ยินดีต้อนรับ ( ล็อกอิน | สมัครสมาชิก )

ShOwA Arowana Dream Fish ร้านตะพัด ArowanaMania Arowana King
Lucky Arowana Air Stone Shop Emperor Arowana Arowana Farm Jade Arowana
Robin Arowana Farm Home Dragon Top Arowana Agency Long Jiang Arowana Dragon King
Aqua Products ฮัลโหลบัค โยตู้ปลา White Crane Aquarium Ceramic Bar
 
Reply to this topicStart new topic
> Tank Mate เพื่อนร่วมตู้ปลามังกร ชุดที่ 2, ออสซิลราลิส, Florida, ปลาหมู, ปลาแบน, ปลาแรด, Sucker, เต่าน้ำ, หมอสี
Nanconnection
โพสต์ Oct 12 2008, 06:10 PM
โพสต์ #1


Aro4u Webmaster : )
**************

กลุ่ม: Administrators
โพสต์: 29,916
เข้าร่วม: 10-January 07
จาก: 614/13-14 ซ. สาธุประดิษฐ์ 58 บางโพงพาง ยานนาวา กทม. 10120
สมาชิกลำดับที่: 2



… ออสซิลราริส & ทีเมนซิส ...

ปลาทั้งสองชนิดนี้ถือเป็นปลาหมอตระกูลใหญ่ที่สามารถเลี้ยงกับปลามังกรได้ ด้วยส่วนหัวที่มีขนาดใหญ่ ปากกว้างเบ้อเริ่มเทิ่ม สีสันสวยงามและเป็นปลาใหญ่ จึงทำให้ผู้คนสนใจเลี้ยงปลาชนิดนี้ร่วมกัน แม้หน้าตาของปลาทั้งสองจะละม้ายคล้ายคลึงกันแต่ก็มีความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างออสซิลราริสกับทีเมนซิสนั่นก็คือ ออสซิลราริสจะมีลายเส้นสีดำเป็นขีดขวางลำตัว เนื้อตัวเป็นสีเหลืองอมเขียว ลำตัวออกหนาและกว้าง ในขณะที่ทีเม็นซิสลายจะเป็นจุดๆ พาดตามแนวนอนของลำตัว และหุ่นทรงจะออกเรียวยาว นิสัยปกติของปลาชนิดนี้ถือเป็นปลานิ่งๆ ไม่ค่อยว่ายน้ำโดยเฉพาะในปลาใหญ่และไม่ค่อยดุนัก (แต่สำหรับออสซิลราริสมีดุเป็นบางตัว... แต่ถ้าเลี้ยงเป็นฝูงจะช่วยลดความก้าวร้าวลงได้) นอกจากนี้ยังเป็นปลาประเภทกินเนื้อ กินเหยื่อเช่นลูกปลา กุ้งฝอย เป็นอาหาร ปลาทั้งสองชนิดนี้สามารถกินเหยื่อที่มีขนาดใหญ่ได้ ดังนั้นในการเลี้ยงปลาร่วมกันหลายๆ อย่างก็อย่าใส่ปลาที่มีขนาดเล็กเกินไปลงไปนะครับ

ขนาดโตเต็มที่ของปลาออสซิลราริสจะสามารถโตได้เป็นเมตรในขณะที่ทีเมนซิสจะมีขนาดเล็กกว่า ใหม่ๆ ราคาของปลาชนิดนี้จะค่อนข้างสูงแต่เดี๋ยวนี้ไม่แล้วล่ะครับ สำหรับออสซิลราริสตัวเล็กๆ 2-3 นิ้วราคาเพียงแค่ 100-150 บาท แต่ทีเมนซิสตัวเล็กๆ ไม่ค่อยมีจะมีก็เป็นขนาด 6” ขึ้นไปโดยราคาจะอยู่ที่ประมาณ 600-800 บาท (ทีเม็นซิสจะซื้อยากกว่ามากครับ) เมืองนอกอย่างเช่น สิงคโปร์และญี่ปุ่น ในตู้ใหญ่ๆ ที่เลี้ยงปลามังกรกับปลาอื่นร่วมกันมักจะต้องมีเจ้า 2 ตัวนี้อยู่ด้วยเสมอ แต่ในเมืองไทยความนิยมในการเลี้ยงปลาชนิดนี้กลับมีไม่มากเท่าก็ไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลอันใด ? แต่ก็เชื่อว่าจากการกินที่สิ้นเปลือง บางตัวโตมาไม่สวย หรือเป็นปลาดุที่บางตัวเข้าทำร้ายปลามังกรก็เป็นได้...

