที่แสงไฟส่องลงมา นอกจากนี้ยังช่วยลดแสงสะท้านภายในตู้อีกด้วย จึงเป็นการง่ายขึ้นสำหรับผู้เลี้ยงที่มีการถ่ายรูปเก็บภาพปลาแสนรักเป็นประจำ แต่ข้อเสียของการใช้ฉากดำก็มีเช่นกันคือจะทำให้น้ำในตู้มีอุณหภูมิสูงขึ้นเร็วกว่าปกติและแสงไฟจะสว่างทั่วไม่เต็มที่นั่นก็เพราะ “สีดำ” ของวัสดุที่ใช้ติดเป็นตัวดูดซับความร้อนได้เป็นอย่างดีแล้วยังซึมซับแสงเก็บไว้ด้วย ฉะนั้นเพื่อป้องกันปัญหานี้ สำหรับอุณหภูมิที่สูงขึ้นก็ให้สังเกตว่าอยู่ในระดับใด หากเกิน 33 องศาเซลเซียสถือว่าอันตรายก็ควรจะติดพัดลมจิ๋วซักตัวเพื่อให้ลมเย็นภายในตู้ แต่ถ้าหากไม่เกินก็ไม่ต้องวิตกไป ส่วนแสงไฟที่มืดลงก็ต้องติดให้มากขึ้น จากเดิมที่เคยใช้ 2 หลอดก็เพิ่มมาเป็น 3 หรือ 4 หลอด (การเปิดไฟเปิดเฉพาะตอนดูปลาหรือตอนถ่ายรูปปลาเท่านั้น หากเปิดปกติก็เปิดเพียงบางส่วนก็พอครับ)

แม้ว่าการใช้ฉากดำจะมีความนิยมสูงแต่ก็ยังมีข้อเสียให้เห็น ดังนั้นหากมีคำถามว่า “แล้วจะมีการติดฉากแบบอื่นอีกมั๊ยที่ทำให้ตัวปลาดูดีขึ้นแต่ไม่มีข้อเสีย ?” คำถามนี้ตอบค่อนข้างยากครับแต่ลองมาดูอีกวิธีที่ผมจะแนะนำละกันนะครับ วิธีนี้ก็คือการเปลี่ยนแปลงการใช้ฉากดำบางส่วนนั่นก็คือเปลี่ยนจากการติดสีดำที่พื้นตู้เป็นสีสว่าง โดยวัสดุที่ใช้ได้มีหลายอย่างเลยแต่ที่เป็นที่นิยมที่สุดก็คือการใช้ Future Board สีขาวและการใช้สติกเกอร์ชนิดสะท้อนแสงแวววาว (สำหรับการใช้สติกเกอร์ให้เลือกใช้สีที่เหมาะและเข้ากันกับตัวปลาอย่างเช่น สีแดง และสีทอง) ส่วนด้านหลังของตู้ยังใช้เป็นฉากสีดำเช่นเดิมและด้านข้างให้ปล่อยเป็นตู้ใส วิธีนี้จะช่วยให้ประหยัดหลอดไฟโดยการลดจำนวนหลอดที่เปิดแล้วยังไม่มีการอมแสงฉะนั้นอุณภูมิก็จะไม่สูงขึ้น นอกจากนี้ตู้ก็ยังสว่างมากขึ้นอีกด้วยโดยเฉพาะในการสติกเกอร์สะท้อนแสง แสงที่ส่งจากหลอดไฟด้านบนจะตกกระทบมาที่พื้นตู้แล้วส่งสะท้อนกลับขึ้นไปทำให้ปลาดูโดดเด่นขึ้นมาก ในกรณีที่ใช้เป็นสีทองแสงที่สะท้องขึ้นมาจะมีสีอมทองด้วย หากปลาเราเป็นปลามังกรทองเช่นทองอินโด ทองมาเลย์ ก็จะยิ่งดูทองมากขึ้น ทองเป็นประกาย แวววาว งดงามจับตา หรือถ้าเป็นสีแดงแล้วส่งสะท้อนกับปลาแดงก็จะทำให้ปลาดูแดงสวยงามมากขึ้น

