ยินดีต้อนรับ ( ล็อกอิน | สมัครสมาชิก )

ShOwA Arowana Dream Fish ร้านตะพัด ArowanaMania Arowana King
Lucky Arowana Air Stone Shop Emperor Arowana Arowana Farm Jade Arowana
Robin Arowana Farm Home Dragon Top Arowana Agency Long Jiang Arowana Dragon King
Aqua Products ฮัลโหลบัค โยตู้ปลา White Crane Aquarium Ceramic Bar
 
Reply to this topicStart new topic
> เมื่อปลาบาดเจ็บ..., อย่าเพิ่งตกใจ ต้องทำอย่างไร ? ติดตามชมด้านในครับ
Nanconnection
โพสต์ Oct 9 2008, 09:14 PM
โพสต์ #1


Aro4u Webmaster : )
**************

กลุ่ม: Administrators
โพสต์: 29,916
เข้าร่วม: 10-January 07
จาก: 614/13-14 ซ. สาธุประดิษฐ์ 58 บางโพงพาง ยานนาวา กทม. 10120
สมาชิกลำดับที่: 2



การบาดเจ็บคืออาการที่บ่งว่าปลาตัวนั้นมี “บาดแผล” เช่นเกล็ดหลุด เป็นริ้วรอย ครีบเดาะหรือหัก หางขาดหลุดเป็นชิ้น หัวแตกหรือถลอก ปากฉีก ลูกตาเป็นรอยขีดข่วน หนวดขาด และอีกหลายอาการ ที่มาของอาการบาดเจ็บมีหลายอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาที่เพิ่งย้ายมาใหม่ๆ มักจะมีอาการตื่นซึ่งแสดงออกโดยการว่ายพุ่งไปพุ่งมา จากอาการนี้ก็มีหลายครั้งที่ปลาว่ายพุ่งสุดตัวจนปากไปชนกับตู้ตูมๆ จนปากแตกหรือบวม อักเสบเป็นแผล

การเปิดปิดไฟตู้ปลาก็เช่นกัน ปลาใหม่ๆ อาจตกใจเวลาที่เราเปิดหรือปิดไฟทุกๆ ครั้ง หรือบางตัวก็กลัวความมืดมากซะจนปิดไฟไม่ได้เลย และเมื่อเวลาตกใจปลาจะกระโดดพุ่งสวนขึ้นไปมาด้านบน ซึ่งอาจพลาดพลั้งไปชนโดนคานตู้ส่งผลให้เกล็ดอันสวยงามต้องหลุดผลอยล่วงหล่นลงมา หรือไม่ก็ครีบหัก หลักหัก การให้อาหารก็มีส่วนสำคัญไม่น้อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกแมลงที่ยังเป็นๆ เช่นแมลงสาบหรือจิ้งหรีด เพราะแมลงเหล่านี้หากรอดชีวิตจากการถูกกินได้มันจะสามารถไต่เกาะซิลิโคนหนีขึ้นมาที่คานด้านบนหรือตามหลืบซอกมุมต่างๆ (หรือแม้แต่เหยื่อปลาชนิดอื่นที่โยนหล่นไม่พ้นคาน) เมื่อไหร่ก็ตามที่ปลาหิวอีกครั้งแล้วมองเห็นเหยื่ออันโอชะมันก็จะกระโดดโฉบทันทีโดยไม่รู้ว่ามีกระจกคานใสกั้นอยู่ ตรงนี้คานกระจกหรือขอบฝาตู้อาจจะกระแทกและบาดปากทำให้เกิดเป็นรอยแผลลึกหรือไม่ก็หัวถลอกปอกเปิก หน้าแหก แก้มฉีกได้

NOTE : การแก้ปัญหากับปลาขี้กลัวในกรณีที่ “ตื่นไฟ” ไม่ว่าจะเป็นการเปิดหรือปิดไฟ ผมมีข้อแนะนำให้ซึ่งเทคนิคนี้เรียกว่า “การล่อไฟ” ซึ่งทำได้โดยการก่อนเปิดไฟในตู้ปลาทุกครั้งให้เปิดไฟด้านนอกก่อน (ไฟเพดาน) ซัก 10 นาทีเพื่อป้องกันปลาตกใจจากความสว่างโดยฉับพลัน และเมื่อถึงเวลาปิดก็ปิดไฟจากตู้ปลาก่อนหลังจากนั้น 10 นาทีจึงค่อยปิดไฟบนเพดานซึ่งจะช่วยลดการตกใจจากความมืดโดยฉับพลันเช่นกัน