CASE STUDY : ครั้งหนึ่งผมเคยได้ปลาออสซิลราริสตัวสวยมาเลี้ยงคู่กับปลามังกรสองต่อสอง แล้วปรากฏว่าเลี้ยงด้วยกันได้เพียงระยะสั้นๆ มันก็ไม่สามารถขึ้นมาว่ายด้านบนได้เพราะปลามังกรหวงที่มากว่ายขึ้นมาก็เป็นต้องโดนกัด ด้วยความสงสารผมจึงจำเป็นต้องยกให้คนอื่นไป เพื่อนที่รับไปเลี้ยงก็เอาไปเลี้ยงกับปลามังกรเช่นกันและมีขนาดใหญ่กว่าผมอีก แต่กลับกลายเป็นปลามังกรสู้เจ้าออสซิลราริสผู้มาใหม่ไม่ได้ โดนกัดเสียหางแตก เกล็ดเป็นรอยถลอก เขาเลยจะคืนให้ ในเวลานั้นผมก็ไม่สามารถรับมันกลับมาอยู่ด้วยได้เพราะผลที่ได้รับคงเหมือนเดิมจึงหาผู้อื่นเพื่อยกให้ต่อไป... สุดท้ายปลาตัวนี้ก็ได้ไปอยู่บ้านเพื่อนอีกคนในตู้ใหญ่ที่มีเหล่าสมาชิกปลาสวยงามเต็มไปหมดไม่ว่าจะเป็นปลามังกร ปลาเสือตอ ปลา Catfish ปลาแรด ปลานกแก้วตัวโตแล้วก็สามารถอยู่ร่วมกันได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้เหตุผลก็คงเป็นเพราะการเลี้ยงรวมมากๆ จะทำให้ปลาไม่เครียด รังแกใครก็ไม่ได้แต่ก็ไม่ถูกทำร้ายเสียฝ่ายเดียว... ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยในการเลี้ยงร่วมกับปลามังกรควรเป็นแบบหลากหลายมีสมาชิกในตู้มากๆ ดีกว่าครับ เพราะแบบสองต่อสองอาจจะมีโอกาสทำร้ายกันได้



… ปลาจรเข้ ...

ปลาจรเข้ หรือ “Gar” เป็นปลาอีกชนิดที่สามารถเลี้ยงร่วมกับปลามังกรได้ เริ่มต้นกันด้วยไปรู้จักนิสัยของมันก่อนนะครับ ปลาจรเข้เป็นปลากินเนื้อที่มีนิสัยการกินค่อนข้างดุมาก ท่วงท่าในการจับเหยื่อ บีบรัด ประหาร และจับกิน ดูแล้วน่ากลัวมาก แต่แม้จะกินอย่างดุเดือดแค่ใหนแต่จริงๆ แล้วค่อนข้างสงบแต่ไม่ค่อยยุ่งกับใคร... นิ่งๆ ลอยตัวเฉยไม่ค่อยว่ายน้ำ อาหารก็สามารถกินได้หลายชนิดแต่ส่วนใหญ่จะเน้นของเป็นมากกว่าเช่นลูกปลาเหยื่อ (ที่หาได้ง่ายที่สุดก็คือลูกปลานิล) กุ้งฝอย หรือแม้แต่จิ้งหรีดและอาหารเม็ดของปลามังกรก็มีบางตัวสามารถกินได้

ปลาจรเข้ที่นิยมเลี้ยงกับปลามังกรในบ้านเรามี 3 ชนิดก็คือ ปลาจรเข้อัลลิเกเตอร์ (Alligator Gar - ปลาเลี้ยงมีขนาดใหญ่สุดคือ 1.20 เมตร) ปลาจรเข้ฟลอริดา (Florida Gar - ปลาเลี้ยงมีขนาดใหญ่สุดคือ 24”) และปลาจรเข้จมูกยาว (Long Nose Gar – ปลาเลี้ยงมีขนาดยาวสุดประมาณ 20”) ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปลานิสัยดีแต่กินดุแทบทั้งสิ้น ปลาจรเข้แม้จะเป็นปลาที่เชื่องสามารถจับเล่นได้ อายุยืนยาว แต่ก็มีข้อเสียคือเป็นปลาที่กินจุมากๆ พูดง่ายๆ คือกินเปลือง (เหมือนพวก Catfish ตระกูลใหญ่ๆ และออสซิลราริส) ของเสียของมันก็มีมากและเป็นแบบฟุ้งกระจายจึงทำให้ภายในตู้เลี้ยงสกปรกเร็ว ที่สำคัญคือเป็นปลาใหญ่ที่มีพละกำลังมากดังนั้นหากคิดจะเลี้ยงอย่าลืมเชียวนะครับ ตู้ต้องใหญ่ กระจกต้องหนา และระบบกรองต้องมีประสิทธิภาพสูง