เทคนิคการใช้พื้นตู้ขาวและการติดสติกเกอร์สะท้อนแสงยังไม่ค่อยมีคนนิยมใช้เท่าไหร่นักเนื่องจากว่าเกิดจากการคิดค้นขึ้นของร้านขายปลาเล็กๆ ร้านนึงที่พอดีผมผ่านเข้าไปเห็นแล้วขอยืมเทคนิคนี้มาลองใช้ ไม่เหมือนการฉากดำที่มีตัวอย่างที่มาจากต่างประเทศ ยังไงก็ตามเทคนิคอย่างหลังเมื่อใช้แล้วอาจจะไม่ถูกใจก็เป็นได้ เพราะบางคนที่เคยทดลองใช้แล้วก็ว่าปลาสวยขึ้นจริง ตู้สว่างดูเด่นเป็นสง่า แต่ทว่าสีปลาที่เห็นมันสวยเกินจริง ทองเกินไป แดงเกินไป ดูหลอกตา แล้วยิ่งไปกว่านั่นกลายเป็นหลอกตัวเอง... เรื่องนี้ก็อยู่ที่ความชอบของแต่ละบุคคลครับแต่สำหรับผมๆ เลือกที่จะใช้วิธีของฉากดำเพราะว่ามันทำให้ปลาของผมดูสวยงามและโดดเด่นที่สุดในตู้



NOTE : ฉากที่ใช้ด้านหลังตู้ปลานอกจากจะใช้วัสดุสีดำแล้ว ปัจจุบันยังมีฉากอีกชนิดที่เรียกว่า “ฉากไฟเบอร์” ซึ่งถูกออกแบบเป็น 3 มิติอย่างสวยงาม และมีหลายแบบให้เลือกไม่ว่าจะเป็นลักษณะธรรมชาติอย่างเช่นฉากต้นไม้ แม่น้ำ ฉากป่าเขาลำเนาไพร ผาหินภูเขาใหญ่ หรืองานปฏิมากรรมที่สำคัญต่างๆ เช่น ฉาก Coliseum กรุงโรม หลักศิลาจารึก ฉากหินผา ฉากท้องฟ้า หรือแม้กระทั่งฉากอวกาศก็มี (หลุดโลกไปเลย แต่ผมเคยเห็นนะครับ ต้องยอมรับว่า Idea ของเขาบรรเจิดสุดๆ => มังกรอวกาศ !!) blink.gif แต่ฉาก 3 มิติที่ว่ามีจะมีราคาสูงมากเพราะเป็นสินค้าสั่งทำ ถ้าเป็นชิ้นใหญ่ๆ และเป็นของนอกสำหรับตู้ขนาด 72” หรือ 84” ราคาก็เป็นหลักหลายหมื่นบาท แต่ถ้าเป็นของคนไทยก็อาจจะหมื่นต้นๆ ใครชอบใครสนใจก็ลองหามาติดได้นะครับ ข้อดีของฉากไฟเบอร์ก็คือเหมือนจริงจึงดูสวยงามและเลิศหรูอลังการ ส่วนข้อเสียก็คือกินเนื้อที่ภายในตู้มากทำให้ปลามีเนื้อที่ว่ายน้ำลง อีกอย่างก็คือหากติดฉากไม่ดีจะมีน้ำบางส่วนที่เข้าไปขังตัวอยู่หลังฉากทำให้เกิดความหมักหมมสกปรกและเป็นที่มาของโรคร้ายต่างๆ ได้



