ยินดีต้อนรับ ( ล็อกอิน | สมัครสมาชิก )

ShOwA Arowana Dream Fish ร้านตะพัด ArowanaMania Arowana King
Lucky Arowana Air Stone Shop Emperor Arowana Arowana Farm Jade Arowana
Robin Arowana Farm Home Dragon Top Arowana Agency Long Jiang Arowana Dragon King
Aqua Products ฮัลโหลบัค โยตู้ปลา White Crane Aquarium Ceramic Bar
 
Reply to this topicStart new topic
> Tank Mate เพื่อนร่วมตู้ปลามังกร ชุดที่ 1, เสือตอ, นกแก้ว, ตะเพียน, อินซีเน็ท, กระเบน, บิเชียร์, ปลาแมว, เทพาสั้น
Nanconnection
โพสต์ Oct 12 2008, 06:07 PM
โพสต์ #1


Aro4u Webmaster : )
**************

กลุ่ม: Administrators
โพสต์: 29,914
เข้าร่วม: 10-January 07
จาก: 614/13-14 ซ. สาธุประดิษฐ์ 58 บางโพงพาง ยานนาวา กทม. 10120
สมาชิกลำดับที่: 2



จากความรู้เก่าๆ ที่เคยได้ยินมาว่าปลามังกรต้องเลี้ยงตัวเดียวเพียงลำพังถึงจะดีที่สุด เพราะได้เห็นถึงความสง่างามท่วงท่าการว่ายน้ำของมันอย่างเต็มที่ แต่วันนี้ความรู้ที่เคยได้ยินมานั้นอาจต้องเปลี่ยนแล้วนะครับ เพราะว่าในปัจจุบันกลุ่มคนที่เลี้ยงปลามังกรหันมาสนใจเรื่องของเพื่อนร่วมตู้ของปลาชนิดนี้มากขึ้น โดยได้ทดลองหาปลาสวยงามอื่นๆ มาลองเลี้ยงร่วมกันดูซึ่งผลที่ได้รับก็มีทั้งอยู่ด้วยกันได้ไม่มีการทำร้ายกันและเล่นกันเละเทะเสียปลาไปเลยก็มี แต่จากประสบการณ์ของผู้เลี้ยงหลายๆ ท่านแล้วก็พอจะสรุปออกมาได้ว่า “เพื่อนร่วมตู้” ที่สามารถเลี้ยงอยู่กับปลามังกรได้ก็มีไม่น้อย ตัวอย่างเช่น ปลาเสือตอ ปลานกแก้ว ปลาอินซีเน็ท ปลาตะเพียน ปลาบิเชียร์ ปลาเทพา ปลาแรด ปลาจรเข้ ปลากระเบนสวยงาม ปลาเทศบาล Catfish ชนิดต่างๆ รวมถึงปลาตระกูลปลาแบนเช่น ปลาเทวดา ปลาปอมปาดัวร์ ปลาฟิงเกอร์ ปลากราย ปลาตองลาย และเต่าน้ำ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็มีทั้งประเภทเกื้อกูล (ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน) และประเภทสวยงาม (ทำให้ตู้ปลามีสีสันและมีชีวิตชีวามากขึ้น) smile.gif มาถึงตอนนี้เพื่อนๆ คงอยากจะรู้ข้อมูล นิสัย การเลือกซื้อและราคา ของเพื่อนร่วมตู้ชนิดต่างๆ กันแล้ว งั๊นจะรีรอกันอยู่ทำไม ? ไปชมกันเลยครับ เรามาเริ่มต้นกันด้วย...

... ปลาเสือตอ …

ในเพื่อนร่วมตู้ทั้งหมดของปลามังกร “ปลาเสือตอ” ถือเป็นสุดยอด Tank Mate ประเภทสวยงามหมายเลข 1 ที่นิยมเลี้ยงด้วยกันมากที่สุด ในอดีตยังไม่ค่อยมีคนเลี้ยงปลาทั้ง 2 ชนิดนี้ด้วยกันมากนักเพราะเข้าใจว่าเป็นปลากินเนื้อเหมือนกันจึงไม่น่าจะอยู่ร่วมกันได้ อาจจะมีการแย่งอาหาร กัดกัน ทะเลาะกัน ทำให้บาดเจ็บได้ทั้งคู่ แต่ช่วงหลังมานี้ปลาเสือตอกลับถูกเลือกให้มาเลี้ยงกับปลามังกรมากขึ้น ด้วยความสวยงามอันเป็นเอกลักษณ์ พื้นตัวที่เป็นสีเหลืองอร่ามตัดกับลายพาดกลอนอันดำสนิททำให้ดูลึกลับ มีอำนาจ และงดงามซึ่งเป็นผลให้ใครต่อใครที่ได้พบเห็นเป็นต้องหลงใหลมัน นับแต่วันนั้นเจ้าปลาเสือตอนี่ก็เป็นเพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากกับปลามังกรเสมอมา จนถึงทุกวันนี้ความนิยมในตัวมันก็ยังไม่เสื่อมคลาย