NOTE : การเริ่มต้นเลี้ยงปลาจรเข้คู่กับปลามังกรสามารถเริ่มที่ขนาดใดก็ได้ แต่ว่าสัดส่วนของปลามังกรต้องไม่เล็กกว่ามากเพราะเจ้าปลาจรเข้อาจเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเหยื่อแล้วเผลองับสร้างรอยบาดแผลหรืออาการบาดเจ็บรุนแรงไ
ด้ ปลาจรเข้ที่เลี้ยงกับปลามังกรในตู้ส่วนใหญ่จะเป็นฟลอริด้าหรือไม่ก็จมูกยาว ส่วนอัลลิเกเตอร์มักจะเลี้ยงในบ่อมากกว่าเพราะมีขนาดใหญ่และเจริญเติบโตเร็วมาก สำหรับราคากลางของปลาจรเข้จะอยู่ที่ ฟลอริดา 250 บาทในขนาด 3”-4” จมูกยาว 500 บาทสำหรับขนาด 7” และ อัลลิเกเตอร์ 750 บาทสำปรับขนาด 6”ปลาชนิดนี้หาซื้อได้เป็นฤดูนะครับยกเว้นชนิดแรกสุดที่หาซื้อได้ตลอดปี



... Crown Tetra & ปลาหมู …

Crown Tetra หรือ “ปลาจักรพรรดิ์” เป็นปลาที่นิยมเอามาเลี้ยงกับปลามังกรนานแล้วล่ะครับ หน้าตามันก็คล้ายปลาหมูแต่ว่ามีเกล็ด แถมตัวก็ใหญ่อีกด้วยเพราะโตเต็มที่ (ในตู้เลี้ยง) มันยาวได้ถึง 16” ความกว้างของลำตัวถึง 8” เลยทีเดียว สำหรับเพื่อนร่วมตู้ตัวนี้จัดเป็น Tank Mate ประเภทเกื้อกูลอีกชนิดเพราะว่าสามารถทำหน้าที่ในการเก็บเศษของเหลือจากปลาปลามังกรได้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็น หนอนที่เหลือ ไข่จิ้งหรีด กุ้งฝอย เนื้อกุ้ง อาหารเม็ด เจ้า Crown Tetra จะสามารถเก็บกินได้ทั้งหมดแถมยังหมดจดไม่เหลือซากให้เห็นอีกด้วย แม้พื้นฐานของปลาชนิดนี้จะเป็นปลาดุแต่ก็สามารถเลี้ยงร่วมกับปลามังกรได้ไม่ค่อยมีปัญหากัน

ราคาของ Crown Tetra จัดได้ว่าค่อนข้างสูง ขนาดเล็กที่มีขายตามร้านปลาสวยงามในสวนจตุจักรจะอยู่ที่ 500-700 บาทสำหรับขนาด 3” ถ้าใหญ่ขึ้นราคาก็จะสูงขึ้นถึงหลักพัน สีตัวของ Crown Tetra โดยปกติจะมีสีส้มและมีเส้นคาดลำตัวเป็นสีกรมท่าจำนวน 6 เส้น แต่ถ้าตัวไหนพิเศษมีเส้นคาดถึง 7 เส้น ราคาก็จะสูงขึ้นไปอีกมาก... หลังจากที่เช็คราคามาล่าสุด เส้นคาด 6 เส้นธรรมดา 3” ราคา 500-700 บาทแต่ถ้าเป็น 7 เส้นจะกลายเป็น 1,200-1,500 บาท ผมเองเลี้ยงปลาชนิดนี้ก็เพื่อความสวยงามและเป็นเพื่อนร่วมตู้ที่ทำหน้าที่ที่ดีเพราะฉะนั้นขอแค่ 6 ขีดปกติธรรมดาก็พอ แต่ถ้าเพื่อนๆ คนไหนชอบของแปลก ของพิเศษไม่เหมือนใคร จะเป็นเจ้าของ Crown Tetra 7 ขีดก็ไม่ว่ากันครับ

CASE STUDY : ตู้ที่ผมเลี้ยงอยู่มีปลามังกรทองอินโดขนาด 17.5 นิ้วตัวนึง Crown Tetra ขนาด 6 นิ้ว 1 ตัว ปลาเทวดา Platinum ขนาด 3 นิ้ว 8 ตัว และปลาตะเพียนเผือกตาแดงอีก 2 ตัว ก็อยู่ร่วมกันได้เป็นอย่างดีไม่มีปัญหาการแก่งแย่งชิงดีหรือทะเลาะเบาะแว้งกัน

NOTE : Crown Tetra เป็นปลาที่มีโทนสีเข้มอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ควรเลี้ยงในตู้ที่มีสภาพแวดล้อมเป็นสีดำอย่างเช่นตู้ปลาแดงที่ส่วนใหญ่มักจะติดสติกเกอร์ดำทุกด้าน เพราะจะทำให้สีกลืนกันมองไม่เห็นตัวปลา (ปลาเสือตอก็เช่นกัน) ผมแนะนำให้เลี้ยงในตู้ใสๆ หรือถ้าติดดำให้ติดที่ฉากหลังและพื้นตัวอย่างเดียวก็พอครับ