การเลือกใช้หลอดไฟ การเลือกใช้หลอดไฟก็ขึ้นอยู่กับขนาดของตู้และชนิดของปลา ขอเริ่มที่ตู้ก่อนนะครับ สำหรับตู้ 60” ผมแนะนำให้ติดไฟ 2 ดวงโดยขนาดปกติจะเป็น 40 วัตต์ และควรจัดวางให้หลอดไฟแต่ละหลอดห่างกันพอดีๆ เพื่อให้แสงไฟกระจายได้ทั่วตู้ ส่วนตู้ 72” และ 84” ก็ใช้ซัก 4 ดวง ส่วนที่ใหญ่กว่านี้ก็เพิ่มเป็น 6 ดวง 8 ดวง อันนี้ก็แล้วแต่ความต้องการ หลอดไฟที่ใช้ในตู้ปลามีหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นสำหรับปลาสวยงาม สำหรับตู้ทะเล สำหรับตู้ไม้น้ำ หลอดแดง หลอดขาว หลอดสี และก็มีหลายยี่ห้ออย่างเช่น Alico, Sylvania Gro Lux, Sylvania Aqua Star, Philip Aqurelle, Toshiba, Burgamont, CE, Kowa, Silver Light ซึ่งต่างยี่ห้อก็มีจุดเด่นแตกต่างกัน หากต้องการความสว่างๆ ก็ต้องใช้ของ Alico และ Silver Light แต่หากว่าอยากได้สีนวลตา แสงที่ออกมาอมชมพูเล็กน้อยก็ใช้ Sylvania ส่วนใครที่ชอบสีหลอดที่ออกแดงๆ หน่อยผมขอแนะนำ Toshiba และ Kowa RB37 หากมีคำถามๆ กันโดยรวมว่า “หลอดไฟปลาชนิดไหนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับปลามังกร” ผมจะตอบว่าเท่าที่ลองได้ใช้ทั้งหมดแล้ว ผมชอบ Sylvaina GroLux มากที่สุด สีออกมาดูเป็นธรรมชาติ ไม่หลอกตา ไม่สว่างจ้าและไม่แดงจัดจนเกินไป

ถ้าเป็นปลาสายพันธุ์อื่นๆ ปัญหาเรื่องหลอดไฟคงเป็นเรื่องเล็กใช้สีอะไรก็ได้ให้ดูแล้วสบายใจเราก็พอ ทองอินโด ทองมาเลย์ มังกรเขียว ทองอ่อน มังกรเงิน ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเป็นปลาแดงล่ะครับ ? เรื่องการใช้หลอดไฟมีผลกับสีปลา การจะเลี้ยงปลาแดงให้สวยๆ “แสงแดด” เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สีปลามีความแดงโดดเด่นมากขึ้น แต่ทว่ามีนักเลี้ยงเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่จะตั้งตู้เลี้ยงปลาให้โดนแดดโดยตรง... อากาศร้อน น้ำร้อน ตะไคร่จับเกาะเต็มตู้ ควบคุมยาก แม้ปลาจะมีสันดีขึ้นแต่ว่าต้องเจอกับปัญหาเหล่านี้คงปวดหัวไม่น้อยเช่นกัน ในวันนี้มีวิธีแก้ไขที่ดีขึ้นแล้วนั่นก็คือการใช้ “หลอดแดด” หรือหลอดขาวที่มีความสว่าง 12,000 k ขึ้นไป (มียี่ห้อ Kowa, Toshiba Oceanic 20,000k) โดยหลอดที่ว่านี้จะให้แสงสว่างที่คล้ายแสงแดด เมื่อใช้ได้ระยะหนึ่งจะมีผลทำให้สีปลาแดงดีขึ้น อย่างไรก็ตามแสงจากหลอดไฟเหล่านี้มักจะมีสีสันไม่สวยงามและไม่เข้ากับปลาแดง เช่นว่า ขาวโพลน เหลืองจืด สีอมฟ้า ดังนั้นเพื่อปรับสภาพแสงให้ลงตัวจึงควรใช้ควบคู่กับหลอดไฟปลาปกติ