แต่ในการเลี้ยงดูจริง ปลาทั้ง 2 ชนิดนี้โดยมากมักจะอยู่ร่วมกันอย่างไม่ค่อยเป็นสุขนัก เพราะตัวนึงเป็น “พยัคฆ์” ส่วนอีกตัวเป็น “พญามังกร” ยิ่งใหญ่ด้วยกันทั้งคู่แบบนี้จึงอยู่ด้วยกันไม่ค่อยได้ เจอจังๆ เป็นต้องเล่นกันบ่อยครั้งโดยเฉพาะเวลาหิวหรือว่ายน้ำสวนกันอย่างจังๆ มีผู้เลี้ยงจำนวนไม่น้อยที่เลือกซื้อปลาเสือตอมาในราคาแพง (ประเภทลายชัด สวยเด่น เส้นไม่ขาด) แล้วปรากฏว่าเลี้ยงร่วมกับปลามังกรไม่ได้ ไม่ใครก็ใครจะต้องโดนกันไปข้างหนึ่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดว่าใครใหญ่กว่า ? และที่สำคัญคือลำดับความอาวุโสในตู้ว่าใครมาอยู่ในตู้นี้ก่อนกัน ? ถ้าเจ้ามังกรโดนก็จะซึม ว่ายหนีและไม่กินอาหารไปพักใหญ่เลย ในทางกลับกันถ้าเสือตอโดนก็จะซุกหลบอยู่มุมตู้ ไม่กล้าว่ายออกมา สีสันที่เคยเหลืองสวยก็จะกลายเป็นดำทะมึนไปทั้งตัว

ที่ว่ามานี้พูดถึงกรณีที่ไม่ได้เลี้ยงด้วยกันมาก่อนนะครับ แต่ถ้าหากว่าต้องการจะเลี้ยงปลา 2 ชนิดนี้ให้อยู่ร่วมกันได้จริงๆ ผมมีข้อแนะนำคือให้เลี้ยงด้วยกันตั้งแต่เล็กๆ เช่นปลาเสือตอขนาด 3” กับปลามังกร 5”-6” จะทำให้การปรับตัวเป็นไปอย่างราบรื่นขึ้น แต่ถ้าหากต้องการเลี้ยงด้วยกันตอนเป็นปลาใหญ่แล้วจะให้อยู่กันอย่างปลอดภัย ตู้ที่เลี้ยงก็ควรจะมีขนาดกว้างและใหญ่ให้พอเพียงที่สำคัญคือควรจะ “ลึก” ด้วยโดยลึกซัก 30 นิ้วกำลังดีเพื่อลดโอกาสการกระทบกระทั่งกัน ปลาเสือตอเป็นปลาที่ว่ายอยู่บริเวณพื้นและกลางตู้ในขณะที่ปลามังกรจะว่ายอยู่ผิวน้ำ ฉะนั้นยิ่งตู้ลึกเท่าไหร่ก็ยิ่งก็ยิ่งยืดระยะห่างของเจ้าปลาทั้งสองชนิดทำให้ทะเลาะกันน้อยลงและเป็นมิตรกันมากขึ้น

ในการเลือกซื้อปลาเสือตอเพื่อนๆ ต้องเข้าใจก่อนนะครับว่าลายของปลาเสือตอมีอยู่ 3 ลายคือลายเล็ก ลายใหญ่และลายคู่ ลายที่เป็นที่นิยมคือ “ลายใหญ่และลายคู่” โดยตัวที่เรียกว่าสวยคือตัวจะต้องเป็นสีเหลืองชัดและเส้นคาดตัวเป็นสีดำสนิท ลายไม่ขาดจนถึงท้องแล้วถ้าบรรจบกันพอดีก็จะยิ่งสวยครับ สังเกตดูด้วยว่าลายทั้ง 2 ข้างเหมือนกันรึเปล่า ? ไม่ใช่ข้างนึงลายใหญ่ ข้างนึงลายคู่ หรือข้างนึงลายเล็ก ข้างนึงลายใหญ่ (ของแปลกแบบนี้อาจซื้อมาในราคาแพงแต่เวลาขายๆ ไม่ได้ราคา) ที่สำคัญคือปลาต้องดูแล้วแข็งแรง ไม่ซึมหรือแสดงออกถึงอาการบาดเจ็บ ตาต้องใส ไม่ขุ่น และเท่ากันทั้งสองข้างไม่โปนออกน่าเกลียด ไม่มีอาการผิดปกติอื่นๆ เช่น เป็นจุดขาวหรือปุยนุ่นซึ่งถือเป็นโรคอันตรายเพราะหากซื้อมาอาจมาติดกับปลาสวยงามตัวอื่นๆ ในตู้ได้

ส่วนเรื่องราคา หลังจากที่ตอนนี้ปลาเสือตอได้ถูกจดทะเบียนเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองอย่างจริงจังแล้วจึงทำให้การซื้อขายเป็นไปอย่างยากลำบาก ของมีในตลาดน้อยลง ปลาหาซื้อยากมากขึ้นและยิ่งไปกว่านั้นคือราคาก็แพงขึ้นมากด้วย (โดยเฉพาะปลาใหญ่ขนาดตั้งแต่ 8” ขึ้นไป) => ตอนที่ผมเลี้ยงปลาใหม่เมื่อซัก 10 ปีที่แล้ว ตอนนั้นซื้อปลาเสือตอลายใหญ่ประมาณตัวละ 80 บาทเท่านั้นเอง มาตอนนี้ (กลางปี 2551) ขนาดเดียวกัน เริ่มกันที่ 2,500 บาทแล้ว ~~!! blink.gif ราคาน่ากลัวมากครับ แต่การขึ้นทะเบียนขึ้นเฉพาะปลาเสือ “ลายใหญ่” เท่านั้น ลายคู่และลายเล็กไม่เกี่ยวข้อง (เนื่องจากมีชื่อวิทยาศาสตร์ที่ต่างกัน) จึงสามารถเลี้ยงได้ตามปกติโดยไม่ผิดกฎหมาย อาหารสำหรับปลาเสือตอโดยปกติมักจะเป็นปลาเหยื่อและกุ้งฝอยซึ่งคล้ายคลึงกับปลามังกรฉะนั้นจึงสามารถให้กินเหยื่อชนิดเดียวกันได้ ยกเว้นตระกูลแมลงเช่นหนอนนก จิ้งหรีด ปลาเสือตอจะไม่กิน