นอกจาก Crown Tetra แล้วก็ยังมีปลาจำพวก ปลาหมูที่สามารถเลี้ยงร่วมกับปลามังกรได้อย่างเช่น ปลาหมูอารีย์ ปลาหมูค้อ หมูกระโดงสูง แต่ที่นิยมที่สุดก็คือปลาหมูอินโด (Crown Loach) ปลาชนิดนี้ถือเป็นปลาขนาดเล็กที่เจริญเติบโตได้เต็มที่ไม่ใหญ่นัก ปลาหมูถือเป็น Tank Mate เกื้อกูลด้วยเช่นกันเพราะช่วยในการเก็บเศษซากต่างๆ เหมือนกับ Crown Tetra และปลาตะเพียน ราคาก็ไม่แพงนักสามารถซื้อหามาเลี้ยงได้โดยไม่ลำบากงบประมาณในกระเป๋าสตางค์ การเลี้ยงปลาหมูคู่กับปลามังกรผมมีข้อแนะนำให้นิดนึงนะครับก็คือ

1. ควรจะเลี้ยงเป็นฝูง หรืออย่างน้อยที่สุดก็ 1 คู่เพราะจะทำให้มันมีเพื่อน รู้สึกอบอุ่น ไม่ตื่นกลัว

2. ปลาหมูเป็นปลาหนังที่ไม่มีเกล็ด ดังนั้นจึงง่ายต่อการถูกปลามังกรกินหรือเกิดอาการบาดเจ็บรุนแรงได้ในกรณีที่ถูกทำร้าย เพื่อความปลอดภัยไม่ควรเลี้ยงขนาดที่ต่างกันมากนะครับ (ต่างกันไม่เกิน 10 นิ้วจะอยู่ในระยะปลอดภัย)

3. โรคที่มักจะมากับปลาหมูก็คือ “โรคจุดขาว” ดังนั้นในการเลือกซื้อควรสังเกตให้ดี เพราะโรคนี้สามารถนำมาติดปลามังกรได้

4. ถ้าตู้ที่เลี้ยงปลาถูกจัดให้เป็นเภทสวยงามอย่างเช่น ตู้หินมีหินใหญ่ หินเล็ก หินผาประดับประดา หรือตู้ไม้น้ำ ปลาหมูจะชอบหลบซ่อนตัวไม่ค่อยออกมาให้เห็น ดังนั้นในการเลี้ยงกับปลามังกรไม่ควรมีสิ่งกีดขวางประเภทที่ว่านะครับเพราะเดี๋ยวจะกลายเป็นซื้อมาแต่ไม่เห็นปลาเปล่าๆ (แต่ในช่วงแรกๆ ถ้าปลาหมูตื่นกลัวมากให้ใส่ขอนไม้เล็กๆ ให้มันหลบภัยซักช่วงระยะหนึ่งก็ได้ครับแล้วจึงค่อยแอบเอาออกในภายหลัง)



... กราย ตองลาย & กลุ่มปลาแบน ...

นอกจาก “ปลาตะเพียน” และ “เทพาสั้น” แล้วก็คงมีเจ้าปลากรายกับตองลายนี่แหละครับที่เป็นปลาไทยที่สามารถเลี้ยงร่วมกับปลามังกรได้ ปลาทั้ง 2 ชนิดนี้เป็นปลาสวยงามที่มีลวดลายสวยงาม เกล็ดเล็กละเอียดและระยิบระยับงามตา สำหรับปลากรายและตองลายหากจะเลี้ยงร่วมกับปลามังกรจำเป็นต้องหาขนาดที่พอฟัดพอเหวี่ยงกันหน่อยนะครับไม่งั้นอาจถูกทำร้ายได้และอีกอย่างควรเลี้
ยงไว้หลายๆ ตัวหน่อย แนะนำให้เลี้ยง 4 ตัวขึ้นไปจะได้เป็นกลุ่มก้อนกันมีจ่าฝูงคอยดูแล

ปลากรายสามารถหาซื้อได้ตามร้านทั่วๆ ไป ซื้อง่ายและราคาก็ไม่แพงประมาณก็ราวๆ ตัวละ 20-30 บาท ปลากรายมี 2 ชนิดคือ “กรายดำ” กับ “กรายทอง” เวลาเลือกซื้อก็ดูตัวที่สมบูรณ์และมีจุดเยอะๆ และเรียงกันสวยๆ ส่วน “ตองลาย” ราคาจะแพงขึ้นมาอีกและหาซื้อยากกว่า ตัวนึงประมาณ 250-300 บาท ทั้งสองต่างกันตรงที่ลาย “ปลากราย” ลายจะเป็นจุดแต่ “ตองลาย” ลายจะเป็นเส้นๆ และพื้นสีเกล็ดตามตัวจะเป็นสีเงินซึ่งสว่างและเงางามกว่า อาหารการกินก็ได้ทุกอย่างครับทั้งอาหารเม็ดและอาหารสด แต่ที่โปรดปรานที่สุดก็คือกุ้งฝอยและลูกปลาเหยื่อ (กินได้ทั้งเป็นและตายเช่นกัน) อย่าลืมว่าปลากรายและตองลายเป็นปลาใหญ่เพราะฉะนั้นตู้ที่เลี้ยงก็ควรจะกว้างขวางและแข็งแรงเพียงพอ ปลาจะได้ว่ายสบายและสวยสง่าอย่างเต็มที่