การใช้ “หลอดแดด” แม้จะทำให้สีปลาแดงดีขึ้นจริงแต่ก็มีข้อเสียหากใช้อย่างไม่ถูกวิธี นั่นก็คืออาจทำให้ปลาหลบแสงจนตามีปัญหา ตาตก ตาเอียง และเมื่อตาเอียงก็ผลทำให้ปลาว่ายน้ำเอียงไม่สวยงาม อีกทั้งตาฝ้า ตาขุ่นมัวก็มีสาเหตุมาจากหลอดนี้เช่นกัน นอกจากนี้ยังอาจทำให้ปลามีนิสัยจอดบ่อย นิ่งอยู่ที่พื้นตู้นาน ไม่ว่าย ข้อเสียข้อสุดท้ายก็คือในกรณีที่ระบบกรองบำบัดน้ำไม่ดีเพียงพอจะทำให้น้ำขุ่นเร็ว ขุ่นนาน และแก้ไขให้หายยาก เพราะแสงแดดทำให้แบคทีเรียในตู้เพิ่มปริมาณมากขึ้นทำให้ระบบกรองทำงานไม่ทัน ต้องคอยเปลี่ยนถ่ายน้ำตลอดจึงจะกลับมาเหมือนเดิม (หรือต้องใช้หลอด UV เข้าช่วย) ปัญหาที่ว่านี้เกิดจากการใช้หลอดนานเกินไปอย่างเช่นเปิดทั้งวัน ทั้งคืน ทั้งสัปดาห์ หรือเปิดทุกวันๆ ละหลายๆ ชั่วโมงเพราะต้องการให้สีปลาแดงเร็ว ความคิดนี้ผิดนะครับ... อะไรที่เป็นการเร่งเร้าไม่ดีทั้งนั้น วิธีที่ถูกต้องผมแนะนำให้เปิดเพียงสัปดาห์ละ 2-3 วันและเปิดเฉพาะช่วงกลางคืนที่เรานอนและไม่ดูปลาก็พอ (วันละประมาณ 10-12 ชม.) และควรเปิดเว้นระยะห่างด้วยไม่ควรเปิดติดกันทุกวัน... วิธีของผมอาจจะช้าหน่อยไม่ค่อยทันใจ แต่เพื่อความปลอดภัยและป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นก็อย่าลืมทำตามคำแนะนำของผมนะครับ



หลอดไฟใต้น้ำ ถือเป็นอุปกรณ์เสริมซึ่งเป็นหลอดไฟที่สามารถติดอยู่ใต้น้ำได้ โดยใช้งานเพื่อล่นระยะห่างระหว่างแสงไฟจากฝาตู้มาถึงตัวปลามาเป็นกระทบที่ตัวปลาโดยตรง ทำให้ในตู้สว่างมากขึ้นโดยเฉพาะบริเวณผิวน้ำและเพราะเจ้ามังกรเป็นปลาว่ายผิวน้ำจึงทำให้เห็นตัวปลาได้ชัดขึ้น แสงสะท้อนกับแผ่นเกล็ดให้ดูเงางาม สว่างสุกใส จึงทำให้ตัวปลาสง่างามมากขึ้น นอกจากนี้หลอดไฟใต้น้ำยังช่วยในการถ่ายภาพให้ชัดเจนมากขึ้นอีกด้วย ผู้เลี้ยงปลาหลายท่านยังไม่กล้าใช้หลอดไฟใต้น้ำเพราะกลัวว่าจะเป็นอันตรายกับปลา แต่จริงๆ แล้วเรื่องนี้ไม่น่าห่วงเพราะว่าอุปกรณ์ชนิดนี้ถูกออกแบบให้มีระบบป้องกันภัยโดยที่ตัวหลอดมีกรอบพลาสติกใสคลุมหลอดไฟอยู่ บัลลาร์ดและสตาร์ทเตอร์แยกต่างหากและมีระบบตัดไฟในตัว เกลียวที่เหนียวแน่น มีแผ่นยางกันน้ำเข้า ฉะนั้นจึงสบายใจในการใช้งานได้ไม่ต้องกลัวกับปัญหาเรื่องไฟจะลัดวงจรไปช๊อตปลา หลอดไฟใต้น้ำมีให้เลือกหลายขนาดนะครับตั้งแต่ 10 วัตต์ ไปจนถึง 40 วัตต์ และในตลาดปลาบ้านเราก็มีอยู่ 3 ยี่ห้อคือ Ottoto, Ocean Free และ Atman ราคาค่อนข้างสูงนิดนึงคืออยู่ประมาณ 1,000 บาท

NOTE : จำนวนของหลอดไฟเป็นเพียงการแนะนำเท่านั้น หากว่ามากเกินไปจะลดจำนวนลงก็ได้หรือถ้าน้อยเกินไปก็ติดเพิ่มได้เช่นกัน อาจจะไว้สำหรับถ่ายรูปหรือสลับปิดเปิดกันระหว่างตอนกลางวันและกลางคืน ยังไงก็เหลือดีกว่าขาดนะครับ ติดเผื่อๆ ไว้ก่อนไม่เปิดก็ไม่ได้เสียค่าไฟ