NOTE : ในการเลี้ยงปลาเสือตอลายใหญ่จำเป็นต้องทำใบครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง (สป. 15) เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งได้นิรโทษกรรมกำหนดให้ผู้ที่เลี้ยงปลาชนิดนี้มาก่อนได้ทำใบครอบครองอย่างถูกต้องไปแล้วตั้งแต่ไตรมาศที่ 2 ของปีจนมาสิ้นสุดเอาเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2546 ที่ผ่านมา แต่ทว่าตอนนี้ยังคงมีอีกหลายท่านที่เพิ่งเข้าสู่วงการปลาสวยงามแล้วสนใจเจ้าปลาเสือตอ เรื่องนี้ผมเองก็ไม่ทราบว่าจะมีการนิรโทษกรรมให้โอกาสผู้เลี้ยงปลาเสือตอรายใหม่ได้ทำใบครอบครองอีกหรือไม่ ? แต่ยังไงก็ขอเอาใจช่วยนะครับ



... ปลานกแก้ว ...

ปลานกแก้วก็เป็นที่นิยมในการเลี้ยงร่วมกับปลามังกรเช่นกัน นั่นก็เพราะว่ามันน่ารัก แสบซ่าส์ และมีสีสันสวยงามซึ่งโดยปกติแล้วปลาชนิดนี้จะมีสีแดงสดทำให้ตู้ปลาดูเด่นขึ้น ที่สำคัญคือปลานกแก้วส่วนใหญ่ยังช่วยเก็บเศษซากอาหารที่ตกค้างตามพื้นตู้ อย่างเช่น กุ้งฝอย หนอนนก จิ้งหรีด และเศษอาหารอื่นๆ ที่ลอยไปลอยมาภายในตู้ดูแล้วน่ารำคาญเจ้านี่จะจัดการหมด ปลานกแก้วมี 2 ชนิดคือ ปลานกแก้วธรรมดาที่มีหาง กับปลานกแก้ว Love ที่เป็นรูปหัวใจ การเลือกซื้อปลานกแก้วให้ดูที่สีก่อน ให้แดงเข้าไว้และแดงทั่วกันสม่ำเสมอทั้งตัว จากนั้นก็มาดูที่ทรง รูปทรงโดยรวมยิ่งกลมก็ยิ่งสวย ให้ดูเป็นเนื้อเดียวกันโดยสังเกตจากครีบบน ครีบล่าง และหางชนกันหมด ส่วนหัวและหน้าก็ไม่โย๊หรือหักยุบมากจนน่าเกลียด ปากไม่อูมหรือแบะออก

ปลานกแก้วโดยปกติจะอยู่ร่วมกับปลามังกรได้อย่างสันติไม่ค่อยมีปัญหา อาจจะมีบ้างนิดๆ หน่อยๆ แต่ก็ไม่รุนแรง นิสัยเสียของมันที่แก้ไม่ได้คือชอบ “ซ่าส์” ทำเป็นสู้ตายกับปลามังกร (ทั้งที่สู้ไม่ได้เอาแต่หนีแต่ก็ไม่ยอมแพ้) ยิ่งถ้ามีเป็นฝูงก็จะยิ่งเอาใหญ่ (มีหัวหน้ากลุ่มเป็นผู้นำทีม) อีกอย่างก็คือชอบรังแกเหยื่อปลาเช่นถ้าเราปล่อยกุ้งฝอยลงไป เวลาพวกมันไม่มีอะไรทำมักจะแกล้งเหยื่อปลาเหล่านั้นและเล่นแรงด้วย... หลายครั้งที่ทำเอาพวกเหยื่อถึงตาย ปลานกแก้วจะมีนิสัยหวงถิ่นมากซึ่งโดยปกติจะครองพื้นที่โซนล่าง บางทีปลามังกรว่ายลงไปแถวๆ พื้นตู้มันจะขึ้นมาขู่จกๆ ได้ อย่างที่บอกไว้นะครับว่าปลานกแก้วเป็นปลาจอมซ่าส์ที่ไม่ค่อยกลัวใคร ยิ่งถ้าตัวใหญ่ๆ บางทีขนาดปลาเสือตอหรือแม้แต่มังกรเองก็ยังไม่กล้าหือเลย

NOTE : ปลานกแก้วดั้งเดิมโดยปกติแล้วจะเป็นสีแดง แต่เดี๋ยวนี้มีสีแปลกๆ เข้ามาขายในท้องตลาดมากมายไม่ว่าจะเป็นสีฟ้า สีม่วง สีเขียว สีเหลือง รวมถึงปลานกแก้วที่เกิดจากผสมข้ามสายพันธุ์จากพวกปลาหมอสี Cross Breed อย่างเช่น ปลานกแก้วไตรทอง ปลานกแก้ว Flower Horn ปลานกแก้ว Super Red Sin ฯลฯ ราคาปลาตอนนี้ก็ถีบตัวสูงขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก จากเดิมประมาณตัวละ 120-150 บาท ก็ขึ้นมาเป็นหลายร้อยเพราะว่ามีคนต้องเอาปลานกแก้วแท้ไปทำ Cross Breed ให้เกิดสายพันธุ์อื่น... ตามล่าหาซื้อกัน ของจึงขาด ราคาก็เลยแพงครับ



... ปลาตะเพียน ...