NOTE : มีปลาชนิดหนึ่งที่หน้าตาเหมือนปลากรายก็คือ “ปลาสะตือ” จะแตกต่างกันที่ตรงลวดลายและสีสันของตัวปลา โดยปลาสะตือจะมีความสวยงามน้อยกว่าและดำทมึน โดยปกติแล้วปลาสะตือจะเป็นปลาจับดังนั้นขนาดตัวจึงมีขนาดใหญ่ไม่มีขนาดเล็กๆ ขายให้เหมือนกับปลากราย นักเลี้ยงที่ชอบปลาใหญ่ก็มักจะซื้อปลาสะตือไปเลี้ยง (แต่ผมไม่แน่ใจว่าสามารถเลี้ยงกับปลามังกรได้หรือไม่ ? ไม่เคยลองครับ เคยแต่ปลากรายและตองลายเท่านั้น)



น่าแปลกอย่างนึงที่ว่าปลา “ตระกูลปลาแบน” ทั้งเล็กทั้งใหญ่มักสามารถเลี้ยงร่วมกับปลามังกรได้ ไม่ว่าจะเป็นปลากราย ปลาตองลาย ปลาปอมปาดัวร์ ฟิงเกอร์ หรือแม้กระทั่งปลาเทวดา และปลาเสือพ่นน้ำ ทั้งหมดที่ว่านี้เมื่อเลี้ยงร่วมกันแล้วแทบไม่เกิดปัญหากระทบกระทั่งกันเลย หากเพื่อนๆ ผู้อ่านคนไหนสนใจก็สามารถลองเลี้ยงร่วมกันดูได้นะครับ แต่ก่อนการเลี้ยงดูจริงผมมีข้อแนะนำให้นิดนึง เรื่องของปลากรายและตองลายได้เขียนไว้ข้างต้นแล้ว แต่สำหรับปอมปาดัวร์ที่แม้จะเลี้ยงได้จริงแต่นิสัยมันค่อนข้างจะขัดๆ กันเล็กน้อยเพราะว่าปอมเป็นปลาที่ชอบน้ำสะอาดต้องการๆ เปลี่ยนน้ำบ่อย ต่างจากปลามังกรที่ไม่ค่อยเปลี่ยนน้ำถี่นัก ดังนั้นในการเลี้ยงร่วมกันจึงต้องพิจารณาถึงจุดนี้ด้วย (ยิ่งโดยเฉพาะปลาแดงจะยิ่งลำบากเพราะจะเลี้ยงให้สีดีๆ ก็ไม่ควรเปลี่ยนน้ำบ่อย ซักเดือนละครั้งหรือสองเดือนครั้ง... แต่กับปลาปอมถ้าเปลี่ยนน้ำแบบนี้จะมีปัญหายุ่งๆ ตามมาครับเช่น ปลาซึม ปลาไม่กิน โรครุมเร้า สีตก และอีกหลายอย่าง) จะเลี้ยงปอมให้สวยคู่กับปลามังควรเลี้ยงในตู้มีหินสวยงามและเลี้ยงกับปลาตระกูลทองครับ



ส่วนฟิงเกอร์ก็ไม่มีปัญหา... เลี้ยงด้วยกันได้อย่างสบาย (ถ้าใหญ่ก็จะยิ่งมีปัญหาน้อยลง) แม้ฟิงเกอร์จะไม่มีปัญหาแต่ปลาแบนที่หน้าตาคล้ายๆ กันอย่างเจ้า “บอร์เนียว” หรือ “เฉี่ยว” นี่กลับมีนะครับ โดยเฉพาะยิ่งมีขนาดเล็กและเลี้ยงเป็นฝูงจะยิ่งมีปัญหามาก เพราะบอร์เนียวมีนิสัยที่ค่อนข้างก้าวร้าว ชอบรวมกลุ่มกันรังแกปลาตัวอื่นทั้งที่มีขนาดเล็กและใหญ่กว่า ปากที่แหลมคมของมันจะทำให้ครีบตามจุดต่างๆ ของปลามังกรเราเสียรูปไปได้ (ขาด แตก หรือมีรอยบิ่น) แล้วพวกมันก็กล้าหาญชาญชัยมาก อยู่กันเป็นฝูงๆ นี่ไม่เกรงกลัวปลามังกรเลยแม้แต่ตัวใหญ่กว่ามากก็ตาม ดังนั้นเฉพาะปลาแบนชนิดนี้เท่านั้นครับที่ผมไม่แนะนำให้เลี้ยงกับปลามังกร