เทคนิคการให้สีปลาดีขึ้น เทคนิคโดยตรงที่ทำให้สีปลาดีขึ้นมี 3 วิธีคือ

การใช้ Hormone การใช้ฮอร์โมนเพื่อเร่งสีปลาส่วนใหญ่ใช้ในปลาแดงเพื่อทำให้สีสันแดงขึ้นอย่างรวดเร็วโดยตัวฮอร์โมนจะเป็นตัวกระตุ้นให้ปลาอยู่ในสภาพพร้อมผสมพั
นธุ์ (เรียกว่า Heat) ซึ่งในช่วงแรกสีปลาจะแดงเด่นเต็มที่ คึกคักและกระตือรือร้น ระยะหนึ่งผ่านไปปลาจะเริ่มโทรมเพราะยายังออกฤทธิ์อยู่ น้ำยาอาจกัดกระเพาะปลาทำให้ปลากินอาหารไม่ได้ เมื่อกินน้อยลงปลาก็จะผอมลงแล้วก็ค่อยๆ ตายอย่างช้าๆ โดยปกติแล้วผู้ที่เลี้ยงปลาจะไม่ใช่วิธีนี้ในการเร่งสีปลาตนเองเพราะเป็นอันตรายเกินไป การใช้ ฮอร์โมนส่วนใหญ่ผู้ใช้จะเป็นร้านค้าปลา (ที่ไม่มีจรรยาบรรณ) มากกว่าเพื่อต้องการย้อมให้แดงจัดจะได้ขายง่าย ถูกใจลูกค้าที่ถามหาปลาแดงๆ ฮอร์โมนที่ใช้กับปลามังกรมี 2 รูปแบบคือใช้ “ฉีดเข้าตัวปลา" โดยตรงโดยจะมีอายุยาประมาณ 1 เดือนและแบบใช้ “ผสมน้ำ” ซึ่งจะยุ่งยากและได้ผลช้ากว่า



การใช้ Black Water หรือใบหูกวาง วิธีที่สองก็คือการใช้ Black Water หรือใบหูกวาง ผสมกับน้ำในตู้เพื่อใช้ในการ “หมักปลา” ให้มีสีเข้มขึ้นซึ่งส่วนใหญ่มักใช้กับปลาแดงเช่นกัน โดยปกติ Black Water ที่นิยมใช้กันจะเป็นยี่ห้อ Tetra ซึ่งก็มีขายทั่วไปในท้องตลาด ประโยชน์ของ Black Water ก็คือเพื่อปรับค่าน้ำในตู้ที่เลี้ยงให้ไกล้เคียงกับสภาพน้ำที่ปลาเขตร้อนอาศัยอยู่ (ซึ่งรวมถึงปลามังกรด้วย) เมื่อได้อยู่ในสภาพน้ำที่เหมาะสมที่สุด ปลาจะแข็งแรงสมบูรณ์ สีสันออกอย่างเต็มที่… Black Water นอกจากจะช่วยปรับสภาพน้ำให้ค่า Ph ลดลงอยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้วยังช่วยให้ลดอาการปลาตื่นสำหรับปลาที่ลงตู้ใหม่ๆ ด้วย หากเราใช้ปริมาณ Black Water ตามวิธีใช้ข้างขวดแล้ว สีน้ำจะออกมาเข้มมากจนแทบไม่เห็นตัวปลา ผมจึงขอแนะนำว่าให้หยดจนสีน้ำเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ ก็พอครับ