การจัดแต่งตู้ปลาประเภทสวยงามมีหินประดับประดาหรือมีขอนไม้น้ำตั้งดูเป็นธรรมชาติเช่นกัน พวกนี้หากเราให้อาหารประเภทลอยน้ำอย่างพวกแมลงก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นปลาเล็ก กุ้งฝอยหรืออาหารมีชีวิตชนิดอื่นๆ สัตว์เหล่านี้จะว่ายไปหลบตามหลีบ ซอก มุม ถ้าปลาเราอิ่มก็ไม่มีปัญหา แต่เมื่อไหร่ที่มันเกิดหิวขึ้นมาแล้วมองหาเหยื่อเหล่านั้นเจอล่ะก็… เป็นเรื่อง อย่างเช่นปลาเล็กที่หลบตามซอกซอยกุ้งฝอยที่เกาะตามขอนไม้หรือพื้นตู้แล้วเมื่อปลากระโจนเข้างับก็มีโอกาสครับที่งับพลาดเป้าแล้วไปโดนขอนไม้หรื
อหินแทน ถ้าแรงหน่อยปลาก็เจ็บและจะหมดอารมณ์กินไปเลย ถ้าทุ่มสุดตัวพุ่งงับแรงมากๆ แล้วพลาดเป้ากรามปลาอาจหักได้... หมดสวยเลยคราวนี้ นอกจากนี้ก็ยังมีสาเหตุอื่นๆ อีกที่ทำให้ปลาบาดเจ็บอย่างเช่นการพลาดเปิดฝาทิ้งไว้ตอนเปลี่ยนน้ำทำความสะอาดตู้แล้วปลาเกิดกระโดดสวนออกนอกตู้ลงมากระแทกพื้น หรือแม่แต่การทะเลาะเบาะแว้งกันระหว่างเพื่อนร่วมตู้ (คู่ฮิตส่วนใหญ่จะเป็นปลามังกรกับเสือตอ)

NOTE : ยังไงก็ตามแม้การบาดเจ็บของปลาจะมีที่มาจากหลายสาเหตุไม่ว่าจะจากอาการตื่นตกใจของตัวเอง หรือการจัดสภาพแวดล้อมข้อตู้ ปัญหาที่เกิดกับเพื่อนร่วมตู้ รวมถึงสาเหตุอื่นๆ แต่มีอย่างหนึ่งที่เรียกว่าเป็นอาการบาดเจ็บที่ร้ายแรงที่สุดที่เกิดจากการทำร้ายตัวเองนั่นก็คือ Hyper Jumping อาการที่ว่านี้มักเกิดตอนที่ปลามีอาการตกใจสุดขีดเช่น การเปิดปิดหลอดไฟโดยฉับพลัน หรือการแกล้งตบตู้ปลาแรงๆ โดยปลาจะแสดงออกด้วยการกระโดดอย่างรุนแรงแบบไม่ลืมหูลืมตาไม่เป็นทิศเป็นทาง มั่วๆ ซั่วๆ ติดต่อกันเป็นจำนวนหลายครั้ง (10-15 ที) และเมื่อหลังการกระโดดเสร็จปลาจะมีสภาพบอบช้ำ หมดแรง ไม่มีแรงว่าย ซึม นิ่ง ที่สำคัญคือมีอาการบาดเจ็บแบบหนักเข้ามาด้วยไม่ว่าจะเป็นเกล็ดหลุดหลายเกล็ด ปากแตก ครีบหัก เดาะ หน้าถลอก และอีกหลายอย่าง ที่รุนแรงที่สุดคือ “หลังหัก” ที่อาจทำให้ปลาถึงตายได้... Hyper Jumping ส่วนใหญ่เกิดในปลาเล็กจนถึงขนาดกลาง (4”-10”) แต่ในปลาใหญ่พบได้น้อยมาก แต่หากปลาใหญ่เกิด Hyper Jumping ขึ้นมา ความเสียหายจะรุนแรงมากขึ้นจนเมื่อเจ้าของปลาได้เห็นอีกครั้ง อาจรับกับความสูญเสียไม่ได้เลย



ปลาที่มีอาการบาดเจ็บอาจจะไม่ค่อยว่ายหรือไม่ยอมกินอะไรไปซักช่วงเวลานึง ตรงนี้ก็ไม่ต้องวิตกกังวลอะไรไป ยังไงก็ตามหากมี “บาดแผล” เกิดขึ้นแล้วล่ะก็ต้องดูก่อนว่ารุนแรงแค่ไหน ? หากไม่แรงมากแค่เพียงเกล็ดเล็กหลุดนิดหน่อย แผลถลอกตื้นๆ หรือมีรอยขีดข่วน ก็ไม่เป็นไรใช้เวลาเพียงไม่นานแผลจะสมานรักษาตัว่ให้หายเอง แต่ถ้าหากเป็นหนักหน่อยสิ่งที่ต้องทำคือใส่ “ยาเหลือง” เพื่อบรรเทาอาการและเยียวยารักษาบาดแผล การใส่ยาเหลืองควรใส่ในปริมาณที่พอเหมาะผสมให้สีน้ำพอเหลืองก็พอ ไม่ควรใช้เยอะเพราะยาอะไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าใส่ในปริมาณมากแล้วจะหายเร็วนะครับ เสร็จแล้วก็ใส่ “เกลือ” ร่วมด้วยเพื่อฆ่าเชื่อโรค หลังจากนั้นก็งดอาหารซัก 3 วันแรกเพื่อให้ยาได้สามารถออกฤทธิ์เต็มที่…