มาถึงกลุ่มสุดท้ายบ้าง “ปลาเทวดา”... เมื่อพูดถึงปลาชนิดนี้แล้วเพื่อนผู้อ่านหลายท่านอาจไม่เชื่อว่านี่คือเรื่องจริง ยังสงสัยอยู่ว่าปลาที่อ่อนแออย่างปลาเทวดานี่รึจะสามารถเลี้ยงร่วมกับปลามังกรได้ ? เรื่องนี้ผมก็เคยแคลงใจเหมือนกัน แต่หลังจากที่ได้เห็นเพื่อนๆ เลี้ยงกันแล้วจึงทดลองเลี้ยงเองบ้างผลที่ได้รับก็คือสามารถอยู่ร่วมกับปลามังกรได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเลี้ยงเพียงลำพังตัวเดียวหรือจะอยู่รวมกันเป็นฝูง ปลามังกรก็ไม่ทำอันตราย (แม้แต่ตัวที่ว่าดุนักดุหนา) ปลาเทวดาที่นิยมเลี้ยงกับปลามังกรส่วนใหญ่จะเป็นปลานอกที่ราคาแพงอย่างเช่น เทวดาอัลทัม (ตัวละประมาณ 1,000 บาท) เทวดาแพลตทินัม (ประมาณ 450 บาท) เทวดาเผือกตาแดง (ประมาณ 250 บาท) และอื่นๆ ปลาเทวดาก็เป็นปลาเลี้ยงง่าย อาหารส่วนใหญ่ก็เช่นพวกหนอนแดง ใส้เดือนแดง อาหารเม็ดชนิดต่างๆ ในความคิดเห็นของผมนะครับ ถ้าผมจะเลือกเลี้ยงปลาแบนกับปลามังกร... ด้วยนิสัยและหน้าตาที่น่ารัก การว่ายน้ำที่เบ่งบานสง่างาม ดูเหมือนเจ้าปลาเทวดาจะเป็นตัวเลือกข้อแรกที่ผมจะเอาเข้ามาพิจารณา

NOTE : อัลทัม เป็นปลาเทวดาที่มีความสวยงามมาก ทั้งครีบก้น ครีบท้อง และครีบหลังก็ยาวสูงเด่นเป็นสง่า แต่ทว่าก็มีราคาสูงมากเพราะต้องนำเข้ามาและไม่สามารถเพาะเลี้ยงเองได้ (เป็นปลาเทวดาป่า) นอกจากนี้ยังเลี้ยงค่อนข้างยากอีกด้วย เปราะบางและตายง่าย อย่างไรก็ตามเฉพาะปลาตัวนี้หากคิดจะเลี้ยงต้องศึกษาข้อมูลให้ดีนะครับ...



... ปลาแรด ...

ปลาแรดส่วนใหญ่มักจะเลี้ยงกับปลามังกรสายพันธุ์ไม่แพงเช่น ทองอ่อน มังกรเงิน ออสเตรเลียและมังกรเขียว ไม่ค่อยเห็นเลี้ยงรวมกันในสายพันธุ์แพงๆ อย่างมังกรแดง ทองอินโด หรือทองมาเลย์ เท่าไหร่นัก นั่นอาจเป็นเพราะปลาแรดบางตัวก็ดุ บางตัวก็เจ้าอารมณ์ เลี้ยงๆ ไปอาจทำร้ายปลามังกรก็เป็นได้ โดยส่วนใหญ่แล้วปลาแรดมักจะถูกเลี้ยงกับปลามังกรเป็นกลุ่มใหญ่คือหมายถึงมีปลาชนิดอื่นๆ เลี้ยงรวมอยู่ด้วยอย่างเช่น ปลาเสือตอ ปลาออสซิลราริส ปลากระเบน ซึ่งการเลี้ยงแบบนี้จะช่วยลดความก้าวร้าวของปลาแรดลงทำให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข น้อยรายนักที่จะเลือกเลี้ยงปลาแรดคู่กับปลามังกรแบบสองต่อสองเพราะว่าโอกาสที่จะเกิดการทะเลาะวิวาทกันก็ยังมีอยู่ครับ (นิสัยดูคล้ายคลึงกับปลาออสซิลราริส)

ปลาแรดในท้องตลาดก็มีหลายชนิดทั้งแรดดำ แรดแดง แรดเผือก แรดเผือกตาแดง แรด Super Red และแรดแฟนซี ราคาก็ไม่แพงเกินไปสามารถซื้อหามาเป็นเจ้าของได้ ปลาแรดเมื่อโตเต็มที่แล้วหัวจะโหนกสวยงามมาก ข้อเสียของปลาแรดก็คือค่อนข้างสกปรก กินจุและตะกละ ที่สำคัญคือกินได้ทุกอย่างจริงๆ แม้กระทั่งอาหารตระกูลแมลงของปลามังกร ส่วนข้อดีก็คือเลี้ยงง่าย อึด เชื่อง และมีอายุยืน... มันสามารถเป็นเพื่อนแท้ของเจ้ามังกรได้ยาวนานเลยทีเดียวครับ



… Sucker & สายน้ำผึ้ง ...