เนื่องจากว่า Black Water มีราคาค่อนข้างสูง สำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายก็สามารถใช้ “ใบหูกวาง” แทนได้ smile.gif โดยเลือกเก็บใบแก่ๆ ถ้าต้องการสีเข้มๆ ก็เก็บมาหลายๆ ใบ นำมาล้างให้สะอาดเสร็จแล้วก็หาถังเปล่าขนาดเหมาะๆ ใส่น้ำซักครึ่งถังเอาใบหูกวางใส่ลงไปใส่หัวทรายให้อ๊อกซิเจนด้วยแล้วทิ้งไว้ราว 1 สัปดาห์ก็เอามาใช้ได้ วิธีใช้ก็ค่อยๆ เทลงไปในตู้จนได้สีน้ำตามต้องการ ประโยชน์ของน้ำหมักใบหูกวางก็คล้ายคลึงกับ Black Water เพียงแต่ว่าเป็นของไทยเราเอง (เรียกง่าย ๆ ว่า “Black Thai” นะครับ) laugh.gif คุณค่าวิตามินหรือตัวยาอะไรอาจจะน้อยกว่าแต่จากที่เพื่อนๆ ผมหลายคนใช้แล้วต่างก็พูดเป็นเป็นเสียงเดียวกันว่าสีของ Black Thai จะดู Sexy กว่า Black Water มาก ยังไงถ้าไม่ติดของนอกหรูหรามากก็หันมาใช้ของไทยก็ได้ตาม Concept ที่ว่า “กินของไทย ใช้ของไทย ร่วมใจประหยัด” อีกอย่างคนไทยเราก็ใช้กันมานานมากแล้ววิธีนี้... ก็เวลาใช้หมักปลากัดให้สีเข้มดูดุดันไงล่ะครับ

Gut Loaded วิธีนี้คือ การให้เหยื่อปลากินอาหารเม็ดเร่งสี หรือวิตามินต่างๆ แล้วเอาตัวเหยื่อนั้นไปให้ปลามังกรกินอีกที ที่นิยมหน่อยก็คือการให้หนอนนกหรือจิ้งหรีดกินอาการเม็ดเร่งสี (ชนิดโปรตีนสูงและมีส่วนผสมของสาหร่ายสไปรูริน่า) หรือให้กินฮอร์โมนเม็ด รวมผักผลไม้ที่มีส่วนผสมของสีแดงสดๆ เช่น มะเขือเทศ และแครอท จากนั้นก็นำเหยื่อปลาที่ว่าไปให้เจ้ามังกรกินมันก็จะได้รับคุณค่าสารอาหารนั้นต่อไปด้วย ผลก็คือจะทำให้สีปลาดีขึ้น นอกจากนี้ยังรวมถึงวิธีที่ใช้พวกเนื้อสัตว์ต่างๆ เช่นเนื้อปลาหรือเนื้อกุ้งชุบกับวิตามินโดยหรือสาหร่ายสไปรูริน่าโดยตรงแล้วหย่อนให้ปลากิน

NOTE : การหมักสีปลาโดยใช้ Black Water หรือใบน้ำใบหูกวาง หรือการใช้วิธี Gut Loaded ถือเป็นเทคนิคที่ค่อนข้างเป็นที่นิยมในหมู่นักเลี้ยงปลาปลามังกรคนไทยเพราะปลอดภัย ไม่มีอันตรายกับตัวปลา และทุกประเทศที่เลี้ยงปลาชนิดนี้ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ก็มีการยอบรับในการใช้วิธีนี้ฉะนั้นสบายใจได้นะครับ

การใช้สูตรตู้ขาว เป็นเทคนิคพิเศษสำหรับการเลี้ยงปลามังกรสายพันธุ์ “ทองมาเลย์” ซึ่งถูกใช้กันในฟาร์มเพาะเลี้ยงที่มาเลเซียโดยวิธีการก็คือ ในการขุนเลี้ยงทองมาเลย์วัยเล็ก (ประมาณ 4-6 นิ้ว) จะเลี้ยงในตู้ใสซึ่งติด Future Board สีขาวไว้รอบด้าน (ฉากหลังและข้างตู้) และใช้หลอดไฟที่ให้แสงสีขาว เทคนิคนี้จะช่วยให้เจ้าปลาน้อยอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบ “ขาวหมด” และได้รับแสงเต็มที่ซึ่งจะมีผลให้เกล็ดเปิดสูงเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มได้ความ “แวววาว” ให้กับเกล็ดด้วย ข้อเสียของวิธีนี้ก็คือผู้เลี้ยงอาจต้องทนดูปลาสีขาวๆ ซีดๆ ไปนานหลายเดือน (ทางฟาร์มแนะนำให้เลี้ยงอย่างต่ำ 6 เดือนหรือจนปลามีขนาด 10 นิ้ว) เมื่อได้เวลา... เกล็ดเปิดสูงขึ้นและมีความแวววาวของเกล็ดเต็มที่ก็ย้ายปลาไปตู้ใหม่ที่เตรียมไว้หรือจัดตู้ใหม่ในสูตร “ฉากดำ” หรือวิธีอื่นๆ ที่ผมแนะนำไป สีปลาจะเข้มขึ้นแต่เกล็ดยังคงแวววาวเหมือนเดิม ด้วยวิธีนี้จะช่วยทำให้ปลาสวยและสง่างามมากขึ้น (จะลองใช้เทคนิคกับ “ทองอินโด” ดูก็ได้นะครับเผื่อว่าเกล็ดจะเปิดได้สูงและเงางามมากขึ้น)