ช่วงหลังมานี้มีผู้นิยมเลี้ยงปลาตะเพียนคู่กับปลามังกรมากขึ้นเพราะเล็งเห็นถึงคุณประโยชน์ของมัน ผู้อ่านหลายท่านอาจไม่ทราบว่าปลาตะเพียนสามารถช่วยในการกำจัดปรสิตชนิดต่างๆ เช่นหนอนสมอและเห็บให้กับปลามังกรได้ ปลาตะเพียนยังเป็นปลาว่ายทั่วตู้คอยเก็บทำความสะอาดเศษซากต่างๆ ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ปลาตะเพียนที่เลี้ยงกับปลามังกรได้มีหลายชนิดทั้ง ตะเพียนไทย ตะเพียนทอง (เผือกตาดำ และ เผือกตาแดง) ตะพาก กระแห นอกจากจะมีประโยชน์จนได้ชื่อเป็น Tank Mate ประเภทเกื้อกูลแล้วยังเป็นปลาที่มีเกล็ดสว่างแวววาวสวยงามอีกด้วย ที่สำคัญก็คือเป็นปลาสะอาด ไม่ค่อยมีโรคร้ายหรือปรสิตติดมาด้วย

ปลาตะเพียนยังถูกใช้เป็นตัว Test น้ำได้ด้วยอย่างเวลาเปลี่ยนน้ำใหม่มากเกิน 50% หรือซื้อตู้มาใหม่แล้วมีการเติมน้ำที่ไม่เคยใช้เลี้ยงปลามาก่อน หากไม่มั่นใจให้ลงปลาตะเพียนก่อน… ราวครึ่งชั่วโมง ถ้าเจ้าตะเพียนยังอยู่ก็สามารถลงปลามังกรได้ปลอดภัยแน่นอน แต่ถ้าเกิดตายแสดงว่าน้ำมีปัญหาอาจมีคลอรีนสูง ก็ให้เติมน้ำยาปรับสภาพประเภทลดคลอรีน หรือ Aqua Save หรือทิ้งน้ำไว้ซัก 2-3 วันแล้วค่อยลงตะเพียนใหม่อีกครั้ง ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็ลงปลาได้ครับ

ปลาตะเพียนเป็นเพื่อนร่วมตู้ที่ดีและมีราคาถูกมาก ตัวเล็กๆ จะอยู่ที่ 15-20 บาท ถ้าตัวใหญ่หน่อยก็อาจจะ 50 หรือถึงหลักร้อย การเลือกปลาตะเพียนต้องดูขนาดให้เหมาะสมกับปลามังกรด้วย ถ้าปลาเราใหญ่แล้วซื้อตะเพียนตัวเล็กไปก็มีแต่จะโดนกินเท่านั้น แต่ถ้าตะเพียนใหญ่เกินไปก็จะแย่งอาหารปลามังกรกินหมด เล็กคู่เล็ก ใหญ่คู่ใหญ่ดีกว่าครับ ผมแนะนำว่าให้เลี้ยงปลาตะเพียนคู่กับปลามังกรตั้งแต่เล็กๆ เพื่อจะได้เป็น “คู่หู” ไปไหนไปด้วยกันไม่กลัวกัน เวลามีหนอนสมอหรือตัวอะไรแปลกปลอมจะได้ฉกกินได้อย่างสบายไม่ต้องกลัวที่จะเข้าใกล้… เพราะปลาตะเพียนเป็นปลาที่ค่อนข้างอ่อนแอ ไม่สู้ใคร หนีอย่างเดียว เพราะฉะนั้นจะให้ร่วมตู้กับเสือตอ นกแก้วหรือเพชฌฆาตตัวอื่นคงจะเป็นการไม่เหมาะสม

NOTE : ปลาตะเพียนที่ผู้เลี้ยงปลามังกรนิยมเลี้ยงเป็นเพื่อนร่วมตู้มากที่สุดคือ “ตะเพียนเผือกตาแดง” เพราะว่าสวยงามและมีความก้าวร้าวน้อยที่สุด ส่วนปลาตะพาก ตะเพียนไทย หรือตะเพียนเผือกตาดำ จะค่อนข้างกร่างกล้าว่ายไปมาทั่วตู้โดยไม่เกรงกลัวใคร กล้าแม้กระทั่งขึ้นไปผิวน้ำแย่งกินอาหารของปลามังกร ยังไงก็ตามเรื่องการเลือกซื้อก็อยู่ที่ความชอบส่วนบุคคล เพราะสุดท้ายแล้วพวกมันก็ทำหน้าที่ได้ดีไม่แตกต่างกัน ฝากไว้ท้ายสุดสำหรับเพื่อนร่วมตู้ชนิดนี้ก็คือจะเลี้ยงกี่ตัวก็ได้แต่ไม่ควรเลี้ยงเป็นคู่ (2 ตัว) เพราะถ้าเข้ากันไมได้ก็จะกัดกันเองจนเกล็ดหลุด เป็นแผล แลดูไม่สวยงาม



... อินซีเน็ท ...