สำหรับปลา Sucker (หรือปลาเทศบาล) และปลาสายน้ำผึ้ง เรียกได้ว่าเป็น Tank Mate เกื้อกูลตัวสำคัญเลยทีเดียวเพราะถ้าขาดเจ้านี่ไปตู้คงสกปรกน่าดู หน้าที่โดยหลักของเจ้าปลาทั้ง 2 ชนิดนี้ก็คือการทำความสะอาดคราบขาวและคราบตะไคร่ต่างๆ ที่เกาะอยู่ภายในตู้ ส่วนเรื่องอาหารก็ไม่ต้องกังวลเพราะทั้งเศษคราบเหล่านั้นก็คืออาหารของพวกมันนั่นเอง แต่ถ้าหากว่าระบบกรองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากทำให้ตู้สะอาดจนไม่เหลือครบอะไรให้พวกมันทำงาน ก็ควรที่มีอาหารเม็ดให้มันด้วยนะครับ... และก็ควรจะเป็นอาหารเม็ดชนิดจมน้ำพวกมันจะได้กินได้ง่ายและไม่ขึ้นไปรบกวนปลามังกร

ปลา Sucker ที่นิยมเลี้ยงกันก็มีหลากหลายสายพันธุ์ทั้ง Sucker ธรรมดาตัวละ 5 บาท และ Sucker สวยงามที่มีราคาสูงถึงหลักร้อยหลักพันอย่างเช่น Spot High Fin, Golden Nugget, Pharaoh, Snowball, Leopard, Imperial ฯลฯ ส่วนปลาสายน้ำผึ้งจะมีราคาถูกกว่า คือตัวละ 20-30 บาท และมีเพียง 2 สายพันธุ์ก็คือ ธรรมดา (สีเทาดำ) และสายน้ำผึ้งเผือก (สีขาวครีม) เพราะปลาสายน้ำผึ้งเป็นปลาหนัง และมีลักษณะเรียว ยาว จึงง่ายต่อการถูกกินได้เช่นกัน ฉะนั้นการเลือกซื้อก็ควรเลือกขนาดที่ไม่เล็กเกินไปเพื่อให้พ้นจากการถูกกินได้

NOTE : มีปลามังกรบางตัวที่อาจเลี้ยงกับพวก Sucker ไม่ได้เพราะแพ้ “เมือก” ของมัน ซึ่งสังเกตได้จากบริเวณส่วนหัวและหน้าจะมีเม็ดปุ่มปมขึ้นมา เป็นมากก็อาจบวมและเมื่อแตกออกก็จะมีลักษณะเหมือนเป็นน้ำหนอง เห็นแล้วน่าวิตกมากและอาการที่ว่านี้ไม่ใช่โรคด้วยฉะนั้นการใช้ยาจึงไม่ได้ผล ฉะนั้นเมื่อสังเกตได้ว่าปลาเราเริ่มมีอาการเหล่านี้ลองสำรวจในตู้ก่อนว่ามี Sucker หรือไม่ ? ถ้ามีก็ให้ย้ายแยกออกไปแล้วปลาจะมีอาการดีขึ้นเอง แต่ถ้าไม่มีก็คงต้องปรึกษาสัตวแพทย์แล้วล่ะครับ



... เต่าน้ำ ...

มีผู้เลี้ยงปลามังกรบางท่านที่ชอบเลี้ยงพวกเต่าน้ำร่วมกับปลามังกร... บ้านเราอาจจะมีน้อยแต่ในต่างประเทศเช่นสิงคโปร์กับญี่ปุ่นจะนิยมกันมาก และเต่าน้ำยอดฮิตหมายเลขหนึ่งก็คือ Fly River หรือที่เรียกกันติดปากว่า “เต่าบิน” โดยเต่าชนิดนี้ดูเผินๆ จะเหมือนตะพาบน้ำ ลักษณะมือเท้าเป็นใบพาย ตัวสีเทาเข้ม หัวโต จมูกยื่นออกมา ตากลมโตและดำใสดูบ้องแบ๊วน่ารัก… Fly River หากเลี้ยงในตู้ที่กว้างพอจะว่ายน้ำอยู่เสมอไม่หยุดนิ่ง แต่ถ้าเลี้ยงในที่แคบมันจะซึมและไม่ค่อยว่าย เต่าน้ำชนิดนี้เลี้ยงง่ายไม่ยุ่งยาก เชื่องและสามารถจับขึ้นมาเล่นได้ อาหารก็กินได้ทั้งอาหารเม็ดและอาหารสด และเพราะเป็นเต่าน้ำจึงไม่ต้องมีขอนไม้หรือส่วนบกให้พวกมันขึ้นมาพักผ่อน