หลอดคาเฟ่ สำหรับคนที่เลี้ยงปลาแดง ผมเชื่อว่ามีผู้เลี้ยงจำนวนไม่น้อยที่เลี้ยงปลาแดงแล้วไม่แดงดั่งใจซะที จุดนี้เป็นจุดที่ทำให้หลายๆ คนต้องท้อใจไป จ่ายไปก็มาก เลี้ยงมาก็นาน แดงได้แค่นี้เองรึ ? ลองมาหมดแล้วทุกวิธีทั้งการจัดวางหลอดไฟ แล้วยังหมักทั้ง Black Thai และ Black Water... Gut Loaded ก็ใช้อยู่ทุกวันแต่ก็ไม่แดงขึ้น แต่อย่าเพิ่งหมดความหวังนะครับ ! เพราะผมมีวิธีใหม่ๆ มาเสนอ รับรองปลาสุดที่รักของท่านทั้งหลายจะได้แดงสวยสมใจแน่ วิธีของผมนี่เรียกได้ว่า “ทำให้แดงที่สุดในขณะที่ปลอดภัยที่สุด” ด้วยนั่นก็คือการใช้หลอดไฟสีหรือที่เรียกง่ายๆ ว่า “หลอดคาเฟ่”

สำหรับหลอดไฟโดยปกติทั่วๆ ไปที่ใช้กับตู้ปลาสวยงามเรานิยมใช้หลอดยี่ห้อ Sylvania หรือ Toshiba หรือยี่ห้ออื่นๆ ที่เปิดออกมาแล้วแสงไฟจะเป็นสีขาวอมชมพูอ่อนๆ แต่ลำพังเพียงเท่านี้ก็อาจจะช่วยให้ปลาคุณสวยขึ้นไม่ได้เต็มที่ ลองเพิ่มหลอดคาเฟ่ซักอันนะครับโดยใช้หลอดที่ให้แสงสีแดง (ผมใช้ของ Toshiba) ติดตั้งขาให้เรียบร้อยแล้วเปิดคู่กับหลอดไฟปลาปกติ สีที่ได้ออกมาจะทำให้ปลาดูแดงสวยงามขึ้นได้ครับ ยิ่งถ้าเป็นปลาที่แดงอยู่แล้วก็ดูแดงมากขึ้นไปอีก ยังไงก็ตามวิธีนี้เราจะใช้หลอดแดงอย่างเดียวเพียวๆ ไม่ได้นะครับเพราะแสงที่ออกมาจะแดงมากจนกระทั่งน้ำในตู้ดูเป็นทะเลเลือดเลย แดงไปหมดทั้งตู้ซึ่งนอกจากจะไม่สวยแล้วยังน่ากลัวอีกด้วย การจัดวางหลอดให้เหมาะสมก็เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้แสงจากหลอดไม่หลอกตา ตำแหน่งที่เหมาะสมควรวางคู่กับหลอดไฟปกติโดยหลอดคาเฟ่ไว้ด้านหลัง หากวางหลอดอย่างลงตัวสีที่ออกมาจะไม่หลอกตาจึงทำให้ปลาดูสวยอย่างธรรมชาติเลยทีเดียว เพียงเท่านี้ปลาคุณก็จะแดงสมใจแล้วล่ะครับ smile.gif

User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic
มี 2 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (ผู้มาเยือน 2 คน และ 0 อุ๊บอิ๊บ)
สมาชิก 0 คน คือ

 



www.aro4u.com Copyright by Nanconnection & Website Design by Sp33dZ เวลาขณะนี้: 13th December 2017 - 03:23 AM