ปลาชนิดนี้มีหน้าตาและหุ่นทรงละม้ายคล้ายปลาตะเพียน จะต่างกันก็ตรงสีสันที่ปลาอินซีเน็ตจะสวยงามกว่าปลาตะเพียนทั่วๆ ไปมาก หลากสีสันหลากลายเส้นทำให้มันดูเด่นเป็นสง่าเมื่อว่ายน้ำเคียงข้างกับปลามังกร เมื่อพูดถึงประสิทธิภาพในการขัดถูทำความสะอาดตู้ของอินซีเน็ทนับได้ว่าเป็น 1 ในปฐพีเลยทีเดียว เนื่องจากมันมีปากที่ใหญ่และขยับอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเศษอาหารต่างๆ ที่ลอยไปลอยมาหรือแม้แต่เศษคราบสกปรกหรือตะไคร่น้ำที่เกาะตามส่วนต่างๆ ของตู้ก็จะถูกเก็บเรียบ (เรียกได้ว่ารวมเอาความสามารถของปลาตะเพียนและ Sucker เข้าด้วยกัน) อินซีเน็ทถือเป็น Tank Mate ที่มีปัญหากับปลามังกรน้อยที่สุด ส่วนใหญ่แล้วมักอยู่ร่วมกันโดยสันติโดยที่ปลามังกรไม่ค่อยทำอันตรายประหนึ่งเหมือนกับรับรู้ว่าต้องพึ่งพาอาศัยกัน แต่ถึงแม้ว่าเจ้ามังกรอยากจะทำร้ายก็คงยากเพราะความเร็วของอินซีเน็ทเรียกได้ว่าที่สุดของที่สุด (แต่ถ้าต่างขนาดกันมากก็อาจหนีไม่ทันและถูกกินได้) อินซีเน็ทยังเป็นปลาที่ว่ายกลางตู้และพักผ่อนที่พื้นตู้จึงไม่รบกวนเส้นทางการว่ายของปลามังกร

การเป็นปลานักดูดทำความสะอาดของอินซีเน็ทก็มีข้อเสียเช่นเดียวกัน นั่นก็คือไม่สามารถเลี้ยงกับกลุ่มปลากระเบนสวยงามหรือปลาที่มีนิสัยชอบอยู่นิ่งๆ ไม่ค่อยว่ายน้ำได้เพราะมันจะไปคอยจูบดูดเมือกของปลาที่ว่าทำให้ปลาเหล่านั้นสูญเสียเมือกและอ่อนแอลง แม้แต่กับปลามังกรที่มีขนาดเล็กกว่ามากๆ ก็เช่นกัน อินซีเน็ทบางตัวอาจเข้าไปดูดจูบเมือกปลามังกรจิ๋วเหล่านั้นแล้วทำให้เกิดเป็นรอยจ้ำสีดำดูไม่งามตาได้... สิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจไม่ทราบก็คือเจ้าอินซีเน็ทนี้คนจีนเรียกว่า “เฟยหงษ์” ซึ่งมีความหมายว่า “ปลาหงษ์” แล้วเมื่อหงษ์อยู่คู่มังกรจะเรียกว่า “ซังฮี่” อันมีความหมายว่า “ความสุขโชคลาภและความมั่งมีจะมาเยือน” ความหมายนี้ถูกนำมาใช้กับปลาอินซีเน็ทและปลามังกรด้วย แล้วถ้าทั้งคู่สามารถอยู่ด้วยกันได้สิ่งดีๆ จะบังเกิดขึ้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่คนนิยมเลี้ยงปลาทั้งสองชนิดนี้คู่กัน

ปัจจุบันอินซีเน็ทถือเป็นเพื่อนร่วมตู้ที่มีราคาแพงมาก เมื่อก่อนซัก 2 ปีที่แล้วตัว ขนาดซัก 3-4 นิ้วนี่ราคาประมาณ 450-500 บาท ขนาดกลางซัก 7 นิ้วก็ตัวละ 800 บาท ส่วนตัวใหญ่ ๆ นี่ก็หลักพัน (อินซีเน็ทมีขนาดโตเต็มที่ประมาณ 20”) แต่เดี๋ยวนี้เข้ามาตัวเล็กจิ๋วแต่ราคาไม่จิ๋วตามเพราะขนาดเพียงแค่ 1.5”-2” ยังไม่เห็นสีสัน ราคาก็ปาเข้าไปตัวละ 500 บาทแถมร้านขายก็ยังมีน้อย เพราะเป็นปลานอกที่ต้องนำเข้ามาจึงมีเพียงไม่กี่ร้านที่เสนอขายปลาชนิดนี้ ส่วนตัวในรูปที่เห็นว่าสีสันสวยงามแล้วต้องขุนกันเองครับจะหาซื้อไซส์นี้ในตลาดไม่มีแน่นอน การเลือกซื้อก็ดูให้ดีหากเป็นไปได้เลือกปลาสีเข้มๆ หางสีเหลืองและเห็นลายสีดำตัดกันชัด ครีบอกเป็นสีแดงส้ม เลือกตัวอ้วนๆ ว่ายน้ำแข็งแรงดูกระฉับกระเฉงแข็งแรง



... ปลากระเบน ...

เมื่อก่อนปลากระเบนไม่ได้เป็นที่นิยมในการเลี้ยงนักไม่ว่าจะเลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงด้วยกันเอง หรือเลี้ยงคู่กับปลามังกร นั่นเพราะว่าเป็นปลาที่ค่อนข้างเลี้ยงยาก ตายง่าย ราคาสูง ต้องการเนื้อที่เลี้ยง ดูแลเอาใจใส่ลำบาก แต่ปัจจุบันนักเลี้ยงปลายุคใหม่หันมาสนใจปลานอกกันมากขึ้น จึงทุ่มเทค้นคว้าศึกษาอย่างเอาจริงเอาจัง อันเป็นผลทำให้รู้จักวิธีในการเลี้ยงปลาชนิดนี้ดีขึ้น ในส่วนของการเลี้ยงปลากระเบนคู่กับปลามังกรก็เกิดจากได้เห็นภาพจากนิตรสารในเมืองนอกเช่นของไต้หวันและญี่ปุ่น เมื่อเห็นในรูปว่าเลี้ยงด้วยกันได้จึงความคิดที่จะเอามาลองเลี้ยงด้วยกันดู... นี่จึงเป็นที่มาของการเลี้ยงปลากระเบน (และปลาแปลกอื่นๆ) คู่กับปลามังกรในบ้านเรา