ข้อเสียของเจ้า Fly River ก็คือขี้หนักติดพื้นตู้ทำให้เป็นคราบไม่น่ามองและยังฟุ้งกระจาย (คล้ายกับปลาเสือตอและปลาจรเข้) ซึ่งหากตู้เลี้ยงเป็นตู้เล็กจะทำให้ตู้สกปรกเร็ว อีกอย่างคือเป็นโรคง่ายโดยโรคที่เกิดบ่อยก็คือโรคกระดองเปื่อย ใต้กระดองแตก และจมูกตัน (ถ้าเจออาการแบบนี้ให้ใส่ยาเหลืองแล้วแยกรักษาต่างหาก แต่ถ้าจมูกตันก็ต้องช่วยเขาแคะเศษที่ตันออกด้วย) โดยปกติแล้วเจ้า Fly River จะสามารถอยู่เลี้ยงร่วมกับปลามังกรได้ดี ไม่มีปัญหากัน ที่สำคัญคือ Fly River โตได้ถึง 20” เลยนะครับ

ผมมีข้อแนะนำอย่างนึงคือไม่ควรเลี้ยงเต่า Fly River รวมกันหลายตัวเพราะจะกัดรังแกกันเอง นอกจาก Fly River แล้วก็ยังมีเต่าน้ำชนิดอื่นที่สามารถเลี้ยงกับปลามังกรได้นั่นก็คือ เต่าคอยาว เต่า Map เต่าญี่ปุ่นและเต่า Tetra แต่ที่ไม่ควรเลี้ยงด้วยกันก็คือเต่า Alligator Snapping และ Matamata เพราะว่าเจ้ามังกรของเราอาจถูกทำร้ายหรือตกเป็นอาหารของมันได้ ยังไงก็ตามการจะเลี้ยงเต่าไว้ในตู้เราก็ต้องเตรียมใจไว้กับความสกปรกที่จะมาเยือนอันรวดเร็วด้วยนะครับ



... ปลาหมอสี ...

ทิ้งท้ายสำหรับเพื่อนๆ ที่คิดจะเลี้ยงปลาหมอสีร่วมตู้กับปลามังกร ปลาหมอสีโดยมากจะอยู่กับปลามังกรไม่ค่อยได้ ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์แท้ เช่น มาลาวี ฟรอนโตซ่า ฟลามิงโก้ เรดเดวิล หรือกลุ่มสายผสม Cross Breed อย่างไตรทอง ฟลาวเวอร์ฮอร์น เท็กซัสแดง ซินแดง เรดช๊อก ฯลฯ เพราะมักจะเล่นกันรุนแรงเป็นประจำ ไม่หมอสีเล่นมังกรก็มังกรเล่นหมอสี แต่ถ้าหมอสีมีขนาดใหญ่กว่า มังกรก็อาจจะเสร็จได้ครับ (ในขนาดที่เท่ากันโดยมากแล้วปลามังกรมักจะสู้ไม่ค่อยได้) นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องการแย่งถิ่นที่อยู่ การชิงดีในเรื่องอาหารเพราะปลาหมอสีก็เป็นปลาตะกละกินได้ทุกอย่าง ดังนั้นอาหารที่ให้ปลามังกรกินปลาหมอสีก็จะกินได้ เมื่อถึงเวลาอาหารจึงอาจมีเรื่องวิวาทให้เห็นอยู่เสมอ ยิ่งนิสัยการนอนพวกหมอสีมักจะนอนนิ่งที่ผิวน้ำซึ่งเป็นเส้นทางการว่ายของปลามังกรพอดี เผลอก็จะโดนงับเอาง่ายๆ ฉะนั้นหากตั้งใจจะเลี้ยงด้วยกันก็คิดให้ดีๆ นะครับ แต่สำหรับความเห็นของผมแล้วปลาทั้งสองชนิดนี้ไม่ค่อยเหมาะกันจริงๆ

ทิ้งท้ายก่อนจากกันผมมีเรื่องฝากไว้เรื่องหนึ่งก็คือ Tank Mate ต่างๆ ที่ผมเขียนนี้เป็น Tank Mate ที่ให้เลือกเลี้ยงกับปลามังกรได้เท่านั้นนะครับ ไม่ได้หมายความทุกตัวจะจับมาเลี้ยงด้วยกันเองได้ อย่างเช่นจะเอาปลา Red Tail Catfish มาเลี้ยงกับปลาตะเพียน หรือปลาหมูอินโด ก็อาจจะเสร็จ => ตะเพียนและหมูอินโดหายหมด หรือจะเอาปลาจรเข้มาเลี้ยงรวมกับปลาสายน้ำผึ้งโดยหมายจะทำให้ตู้ดูสวยงามและสะอาดสะอ้านด้วยก็ยาก => ปลาสายน้ำผึ้งเสร็จปลาจรเข้หมดแน่ๆ ดังนั้นก่อนการจะเลี้ยงอะไรกับอะไรอย่าลืมศึกษาปลาชนิดนั้นๆ ให้ดีก่อนนะครับ smile.gif

User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic
มี 2 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (ผู้มาเยือน 2 คน และ 0 อุ๊บอิ๊บ)
สมาชิก 0 คน คือ

 



www.aro4u.com Copyright by Nanconnection & Website Design by Sp33dZ เวลาขณะนี้: 25th November 2017 - 02:09 AM