ในช่วงการรักษาบาดแผล ผมแนะนำให้เปลี่ยนถ่ายน้ำถี่ขึ้นหน่อย และทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนน้ำก็ให้เติมยาเหลืองพร้อมเกลือลงไปรักษาด้วย วิธีนี้จะช่วยให้ปลาฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บได้เร็วขึ้น สำหรับการเปลี่ยนน้ำครั้งแรกหลังการใส่ยา ช่วงนี้สามารถเริ่มกลับมาให้อาหารได้แล้วครับ... เว้นไปนานปลาคงหิวน่าดู หากปลามีอาการดีขึ้นก็จะเริ่มกิน... ผมอยากให้ผู้อ่านทราบนิดนึงตรงที่ปลาแต่ละตัวมีระยะการฟื้นตัวไม่เท่ากัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตัวปลาและความสาหัสด้วย บางตัวหายช้า บางตัวหายเร็ว บางตัวเป็นเรื้อรัง ยังไงในช่วงเวลานี้ก็คอยให้กำลังใจและเอาใจใส่มันเต็มที่หน่อยนะครับ ถ้าเป็นการบาดเจ็บเล็กน้อยก็สามารถรักษาให้หายขาด ปลากลับมาสวยเหมือนเดิมได้ แต่หากว่าปลาได้รับบาดเจ็บรุนแรงมากก็อาจไม่สามารถรักษาให้ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ปลาหลังหัก กรามหัก ท้องบุบ ส่วนใหญ่ก็จะมีตำหนิค้างเติ่งแบบนั้นตลอดไป



สำหรับอาการบาดเจ็บในกรณี “เกล็ดหลุด” หากเป็นเกล็ดที่บริเวณแผ่นหลังก็ไม่ต้องห่วงเพราะจะขึ้นและคืนสภาพเร็วที่สุด โดยเฉพาะปลาที่มี Base สีเดียวทั้งตัว อย่างเช่น ทองอ่อน มังกรเงิน และมังกรเขียว รวมถึงเกล็ดดำที่แผ่นหลังของสายพันธุ์ทองอินโดด้วย แต่ถ้าหากเป็นปลาแดงหรือทองมาเลย์ที่เกล็ดแผ่นหลังมีสีก็นานหน่อยโดยเกล็ดจะขึ้นเร็วแต่คืนสภาพสีช้า ถ้าเกล็ดหลุดตามลำตัวก็ต้องทำใจรอนิดนึงเพราะขึ้นช้ากว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากหลุดที่ฐานเกล็ด (Literal Line) นี่ถือเป็นเรื่องใหญ่เลย เกล็ดฟื้นตัวช้ามากแล้วกว่าที่สีเกล็ดจะคืนสภาพกลืนกันกับเกล็ดอื่นๆ นี่รอจนเกือบลืมไปเลย ในกรณีที่ “ครีบหรือหางแตกเป็นซี่ๆ ” แยกออกจากกันแต่ไม่หลุดก็ไม่มีปัญหา เพียงระยะเวลาไม่นาน 2- 3 วันก็จะกลับมาต่อกันสวยเสมือนเดิม แต่ถ้าหากว่าเกิด “หลุดขาด” ไปเลยงานนี้สาหัสครับต้องทำการรักษากันนาน



ในปลาเล็กขนาด ระยะเวลาในการการฟื้นตัวจะเร็วมาก เช่นในกรณีเกล็ดหลุดเกล็ดใหม่จะขึ้นมาและสีจะคืนภายใน 1 เดือน เครื่องครีบก็เช่นกันหากขาดหรือหักก็มีโอกาสสูงที่จะกลับมาต่อสวยได้เหมือนเดิม แต่ถ้าหากเป็นปลาใหญ่ขนาดเกิน 1 ฟุตขึ้นไปอาจต้องเวลา 6 เดือนถึง 1 ปี กว่าเกล็ดจะขึ้นและคืนสี ที่น่าหนักใจคือสีของเกล็ดใหม่อาจไม่เหมือนเดิมเป็นคนละโทนสีกับเกล็ดอื่น ยิ่งถ้าเป็นเรื่องครีบหักหรือหางขาดนี่โอกาสต่อกันสวยมีน้อยมาก มีโอกาสที่ไม่ต่อ ครีบไม่ขึ้น หรือไม่ก็บิ่นไม่สวยเป็นตำหนิแบบนั้นตลอดไป ทางเลือกที่ทำได้คืออดทนเลี้ยงต่อไปหรือไม่ก็ติดสินใจทำการศัลยกรรม...

=> กรณีศึกษาเรื่อง "เมื่อปลาบาดเจ็บ"

http://www.aro4u.com/forums/index.php?showtopic=481

=> กรณีศึกษาเรื่อง "การขึ้นของเกล็ดในปลาใหญ่"

http://www.aro4u.com/forums/index.php?showtopic=4180

User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic
มี 2 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (ผู้มาเยือน 2 คน และ 0 อุ๊บอิ๊บ)
สมาชิก 0 คน คือ

 



www.aro4u.com Copyright by Nanconnection & Website Design by Sp33dZ เวลาขณะนี้: 25th November 2017 - 05:30 AM