กระเบนสวยงามที่นิยมเลี้ยงคู่กับปลามังกรมีหลายสายพันธุ์ตั้งแต่กระเบนไทยอย่าง กระเบนเสือดาว กระเบนราหู ที่มีราคาเพียงหลักร้อยและพันต้นๆ ไปจนกระเบนนอกอย่างเจ้า Motoro, Polka Dot, Apple, Histrix, Columbia, Jaguar และ Tiger ที่สนนราคาเริ่มต้นกันที่หลักพันไปจนหลายหมื่นบาท กระเบนเป็นปลาอีกชนิดที่ส่วนใหญ่สามารถอยู่กับเจ้ามังกรได้เป็นสุขเพราะเป็นปลาว่ายพื้นตู้ จะว่ายขึ้นข้างบนก็เฉพาะเวลาหาอาหารเท่านั้น การซื้อกระเบนเล็กที่เพิ่งออกมาได้ไม่นานจะเลี้ยงยาก ไม่ค่อยกิน และมีโอกาสตายสูง สำหรับมือใหม่ผมแนะนำให้เลือกซื้อกระเบนที่มีขนาดจานรัศมีตั้งแต่ 4” ขึ้นไป เพราะปลาขนาดนี้สามารถกินกุ้งฝอยตัวเล็กๆ ได้แล้ว ถ้าเล็กกว่านี้ยังต้องให้กินไส้เดือนน้ำ หนอนแดง หรือไส้เดือนดินอยู่ ซึ่งค่อนข้างยากในการประคบประหงมเลี้ยงดู กระเบนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นอาหารที่ใช้เลี้ยงก็เป็นพวกปลาเล็ก เนื้อปลา เนื้อกุ้ง หรือกุ้งฝอย (ใช้ได้ทั้งเป็นและตาย) กระเบนที่มีขนาดจานตั้งแต่ 6” นิ้วจะเลี้ยงง่ายและมีโอกาสตายน้อย

กระเบนเป็นปลาที่ชอบน้ำค่อนข้างเย็นคือประมาณ 28-30 องศาเซลเซียส ถ้าร้อนเกินไปกระเบนจะเครียด ไม่กินอาหารและตายได้ การเลี้ยงปลากระเบนมีข้อเสียนิดนึงคือค่อนข้างยุ่งยากในการจัดเตรียมสภาพที่เลี้ยง... ตู้ต้องใหญ่เพื่อจะได้มีเนื้อที่ว่ายน้ำ ระบบกรองที่มีประสิทธิภาพ (กระเบนชอบน้ำสะอาด ถ้าน้ำสกปรก ขุ่น หรือน้ำเสีย จะทำให้ปลาตายได้) ทั้งที่ตัวมันเองก็กินมาก มูลปลากระเบนก็เป็นแบบฟุ้งกระจายไม่เกาะตัวเหมือนปลามังกรจึงทำให้น้ำขุ่นและสกปรกเร็ว ระบบกรองที่สามารถเลี้ยงกับปลากระเบนได้ควรเป็นกรองข้างหรือกรองใต้ตู้นะครับ กรองชนิดอื่นคงเอาไม่อยู่ หากเลี้ยงปลากระเบนไว้ในบ่อปูนหรืออย่างอื่นที่เป็นแบบ Top View จะสามารถลูบเล่นกับมันได้ แต่ต้องระวัง “หนามพิษ” ที่หางด้วยเพราะถ้าโดนเข้าไปเจ็บปวดไปหลายวันเลยทีเดียวนะครับ

NOTE : ปลากระเบนไม่สามารถเลี้ยงกับ “อินซีเน็ท” หรือ “Sucker” (และตระกูลปลาดูดทั้งหมด) ได้นะครับ เพราะปลาตระกูลที่ว่านั้นจะไปจูบดูดที่ผิวกระเบนทำให้มันสูญเมือกและเป็นแผลติดเชื้อได้ หากชอบทั้ง 2 อย่างคงลำบากในการตัดสินใจไม่น้อย แต่เพื่อความปลอดภัยและความสวยงามที่สุดก็ควรจะเลือกเลี้ยงอย่างใดอย่างหนึ่ง



... ปลาบิเชียร์ ...

บิเชียร์เป็นปลานอกอีกชนิดที่สามารถเลี้ยงกับปลามังกรได้อย่างไม่มีปัญหา ปลาชนิดนี้มีลักษณะคล้ายๆ งู ส่วนหัวเหมือนปลาช่อน มีหนวดสั้น 2 เส้นบนจมูก ครีบอกเป็นใบพัดกลมๆ เวลาว่ายน้ำจะสบัดครีบตลอด... น่ารักดีครับ บิเชียร์ที่มีในท้องตลาดมี 4 ชนิดคือ บิเชียร์เผือก (ขนาด 5” ตัวละประมาณ 250 บาท) บิเชียร์ลายจุด ปลาบิเชียร์ลายบั้ง (ขนาด 3” ราวๆ 350 บาท) บิเชียร์ลายเสือ (ขนาด 3 นิ้ว ประมาณ 750 บาท) ปลาบิเชียร์สามารถโตได้ถึงฟุตและมีความหนาของตัวเป็นนิ้วๆ เชียวนะครับ… นอกจากทั้ง 3 สายพันธุ์นี้แล้วยังมีบิเชียร์สายพันธุ์แปลกๆ จากเมืองนอกที่มีราคาแพงเข้ามาด้วยเช่น พวก Albino คือบิเชียร์เผือกตาแดง ราคาประมาณ 5,000 – 8,000 บาท สำหรับขนาด 5” (ชนิดนี้เลี้ยงค่อนข้างยาก อ่อนแอและตายง่าย) และที่มาแรงเลยก็คือ บิเชียร์ Tiger ซึ่งมีลวดลายสวยงามมากแถมยังเป็นบิเชียร์ขนาดใหญ่ที่สามารถโตได้ถึง 20” ราคาก็ประมาณ 3,500 บาท สำหรับขนาดเดียวกัน

ปลาชนิดนี้โดยปกติแล้วเป็นปลาที่ไม่ก้าวร้าว ดังนั้นจึงสามารถเลี้ยงรวมกับปลาอื่นๆ ได้อย่างไม่มีปัญหายกเว้นปลาที่เล็กมากเช่นพวกปลาสอด ปลาหางนกยูง ปลาม้าลาย เพราะทั้งหมดนี้มันจะมองเป็นเหยื่อมากกว่าเพื่อนร่วมตู้ บิเชียร์กินอาหารได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นกุ้งฝอย ปลาเล็กปลาน้อย หนอนนกและจิ้งหรีด แต่ก็อย่าให้กินมากเกินไปเพราะว่าถ้าอิ่มจัดแล้วมักจะไม่ค่อยว่าย อยู่นิ่งๆ ที่ก้นตู้ นอกจากบิเชียร์จะเป็นปลาที่นิสัยดีไม่ค่อยทำอันตรายใครแล้วยังค่อนข้างกล้าหาญไม่กลัวใครด้วยไม่เว้นแม้แต่ปลามังกร ท่วงท่าอันน่ารักของเจ้าบิเชียร์ก็คือเวลาที่มันมาว่ายคลอเคลียพร้อมๆ กันกับปลามังกรของเรา ไปไหนไปด้วยกัน เป็นเป็นคู่ ดูแล้วเป็นภาพที่น่าประทับใจมากครับ หากต้องการเห็นภาพอย่างที่ผมว่าก็ควรเลี้ยงด้วยกันตั้งแต่เล็กๆ นะครับ เพราะเมื่อเจ้า 2 ตัวสนิทสนมกันแล้วภาพที่ผมว่าจะปรากฏให้เห็นบ่อยๆ



… ปลา Catfish…

Catfish หรือปลาตระกูล ”ปลาแมว” เป็นปลาราคาแพงอีกอย่างที่นิยมเลี้ยงกับปลามังกร สายพันธุ์ที่หาได้ในบ้านเรามีหลายอย่างแต่ส่วนใหญ่จะเป็นตระกูลใหญ่เช่น เรดเทล, จูเรนซิส, มาร์คอร์ฟ, ไฮฟิน, ไทเกอร์, ซีบร้า ไทเกอร์ โดยปกติแล้วปลาแมวมักเป็นเพื่อนร่วมตู้ที่ดีกับปลามังกร ไม่ค่อยมีปัญหากระทบกระทั่งกันนั่นก็เพราะว่าระดับการว่ายต่างพื้นที่กัน มังกรว่ายสูง ปลาแมวว่ายต่ำ (ยกเว้น “มาร์คอร์ฟ” ที่ว่ายเล่นไปทั่วตู้) การกินอาหารก็ง่ายเพราะเป็นปลาค่อนข้างจะตะกละกินได้เกือบทุกอย่าง อาหารเม็ดก็กินได้ เนื้อกุ้ง ปลาเล็ก และกุ้งฝอย รวมถึงหนอนนก ซึ่งเป็นอาหารหลักของปลามังกรก็กินได้ด้วยเช่นกัน

การเลือกซื้อปลาแมวมาเลี้ยงร่วมตู้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “ขนาด” ต้องเล็กกว่าปลามังกร เพราะปลาแมวเกือบทั้งหมดเป็นปลาที่มีปากขนาดใหญ่และโดยธรรมชาติแล้วเป็นปลากินเนื้อแถมยังตะกละอีกด้วย ฉะนั้นอะไรที่เข้าปากได้ถือว่ากินได้หมดและถ้าปลาแมวของเรามีขนาดใหญ่กว่าปลามังกรมากแล้วล่ะก็อาจมีโอกาสถูกกินได้ (โดยเฉพาะที่ขนาดต่างกันถึงครึ่งต่อครึ่ง) ปลาแมวโดยทั่วไปมีราคาค่อนข้างสูงโดยเริ่มตั้งแต่หลักร้อยไล่ไปหลักพันจนขึ้นถึงหลักหมื่น ดังนั้นหากคิดจะซื้อปลาแมวมาเลี้ยงซักตัวก็อย่าลืมดูงบประมาณในกระเป๋าด้วยนะครับ ในกรณีที่ต้องการเลี้ยงปลาแมวรวมกันหลายๆ ตัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องการจะเลี้ยงต่างสายพันธุ์กัน ผมแนะนำให้ศึกษาจากผู้ที่เคยเลี้ยงหรือสอบถามจากผู้ขายก่อนว่าสายพันธุ์ที่เราต้องการจะเลี้ยงสามารถอยู่ด้วยกันได้หรือไม่ ? เพราะหากซื้อโดยไม่รู้เรื่องนอกจากจะเสียเงินแล้วอาจจะเสียปลาด้วยก็ได้

ปลาแมวถือเป็นปลาขนาดใหญ่และมีอัตราในการเจริญเติบโตสูง (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Red Tail Catfish และ Tiger ที่สามารถใหญ่ได้เป็นเมตร) ที่สำคัญคือแข็งแรงและมีกำลังมาก ตกใจว่ายพุ่งชนตู้ทีนี่ดังตูมๆ เลยทีเดียว ฉะนั้นการเลี้ยงเจ้าพวกนี้ “ตู้” ควรมีขนาดใหญ่และต้องแข็งแรงพอตัวเลยนะครับ

NOTE : [/color] จากที่ได้กล่าวไปแล้วว่าปลาแมวเป็นปลาแพงมีราคาค่อนข้างสูง ในบ้านเราปลาแมวที่ราคาสูงสุดและเป็นที่นิยมในหมู่ผู้เลี้ยงกระเป๋าหนักก็คือ Zebra Tiger ซึ่งเป็นปลาแมวลายม้าลาย สวยงามและหายากมาก ที่สำคัญคือตอนนี้ได้ติด Cites เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองของโลกแล้ว (เหมือนปลามังกร) ดังนั้นราคาจึงถีบตัวสูงขึ้นไปอีกจากเดิม 18,000 บาทสำหรับขนาด 1 ฟุต ตอนนี้กลายเป็น 35,000 บาทสำหรับขนาดเดียวกัน แต่แม้ราคาจะสูงขึ้นเป็น 2 เท่าแบบนี้ ผู้ที่รักชอบจริงและใจถึงก็คงไม่มีปัญหา... ให้ทำไงได้ ก็ใจมันรักไปแล้วนี่ครับ



... เทพาสั้น …

เป็นรูปแบบ Short Body ของ “ปลาเทพา” ปลาพื้นบ้านของไทยเรา แม้ปลาเทพาสั้นจะถือเป็นปลาพิการแต่ก็พิการออกมาดูสวยได้รูปได้สัดส่วน ดังนั้นจึงถือเป็นของแปลกและหายากราคาจึงสูงตามตัว ในขณะที่ปลาเทพาธรรมดาๆ ตัวเล็กตัวนึงประมาณ 20 บาทแต่เทพาสั้นราคาสูงถึง 200-300 บาท (ยิ่งเป็นปลาใหญ่ที่มีสภาพสมบูรณ์ราคาก็ยิ่งสูงมากขึ้น) ปลาเทพามีนิสัยน่ารักอย่างนึงคือว่ายน้ำไปมาตลอดไม่มีหยุดนิ่งจึงทำให้ตู้ปลามีชีวิตชีวา เทพาสั้นเป็นปลาขึ้เหงานะครับดังนั้นจึงควรเลี้ยงเป็นฝูง (แนะนำให้เลี้ยง 4 ตัวขึ้นไป) เมื่ออยู่กันเป็นกลุ่มเวลาว่ายน้ำจะว่ายกันเป็นทีมดูแล้วเป็นภาพที่สบายตามาก... ดุ๊กดิ๊กไปมาน่ารักดีครับ อาหารของปลาชนิดนี้ก็คืออาหารเม็ด และพวกเนื้อปลา เนื้อกุ้ง รวมถึงกุ้งฝอย (ทั้งเป็นและตาย) เจ้านี้เป็นปลาที่กินเก่ง กินจุ กินได้ทุกอย่างจนถูกตั้งสมญานามว่า “เครื่องดูดฝุ่นประจำตู้ปลา” และเพราะกินเก่งก็เลยโตเร็ว การจะเลี้ยงเทพาสั้นให้สวยๆ ต้องเลี้ยงให้ “อ้วน” นะครับ... ตัวก็สั้นอยู่แล้ว ถ้ายิ่งได้อ้วนด้วยละก็ น่ารักเกินคำบรรยายจริงๆ

การเลือกซื้อเทพาสั้นให้สังเกตดูที่ครีบทุกตำแหน่งให้ดี อย่าให้มีรอยหัก หรือบิดเบี้ยว โดยเฉพาะตำแหน่งของหาง (ในตัวเล็กค่อนข้างคัดเลือกยากหน่อย) และครีบกระโดงหลัง ไม่ให้หักหรืองอเพราะถือเป็นจุดเด่นที่สุดของปลาชนิดนี้ ครีบอกต้องเท่ากัน ว่ายน้ำไม่เอียงหรือควงสว่าน ตาเท่ากัน ไม่ขุ่นขาวหรือบอด ที่สำคัญขนาดต้องไม่เล็กกว่าปลามังกรมากนะครับ เพราะเจ้านี่เป็น “ปลาหนัง” ไม่ใช่ “ปลาเกล็ด” เหมือนทั่วๆ ไป ดังนั้นถ้าได้รับบาดเจ็บจากการถูกไล่ล่าหรือโดนโจมตี แผลที่เกิดขึ้นจะใช้เวลานานกว่าจะรักษาหาย

NOTE : ไม่เพียงแต่ปลาเทพาสั้นเท่านั้นนะครับที่สามารถเลี้ยงกับปลามังกรได้ ปลาเทพาธรรมดาหรือปลาตระกูลเดียวกันเช่นปลาเทโพ ปลาบึก ปลาสวาย ก็สามารถเลี้ยงด้วยกันได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะนิยมเลี้ยง “เทพาสั้น” มากกว่าเพราะสวยงามและน่ารักกว่ามากครับ smile.gif

User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic
มี 2 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (ผู้มาเยือน 2 คน และ 0 อุ๊บอิ๊บ)
สมาชิก 0 คน คือ

 



www.aro4u.com Copyright by Nanconnection & Website Design by Sp33dZ เวลาขณะนี้: 22nd November 2017 - 01:01 PM